
ขวัญฤดี มณีวงศ์วัฒนา เที่ยวคนเดียวไม่ยาก... แค่เริ่ม
หนึ่งในทีมผู้บริหารคันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ขวัญ-ขวัญฤดี มณีวงศ์วัฒนา
โดย...รอนแรม
หนึ่งในทีมผู้บริหารคันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ขวัญ-ขวัญฤดี มณีวงศ์วัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร เบื้องหลังโปรเจกต์ใหญ่ยักษ์ เจ้าพระยาเอสเตทที่ตั้งของโรงแรม 5 ดาวอย่างโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ และคาเพลลาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เธอเป็นสาวเก่งที่มีภาพลักษณ์เป็นคนทำงานและออกแนวสาวสังคม ซึ่งตรงข้ามกับตัวตนเธอเป็นนักท่องเที่ยวตัวยง ชอบเดินป่า ชอบเล่นสกีและชอบไปในที่ที่ไม่มีใครเคยไป เชื่อว่าเรื่องราวเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกล้าเที่ยวคนเดียว
เมื่อเพื่อนสนิท ชีวิตต่างกัน
เธอเริ่มเที่ยวคนเดียวครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะความรู้สึกหงุดหงิดใจ “ทำไมไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ”
คุณขวัญเล่าให้ฟังถึงทริปก่อนๆ ที่ไปเที่ยวกับเพื่อน เธอยกตัวอย่างทริปฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่ตั้งใจจะไปเล่นสกีแต่ไม่ได้เล่น “คนที่ไปด้วยเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทหมดเลย แต่ไม่ชอบสิ่งเดียวกันเลย” เธอกล่าว
แม้ว่าเธอจะเตรียมเสื้อผ้าและความตั้งใจไปเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเพื่อนไม่อยากเล่น “ขวัญก็ไม่กล้าพูด” ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ของเธอจะติดเมือง ไม่ช็อปปิ้งก็เข้าร้านกาแฟซึ่งผิดกับไลฟ์สไตล์ของเธอ “ขวัญเป็นคนชอบพิพิธภัณฑ์ จะมีความสุขกับการอ่านว่าที่มาเป็นยังไง แต่เพื่อนกลับมองว่าน่าเบื่อ” นอกจากนี้เธอยังเป็นขาลุย แม้ภายนอกจะดูไม่ใช่แบบนั้น “ขวัญชอบไปภูเขา ชอบเดินป่า” เธอกล่าว ครั้งหนึ่งเธอเคยไปปีนภูเขาไฟโบรโม ประเทศอินโดนีเซีย จากคนที่คนอื่นคิดว่าเป็นคุณหนูเป็นไฮโซ กลับเดินขึ้นไปถึงก่อนและมีความสุขที่ได้ทำ
ตอนนี้เธออยากไปเนปาล ปากีสถาน และตอนเหนือของอินเดีย แค่คิดจะหาเพื่อนไปด้วยก็ยากแล้ว “คนที่ไปด้วยกันต้องรู้ใจกันพอสมควร” เธอกล่าวถึงเพื่อนเดินทางที่ดี เพราะคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กันมักจะเข้าใจ และอยู่ด้วยกันแล้วจะสบายใจกว่า ทั้งนี้เธอก็เคยไปกับเพื่อนเดินทางขาลุยเช่นกัน ประเภทนั่งรถประจำทาง นอนโฮสเทล ซึ่งนั่นเป็นประสบการณ์ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เธอนอนโฮสเทล ทำให้ยิ่งตระหนักว่าเพื่อนเที่ยวที่เข้ากับตัวเธอนั้นหายากนัก เธอจึงแก้ปัญหาด้วยการเดินทางคนเดียวซึ่งทำไปแล้วหลายทริป และมีความสุขทุกทริป
เมื่อชีวิตเป็นของเราเอง
สถานที่แรกที่เธอไปคนเดียว คือ ฮอกไกโด อาจจะติดค้างจากทริปก่อนหน้าที่ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วไม่ได้เล่นสกี เธอจึงจัดทริปไปเอง เล่นสกีเท่าที่อยากเล่น และเป็นครั้งแรกที่ได้แช่ออนเซนทั้งที่ไปญี่ปุ่นนับครั้งไม่ถ้วน “เคยคิดมาตลอดว่าจะออนเซนแต่ไม่กล้า” เธอเล่า “แต่พอได้แช่ ทำให้รู้เลยว่าทำไมเราไม่ทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ซึ่งเธออาจหมายถึงทำไมถึงไม่กล้าเที่ยวคนเดียวมาตั้งนานแล้วด้วย
จากนั้นเธอไป อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทริปนี้เกิดขึ้นฉุกละหุกเพราะเป็นช่วงที่เครียดกับงานและเพิ่งเลิกกับแฟนจึงอยากออกเดินทางไกล เธอวางแผนภายใน 2 อาทิตย์แล้วไป ซึ่งมีเรื่องที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง “โดนกระชากกระเป๋า” เธอเปิดหัวเรื่องได้น่าตกใจ เธอเล่าว่าตอนนั้นเธอกำลังเดินอยู่ริมถนน แต่อยู่ดีๆ ก็มีมอเตอร์ไซค์ขี่มาจากด้านหลัง ซึ่งคาดว่าคงตามเธอมาได้สักพักแล้ว พอถึงจุดเกิดเหตุคนซ้อนท้ายก็กระชากกระเป๋าอย่างแรง จนตัวเธอล้มและครูดไปกับหิน โชคดีที่โจรนำไปได้แค่สายหิ้วกระเป๋า โชคดีที่แถวนั้นเป็นบาร์ จึงมีคนช่วยทั้งปาแก้วใส่คนร้ายและจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล และโชคดีที่สุดที่เธอไม่ได้เป็นอะไรมาก มีแผลถลอกที่แขน มีรอยฟกช้ำที่ขา แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกว่าเป็นทริปที่เลวร้าย เธอเรียกว่า “ทริปที่น่าตื่นเต้นที่สุด”
