
15 วันแห่งความฝันสีสัน และน้ำตา
...ทีมข่าวกีฬา
เวลาผ่านไปครึ่งเดือน จำนวนทีมฟาดแข้งในศึกฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2010 จาก 32 ลดลงเหลือครึ่งหนึ่งหลังจบการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม เท่ากับว่า การแข่งขันทวีความเข้มข้นเข้ามาเรื่อยๆ และอีกเพียงไม่กี่นัด โลกลูกหนังจะได้ผู้ครองตำแหน่งแชมป์โลกรายใหม่ หลังจากที่อิตาลี เจ้าของแชมป์ประจำปี 2006 ตกรอบแรกไปอย่างเหลือเชื่อ
นั่นเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาเหตุการณ์ในความทรงจำมากมายที่จารึกไว้บนแผ่นดินแอฟริกาใต้ ที่ตกรอบไปแล้วเช่นกัน หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในรอบแรก
ต่อไปนี้คือบันทึกเหตุการณ์สำคัญในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา
nเวิลด์คัพกับตัวเลข
0 เชื่อหรือไม่ว่า
“กระทิงดุ” สเปน คือทีมที่ไม่มีผู้เล่นโดนใบเหลืองหรือใบแดงเลยสักใบจากการลงสนาม 3 นัด1 จำนวนประตูที่สเปนโดนเจาะตาข่ายในนัดเปิดสนามกลุ่มเอช ทั้งที่ขนสตาร์ดังลงสนามในฐานะทีมเบอร์ 2 ของโลกและเต็งแชมป์ ก่อนพ่าย สวิตเซอร์แลนด์ 01 อย่างเหลือเชื่อ
2 คือจำนวนแผลแตกของ เคราร์ด ปิเก (สเปน) ลงสนามนัดแรกก็โดนเตะเข้าที่บริเวณหางคิ้วจนแตก ก่อนจะลงสนามนัดที่ 2 และครั้งนี้โดนเข้าที่หน้าจนเลือดกบปาก
3 ดาวยิงสูงสุดในรอบนี้ครองร่วมกัน 3 คน คือ กอนซาโล ฮิกัวอิน (อาร์เจนตินา) โรเบิร์ต วิตเท็ก (สโลวาเกีย) และ ดาบิด บีญา (สเปน) แต่ละคนทำไป 3 ประตูเท่ากัน
7 โปรตุเกสยิงถล่มเกาหลีเหนือ 70 เป็นสกอร์สูงสุด ณ เวลานี้
18 เจ้าหนู คริสเตียน เอริกเซน วัย 18 ปี 3 เดือน คือนักเตะอายุน้อยที่สุดในเวิลด์คัพซึ่งทีมชาติเดนมาร์กส่งเข้าประกวด
40 สถิติในทิศทางตรงกันข้ามเป็นของ เดวิด เจมส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษที่จะฉลองวันเกิดปีที่ 40 ในวันที่ 4 ส.ค. เป็นนักเตะอายุมากที่สุด
55 ฟุตบอลโลกเปิดสนามได้ 55 นาที ก็มีประตูแรกเกิดขึ้น เป็นผลงานของ ซิฟิเว ชาบาลาลา นักเตะเจ้าภาพ
101 จำนวนประตูที่ทำได้ทั้งหมดในรอบนี้
203 คือจำนวนใบเหลืองแดงที่ผู้ตัดสินควักแจก แบ่งเป็นใบเหลือง 190 ใบ และใบแดง 13 ใบ โดยเจ้าของใบเหลืองแรกคือ เอเฟรน ฮัวเรซ (เม็กซิโก) ส่วนใบแดงแรก นิโกลาส โลเดโร (อุรุกวัย) คว้าไปครอง ส่วน อับเดลคาเดร์ เกซซาล (แอลจีเรีย) คือนักเตะที่สัมผัสเกมน้อยที่สุดก่อนโดนไล่ออก หลังเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองได้เพียง 15 นาที แต่ถ้าหากนับกันตั้งแต่เป่านกหวีดคิกออฟแล้ว เจ้าของสถิติคือ แฮร์รี คีลล์ (ออสเตรเลีย) ที่มีเวลาในสนามเพียง 24 นาที
2,284,796 จำนวนผู้ชมทั้งหมด เฉลี่ย 47,600 คนต่อนัด
