posttoday
เลี้ยงลูกด้วยรักและเข้าใจ

เลี้ยงลูกด้วยรักและเข้าใจ

10 พฤษภาคม 2558

การเลี้ยงเด็กในโลกปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยค่ะเพราะนอกจากพ่อแม่จะต้องระมัดระวังเรื่องสภาพแวดล้อม

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ

การเลี้ยงเด็กในโลกปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยค่ะเพราะนอกจากพ่อแม่จะต้องระมัดระวังเรื่องสภาพแวดล้อมของสังคมที่เปลี่ยนไป ทั้งอันตรายมากขึ้น สารพิษสารเคมีต่างๆ ในบรรยากาศและอาหารก็มากมายการล่อลวงเด็ก การล่วงละเมิด สิ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่สร้างความหวาดระแวงให้พ่อแม่ทุกๆ คนแต่ความรุนแรงไม่ได้จำกัดเพียงเฉพาะโลกภายนอกที่กระทำกับเด็กเท่านั้นนะคะ แต่ว่าพ่อแม่จำนวนมากนี่เองที่กระทำรุนแรงกับลูกของตัวเองทั้งโดยรู้เท่าและไม่รู้เท่า เช่น การหลุดและตีเด็ก หรือการตะโกนดุว่าลูกเพราะเด็กเถียงและพูดไม่รู้เรื่องสักที

ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นความรุนแรงที่เกิดกับเด็กในทุกสังคมทั้งโลกใบนี้ และยังคงมีอยู่เป็นวงกว้างในประเทศไทย การปลูกฝังของเราแต่โบราณที่บอกว่า“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” นั้นใช้ได้ผลมามากมายในอดีตและหลายๆ คนยังรับความคิดนี้ต่อเนื่องมาใช้กับลูกของตัวเองในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “ฉันเองก็โดนตีเมื่อตอนเด็ก โตมาก็ยังโอเคเลย แล้วทำไมจะไม่ตีลูกละถ้ามันพูดไม่รู้เรื่องแล้วจริงๆ”

โรงเรียนวนิษาของหนูดีตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า“เราจะไม่ตีเด็ก” และ “เด็กทุกคนไม่ว่าอายุไหนรับฟังเหตุผลได้ทั้งนั้น ขอให้เราสื่อสารด้วยวิธีที่เด็กเข้าใจ”เช่น อย่าใช้เหตุผลเยิ่นเย้อสำหรับวัยเบบี๋ และอย่าดุว่าบ่นยาวสำหรับพี่ๆ วัยรุ่น ลองคิดใจเขาใจเรา ถ้าคู่สมรสของเราเลือกใช้เส้นทางที่ทุกครั้งที่เราทะเลาะกันแล้วพูดไม่รู้เรื่อง เขาเดินเข้ามาตบตีเรา เราจะยังคงอยู่กินกับเขาไหม หรือเราจะค่อยๆ หมดรักเขาและเลิกราหย่าร้างกันไปในที่สุด แต่หากเราทะเลาะกับแฟนแล้วต่อให้โกรธกันแค่ไหนเราก็จะไม่ลงมือลงไม้ แล้วทำไมเราทำกับเด็ก ทำไมเราคิดว่าการใช้กำลังเพื่อจบปัญหากับเด็กมันถึงจะเวิร์กหากเราไม่เลือกทำสิ่งนี้กับผู้ใหญ่

เพราะเด็กตัวเล็กกว่าเราและสู้กลับไม่ได้ใช่ไหมหรือเพราะเราคิดว่าสมองเด็กไม่มีวันเข้าใจเหตุผล จึงต้องสรุปปัญหาด้วยการใช้กำลังเข้าข่มเด็กจะได้ไม่ทำพฤติกรรมนั้นๆ อีก แต่ทราบไหมคะว่า ผลที่ได้จากการตีนั้นอาจส่งผลยาวนานตลอดชีวิตเด็ก ทั้งส่งผลระยะสั้นและระยะยาวกันเลยทีเดียว

หนูดีเองมีโอกาสได้ทำงานในโปรเจกต์ล่าสุดกับองค์กร UNICEF ในแคมเปญ“เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ หยุดใช้ความรุนแรง”โดยเป็นการรณรงค์ให้พ่อแม่ไทยเลิกตีลูกและไม่ใช้คำพูดรุนแรงหรือน้ำเสียงดุด่าเสียงดังกับเด็ก เพราะการทำร้ายเด็ก (และแม้กระทั่งผู้ใหญ่) มีได้มากมายหลายวิธี เช่น