เธอหลงใหลการเดินทางคนเดียวอย่างจัง แต่ก็เริ่มมีเรื่องหงุดหงิดใจอีกครั้งเมื่อเธอเริ่มไม่อยากไปประเทศซ้ำๆ อินเทอร์เน็ตทำให้เธอได้คำตอบ “ตอนนั้นเสิร์ชหาประเทศที่แปลกๆ ไม่ซ้ำ และปลอดภัยสำหรับคนเดินทางคนเดียวที่เป็นผู้หญิง” คำตอบที่ได้คือ เมืองดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย “เป็นสถานที่ที่สวยงามมาก” เธอกล่าว การเดินทางไปไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เธอก็ทำได้ไม่ยาก “ประเทศนี้ต้องส่งพาสปอร์ตไปขอวีซ่าที่อินโดนีเซีย ต้องใช้เวลาเตรียมการ และมีค่าใช้จ่ายสูง” เธออยู่ที่นั่น 1 สัปดาห์ โดยที่ไม่มีเรื่องร้ายหรือความทุกข์ใจใดๆ
คุณขวัญกล้าออกค้นโลกด้วยตัวคนเดียวแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ใช่แนวแบ็กแพ็กเกอร์ “ขวัญจะเลือกพักโรงแรมที่ดีมากเป็นการสปอยล์ตัวเอง คิดว่าเราหยุดไปเพื่อไปใช้ชีวิตที่ดีมากๆ และซื้อความปลอดภัย” เธอกล่าวถึงความปลอดภัยหลายครั้งจนสังเกตได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอคิดถึงเป็นอันดับแรกเวลาวางแผนเที่ยว ดังนั้นเธอจึงเต็มที่กับที่พักและจุดหมายปลายทางเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
เมื่อเห็นมากก็รู้มาก
เธอเดินทางต่างประเทศบ่อยทั้งทำงานและลาพักร้อนทำให้เธอมีเพื่อนต่างประเทศมากมายทั้งเพื่อนเที่ยวและลูกค้า เธอค้นพบว่า “ทะเลไทยสวยที่สุด” และ “คนไทยน่ารักที่สุด”
เธอเล่าว่า เวลาเจอคนต่างชาติเขาจะชื่นชมเมืองไทยทั้งอาหาร วัฒนธรรม แต่ไม่มีคนไหนเลยที่ไม่พูดถึง “คนไทย”ในด้านความน่ารักและความพยายามช่วยเหลือ เธอแสดงทัศนะถึงคนญี่ปุ่น ตามที่ได้พูดคุยกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นอย่างเปิดเผย ทำให้เธอทราบวัฒนธรรมเรื่องมารยาท เธอเคยเจอคนญี่ปุ่นกล่าวอะไรบางอย่างก่อนออกจากลิฟต์ ซึ่งเพื่อนเธอแปลให้ฟังว่ามันคือการขอโทษที่มารยาทไม่ดี ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีเลย นั่นเป็นเพราะวัฒนธรรมสอนเขามาอย่างนั้น ทำนองเดียวกันการชักชวนไปดื่มน้ำชาในบ้านเป็นมารยาทที่ดี ทำให้บางครั้งคำเชิญชวนก็ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำแต่ทำเพราะต้องทำ เป็นต้น สำหรับคนไทยเธอเห็นว่า “คนไทยทำอย่างที่ใจอยากให้ทำ ช่วยเพราะอยากช่วย” ความจริงใจนี้ทำให้ไม่ว่าใครก็ประทับใจและกล่าวถึงเสมอ
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย แม้ว่าเธอจะชอบภูเขามากกว่าทะเล ก็ยังยกให้ทะเลไทยสวยที่สุดเท่าที่ได้เห็นมา “สิมิลันบ้านเราสวยมากนะ” เธอคงคิดเหมือนใครหลายคน รวมถึงชาวต่างชาติที่นิยมเดินทางไปภูเก็ต กระบี่ หัวหิน พัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาล
โลกของขวัญฤดี
หากเธอมีโลกของตัวเองหนึ่งใบ เธออยากให้โลกใบนั้น“ไม่มีอาชญากรรม” เธอยังหมายถึงความปลอดภัยอยู่ พร้อมเหตุผลที่น่าสนใจ “ตอนนี้เรื่องความไม่ปลอดภัยเป็นข้อจำกัดในการท่องเที่ยว เวลาไปเที่ยวมันดีตรงที่ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เมื่อโลกไม่มีอาชญากรรมเราก็สามารถไปไหนก็ได้อย่างสบายใจ อยากไปคนเดียวก็ไปได้”
เธอยังเคยฝันว่าอยากให้โลกนี้พูดภาษาเดียวกัน แต่ตอนนี้เธอไม่อยากให้เป็นแบบนั้นแล้ว “เราพูดกับเขาไม่รู้เรื่องแต่พยายามที่จะสื่อสารกัน ขวัญว่ามันเป็นวิธีที่ทำให้คนคอนเนกกันมากขึ้น” ทุกวัฒนธรรม ทุกภาษามีเสน่ห์ของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าออกไปค้นหา แต่บางแห่งมันน่าเสียดายที่ไม่กล้าไปเพราะขยาดต่อความกลัว