nยักษ์ล้ม
โล่งอกกันไป เมื่ออังกฤษกับสเปนผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดได้ในนัดชี้ชะตา อะไรๆ มันจะได้ไม่ช็อกไปมากกว่านี้
ชัยชนะใน 2 นัดสุดท้ายของสเปนทำให้พวกเขาเอาตัวรอดจากความปราชัยให้กับสวิตเซอร์แลนด์ในนัดแรกแบบไม่ต้องลุ้นเหนื่อยแบบอังกฤษที่เสมอมา 2 นัดแรกแล้วมาลุ้นหืดจับในนัดสุดท้าย ซึ่งเอาชนะสโลวีเนีย 10
แต่ที่จอดสนิท ฝรั่งเศส และอิตาลี รองแชมป์เก่ากับแชมป์เก่า ลางร้ายของทั้ง 2 ทีมปรากฏตั้งแต่ก่อนแข่ง
เกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายของฝรั่งเศสคือความปราชัยให้กับจีน 01 ฟอร์มบู่ทำให้สมาชิกในทีมเริ่มแตกคอกันเองแล้ว เมื่อเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์จริง พวกเขาทำได้เพียงเสมออุรุกวัยแบบไร้สกอร์ในนัดแรก ก่อนจะแพ้เม็กซิโก 02 และแอฟริกาใต้ 12 อมบ๊วยกลับบ้านไป ขณะที่ปัญหาบาดหมางในทีมบานปลายถึงขีดสุด
ขณะที่อิตาลีอาการหนักเช่นกัน พวกเขาอุ่นเครื่องไม่ชนะใคร และเมื่อถึงวันแข่งจริงก็ยังไม่ชนะใครอีกนั่นแหละ หลังเสมอกับปารากวัยและนิวซีแลนด์ด้วยสกอร์เท่ากัน 11 แข้งอัซซูรีแพ้สโลวาเกีย 23 ทีมแชมป์โลกกลับบ้านในฐานะทีมก้นตารางกลุ่มเอฟ นั่นทำให้กุนซือ มาร์เชลโล ลิปปี และกัปตันทีม ฟาบิโอ คันนาวาโร หมดเวลาในทีมชาติลงอย่างไวและน่าหดหู่ที่สุด
การตกรอบของฝรั่งเศสและอิตาลีทำให้เป็นครั้งแรกที่ทีมรองแชมป์และแชมป์เก่าตกรอบแรกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ขณะที่แอฟริกาใต้กลายเป็นเจ้าภาพชาติแรกที่ไปไม่ถึงรอบ 2
nเอเชียจงเจริญ
ความล้มเหลวของชาติยักษ์ใหญ่สวนทางกับพัฒนาการก้าวกระโดดของ 2 ชาติในเอเชีย
เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่เกาหลีใต้บันทึกผลงานดีที่สุดให้กับทวีปเอเชียด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ท่ามกลางข้อครหาว่าพวกเขาเล่นบนแผ่นดินตัวเองและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาหลีใต้ได้ประโยชน์จากผู้ตัดสินอยู่มาก
แต่ไม่ใช่อีกต่อไป
รูปร่างเป็นรองน่ะหรือ ทีมไม้ประดับน่ะหรือ ไม่ระคายเอาเสียหรอก
กองทัพ
“ปีศาจแดง” เกาหลีใต้ ที่เคยฝันร้ายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้ฉลองกันครั้งใหญ่ เมื่อพวกเขาเข้ารอบน็อกเอาต์นอกประเทศได้เป็นครั้งแรกเพียงนัดแรกของกลุ่ม เกมบุกของเกาหลีใต้จัดการกรีซเสียอยู่หมัด ก่อนเอาชนะไป 20 และแม้จะแพ้มหาอำนาจลูกหนังโลกอย่างอาร์เจนตินาในนัดต่อมา 14 พวกเขาสามารถเสมอกับไนจีเรีย 22 ลอยลำเข้ารอบต่อไป โดยมีญี่ปุ่นตามมาอย่างงดงามด้วยการเอาชนะแคเมอรูน 10 แพ้ทีมเก่งอย่างเนเธอร์แลนด์เพียงประตูเดียว และปราบเดนมาร์กอีก 31
ในขณะที่เกาหลีใต้มี ปาร์กจีซุง, ปาร์กชูยอง และดาวรุ่ง ลีชุงยอง ญี่ปุ่นก็แจ้งเกิด เคซูเกะ ฮอนดะ และอาจจะเป็นครั้งแรกที่ชาวโลกจะได้เห็นนักเตะเอเชียติดทีมยอดเยี่ยมฟีฟ่า เวิลด์คัพ
nบรื๋อ...ฟาวล์ผีหลอก
มันเกิดขึ้นในคืนนั้น
หลังจากที่สหรัฐไล่ตามตีเสมอสโลวีเนีย 22 แล้ว มัวริซ เอดู ก็จัดการซัดเจ้าบอลจาบูลานีเข้าไปซุกก้นตาข่าย ชำเลืองตาดูแล้วผู้กำกับเส้นไม่ยกธงล้ำหน้า ผู้ถือหางข้างทีมมะกันจึงลิงโลดกันถ้วนหน้า มันกำลังจะเป็น 3 คะแนนเต็มอันล้ำค่าหลังจากที่สกอร์เป็นรอง 02
ปรี๊ดดดด...เสียงลึกลับดังมาจากด้านหลัง หันไปเป็นผู้ตัดสิน โคมัน คูลิบาลี เป่านกหวีดว่ามีการฟาวล์เกิดขึ้นเสียก่อน ทั้งที่ภาพช้าที่จัดให้แบบซูเปอร์สโลว์โมชันยังไม่เห็นเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ
สหรัฐไม่ใช่ทีมเดียวที่โดนแฟนทอมฟาวล์หลอกเอาจนแทบจับไข้ นักเตะคาทอลิกอย่าง กากา ผู้รักษาชีวิตค้าแข้งขาวสะอาดปราศจากใบแดงมานาน 7 ปี และไม่เคยเสียประวัติโดนไล่ออกขณะรับใช้ทีมชาติบราซิลเจอดีเช่นกัน
คาเดร์ เกอิตา ตัวรุกของไอวอรีโคสต์วิ่งมาชนแขนของ กากา ที่ยกกางออกเพียงเบาะๆ แต่เกอิตาสวมวิญญาณนักแสดงชายยอดเยี่ยมกุมหน้าเจ็บปวดเหลือเกิน และผู้ตัดสิน สเตฟาน ลองนอย ควักใบเหลืองที่ 2 ไล่ กากา ออกจากสนามทันที
จังหวะนั้น กากาไม่ได้มองเกอิตาด้วยซ้ำ และลองนอยก็ไม่ได้มองการปะทะกันของนักเตะทั้งคู่เช่นกัน
เหยื่ออีกรายคือ สวิตเซอร์แลนด์
ในเกมระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับชิลี แข้งสวิส 10 ชีวิตต้องดิ้นรนนานถึง 60 นาที หลังจากที่ วาลอน เบห์รามี กองกลางของพวกเขา โดน 2 นักเตะชิลีเข้ามาพัวพัน
หนึ่งในนั้นคือ อาร์ตูโร วิดาล ที่ดูเหมือนว่าจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาล่วงหน้า ก่อนที่จะโดนตัวเบห์รามีด้วยซ้ำ จังหวะดังกล่าวทำให้เบห์รามีโดนใบแดงทันที และเป็นชิลีที่เฉือนชนะไปได้ 10
มันคือแฟนทอมฟาวล์ การฟาวล์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
nวาทะเด็ด
นิโกลาส์ อเนลกา คงภูมิใจยิ่งนัก (ประชด) ที่ได้ครองตำแหน่งวาทะชนะเลิศกับวลีเด็ด
“ไอ้ลูกกะ...”นี่ไม่ใช่เพียงการสบถใส่หน้ากุนซือ เรย์มงด์ โดเมอเนก ในการปะฉะดะในห้องแต่งตัวธรรมดา แต่มันยังนำไปสู่ความแตกแยกครั้งใหญ่ระหว่างนักเตะกลุ่มหัวโจก vs สต๊าฟโค้ชและสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส จนเกิดเหตุประท้วงเป็นที่น่าอับอายต่อชาวโลก
พวกเขาแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันลงสนามนัดชี้ชะตากลุ่มเอแล้ว
ต่อไปนี้คือวาทะในความทรงจำรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งเจ็บแสบ ซาบซึ้ง และไม่มีวันลืม
“
ผมรู้สึกดีใจนะ แต่ก็ไม่ได้มีความสุขมากเท่ากับที่คิด เป้าหมายของเรายังอยู่ห่างอีกไกล ผมยังพอใจไม่ได้หรอก” เคซูเกะ ฮอนดะ (ญี่ปุ่น)“
พวกนี้มันเป็นแค่สิงโตตัวเล็กๆ ก็เลยกอดได้ แต่ในวันอาทิตย์ไม่ใช่อย่างนี้ สิงโตที่เราจะต้องเจอจะดุร้ายกว่านี้มาก” ฟิลิปป์ ลาห์ม (เยอรมนี)“
ความหวาดกลัวเกิดขึ้นเมื่อคุณเล่นให้กับทีมที่ปักดาว 4 ดวงไว้บนเสื้อ และคุณจะต้องชนะ” ฟาบิโอ คันนาวาโร (อิตาลี)“
ผมผ่านอะไรมาเยอะใน 4 ปีที่ผ่านมา ผมดีใจมากที่สุดท้ายมันออกมาเป็นอย่างนี้ และมันทำให้ผมเชื่อมั่นในสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในโลก” แลนดอน โดโนแวน (สหรัฐ)“
เปเลต้องกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ได้แล้ว” ดิเอโก มาราโดนา (อาร์เจนตินา)“
เขาเป่าฟาวล์ตอนที่ไม่ฟาวล์ ให้ใบเหลืองจังหวะที่ไม่ใช่ใบเหลือง แล้วเขาก็เดินยิ้มออกจากสนาม ผมหวังว่าเราจะไม่เจอหน้าเขาอีกในทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะว่าเขาไม่คู่ควรกับที่นี่ด้วยซ้ำ” คาร์ลอส อัลแบร์โต ปาร์ไรรา (แอฟริกาใต้)“
พ่อผมป่วยมาสักระยะแล้ว นี่เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ผมจะแสดงให้พ่อเห็นคุณงามความดีทั้งหมดที่พ่อสั่งสอนผมมาว่า ผมจะต้องเข้มแข็ง โปร่งใส มีศักดิ์ศรี ต้องรู้จักขอโทษ แม่ผมเป็นตัวอย่างเรื่องของชีวิตที่ดีที่สุดว่า อย่ายอมแพ้ ให้ทำเต็มที่ และเป็นบุคคลที่มีเกียรติ” คาร์ลอส ดุงกา (บราซิล)nฤทธิ์วูวูเซลา
โฟนัก ผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยในการได้ยิน บอกว่า
“เสียงที่ดัง 100 เดซิเบลขึ้นไปก่อให้เกิดอันตรายต่อการได้ยินได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที”ดังนั้นจึงมีคำเตือนออกมาว่า เจ้าเครื่องเป่าวูวูเซลาที่ให้เสียงดังถึง 127 เดซิเบลหลายพันชิ้นในสนามฟุตบอลที่แข่งขันกัน 90 นาที อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการได้ยินได้อย่างถาวร
นอกจากอันตรายต่อการได้ยินแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต!
เพียงแค่นั่งชมเกมอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เสียงหึ่งๆ ของวูวูเซลายังน่ารำคาญแทบแย่ โดยเฉพาะหากคุณลงทุนเปลี่ยนเครื่องเสียงใหม่ต้อนรับศึกเวิลด์คัพเพื่อการชมฟุตบอลอย่างมีอรรถรส ลองคิดดูสิว่า หากเพื่อนบ้านของคุณกระหน่ำเป่าวูวูเซลาหน้าจอขณะเชียร์ทีมรักไปด้วย มันจะเป็นยังไง
ที่เยอรมนี หนุ่มอเมริกันรายหนึ่งหมดความอดทนกับเสียงแตรพลาสติกที่เพื่อนบ้านพากันเป่าอย่างครึกครื้นมาตลอดทัวร์นาเมนต์ เขาจึงคว้าขวานเคาะบ้านคนแถวนั้นแล้วบอกว่า
“ฉันจะฆ่าแก”โชคดีที่เขาไม่ได้ทำอย่างที่พูด
ที่เยอรมนีอีกเช่นกัน วูวูเซลากลายเป็นอาวุธในมือของพ่อหนุ่มหมัดเมา
หลังจากฉลองเต็ม