ความรุนแรงทางร่างกาย

ความรุนแรงทางอารมณ์และจิตใจ

ความรุนแรงทางเพศ

การละเลยทอดทิ้ง

โดยตัวสุดท้ายนี้คนมักไม่คิดว่าเป็นการกระทำทารุณเด็ก สิ่งนี้ฝรั่งเรียกกันว่าNeglect หรือ “ละเลยไม่สนใจ” ซึ่งในเชิงจิตวิทยาเป็นการทารุณประเภทหนึ่งค่ะ ลองคิดดูนะคะ หากเรามีแฟน และเราโทรไปแฟนไม่รับสายไม่โทรกลับ หรืออยู่ในบ้านเดียวกันแต่สามีหรือภรรยาของเราเล่นสงครามเย็น ไม่พูดไม่จา ทำเหมือนเราเป็นอากาศธาตุ เราจะเจ็บไหม แน่นอนเราเจ็บค่ะ เด็กเองก็มีสมองของชาติพันธุ์เรา เขาก็จะตอบสนองไม่ต่างกัน จะเจ็บและสงสัยในคุณค่าของตัวเขาเองจนทำให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านพ่อแม่และต่อต้านสังคมต่างๆ ตามมา ดังนั้นในฐานะพ่อแม่และครู เราคงต้องคอยสอดส่องและประเมินพฤติกรรมตัวเองว่าเรากำลังทำร้ายเด็กโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

บางคนคงสงสัยแคมเปญบอก “ห้ามตี” อ้าว ก็ถ้าเด็กดื้อหนัก ฉันเอาไม่อยู่แล้วจะให้ทำยังไง คำตอบมีหลากหลายวิธีค่ะหนูดีเลือกให้ “อธิบายและพูดกันด้วยเหตุผล” เสมอ เพราะหลากหลายเคสนับร้อยๆ คนของนักเรียนโรงเรียนวนิษาทุกช่วงอายุ มีปัญหาพฤติกรรมมากมาย เราจบได้ด้วยเหตุผลและไม่เคยต้องตีเด็กเลยขอเพียงรอให้เด็กสงบอารมณ์ลงก่อน ให้นั่งนิ่งๆ ทานน้ำเย็นๆ หรือนอนพักสักตื่นแล้วค่อยคุยด้วยเหตุผลตามวัย แม้กระทั่งเด็กสองขวบก็ฟังเหตุผลเป็นค่ะ ส่วนทางUNICEF ก็มีเทคนิคจำง่ายน่าเอ็นดูมานำเสนอ นั่นก็คือ CUTE Family ค่ะ

C - confidence ให้ความมั่นใจ เปลี่ยนจากจับผิดมา “จับถูก” ลูก ทำดีให้ชม ชมบ่อยๆ ในสิ่งที่เขาทำถูกใจเรา จากนั้นตรงที่ไม่โดนใจ เราอธิบายเคลียร์และบอกเขาตรงๆ ว่าเราคาดหวังให้เขาทำอย่างไรU - understanding ให้ความเข้าใจ พยายามเข้าใจลูกจากมุมมองของเขา นึกย้อนกลับไปตอนเราเป็นเด็ก แล้วค่อยๆ ต่อรองจากจุดที่เด็กอยู่ บางครั้งแค่พ่อแม่เข้าใจลูกก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟแล้วค่ะ บอกไปเลย พ่อแม่เข้าใจหนูนะ งั้นเอาอย่างนี้ดีไหม เรามาเจอกันครึ่งทาง... ตามสถานการณ์และอายุเด็กค่ะT - trust ให้ความไว้ใจ ไม่ตัดสินใจแทนลูกตลอดเวลา มอบข้อมูลให้ลูกและช่วยเขาตัดสินใจอยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ เป็นโค้ชให้ชีวิตเขาได้แต่อย่าไปใช้ชีวิตแทนเขา จำได้ไหม ตอนเราเด็กๆเราก็ไม่ชอบให้พ่อแม่ทำแบบนั้นกับเราE - empathy ให้ความเห็นใจ พยายามดูว่าลูก “รู้สึก” อย่างไร เขาเจ็บไหมเวลาเราตัดสินเขาแบบไม่เป็นธรรม เวลาเราตะโกนใส่เขา ฯลฯ ใจเขาใจเราค่ะ ถ้าเจ้านายตะโกนใส่เรา เราคงอายใช่ย่อย ลูกก็คน แม้จะเด็กแต่ก็คนหนึ่งคนไม่ต่างกับเราการเป็นเด็กไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาถูกทอนลงไป คนเราจะรักกันได้ก็เพราะเคารพศักดิ์ศรีกันใช่ไหมคะรักลูกให้เห็น “ใจ” เขาเยอะๆ ค่ะแล้วเราจะไม่ห่างเหินกัน

การเลี้ยงเด็กสักหนึ่งคนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีความสุขได้ไม่ใช่เรื่องง่ายแค่เรียนเก่งในสมัยนี้คงไม่พอหากเราไม่ให้ภูมิคุ้มกันทางใจที่ดีสำหรับเขาติดตัวไปในโลกกว้างด้วย แค่ส่งเรียนสูงๆ ได้ปริญญาดีๆ ไม่ได้การันตีชีวิตที่มีความสุข หากเขาห่างเหินกับพ่อแม่เพราะโดนทำร้ายในวัยเด็ก โลกนี้อยู่ไม่ง่าย แต่ถ้าจิตใจแข็งแรงเพราะฐานแน่นจากครอบครัว หนูดีเชื่อว่าเด็กคนนั้นจะผ่านอุปสรรคได้ทุกอย่างค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจากองค์กร UNICEFและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.endviolencethailand.org

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน