‘ฟลอยด์-ปาเกียว’ ใครคือเบอร์1โลก
อีกเพียงแค่ 7 วัน จะถึงวันที่แฟนหมัดมวยทั่วโลกรอคอย ระหว่าง “พริตตี้บอย” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์
โดย...ราชันเบอร์23
อีกเพียงแค่ 7 วัน จะถึงวันที่แฟนหมัดมวยทั่วโลกรอคอย ระหว่าง “พริตตี้บอย” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่ายชาวสหรัฐ กับ “แพ็กแมน” แมนนี ปาเกียว แชมป์โลกชาวฟิลิปปินส์ ขวัญใจชาวเอเชีย ได้เวียนมาพบกันจริงๆ เสียที หลังจากแคล้วคลาดกันมา 5 ปี
นี่คือไฟต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการมวย ที่จะทำลายสถิติทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าตัว ค่าผ่านประตู รวมถึงจำนวนยอดคนดูถ่ายทอดสดทั่วโลก
หลังจากรอมานานหลายปี เกือบจะคิดว่าเป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ สำหรับคู่มวยหยุดโลกของคอกีฬาทั่วโลก ระหว่าง ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ นักชกที่ดีที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ กับ แมนนี ปาเกียว สุดยอดนักมวยที่คนอยากดูขึ้นชกมากที่สุดคนปัจจุบัน จะระเบิดศึกในวันที่ 3 พ.ค.นี้ (ตามเวลาไทย) ที่สังเวียน เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ ลาสเวกัส เนวาดา ประเทศสหรัฐ
คิดกันเล่นๆ ถ้าไฟต์นี้ไม่อุบัติขึ้น จะเป็นอะไรที่น่าเสียดายเหลือเกิน!!
เพราะทั้งคู่คือสุดยอดมวยแห่งยุค ทาง “ฟลอยด์” ชนะใครในโลก ก็ไม่เท่เท่าชนะยอดมวยตากาล็อก ที่ต่อไปจะพูดได้เต็มปากว่า “ข้าคือยอดมวยเบอร์ 1 ตัวจริง”
มวยไอคิวเพลย์เซฟมากกว่าบู๊
ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ วัย 38 ปี จากมิชิแกน สหรัฐ เจ้าของผลงานการชก ชนะรวด 47 (น็อก 26) ไม่รู้จักคำว่าแพ้ จุดเด่นหรือข้อดี เป็นมวยฝีมือที่ชกยากที่สุดในโลกคนปัจจุบัน มีระบบการป้องกันตัวที่ดี แถมเจ้าเล่ห์ที่สุดอีกด้วย และเป็นเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ รวม 5 รุ่น 12 ตำแหน่ง เป็นนักมวยที่ภาษามวยเรียกว่า “มวยขี้เกียจ” ออกหมัดไม่เยอะ ฉลาด ไอคิวสูง มีทีเด็ดที่หมัดดัก สภาพร่างกายแข็งแกร่งทนทาน ตั้งแต่หันมาชกมวยอาชีพยังไม่เคยใครโดนต่อยร่วงลงไปนอนนับแม้แต่ครั้งเดียว แต่ข้อเสียช่วง 2 ปีมานี้ เริ่มมีอาการแผ่ว ประเภทถ้าโดนเบียดเยอะๆ สเต็ปขาและจังหวะการออกหมัดอาจจะช้าไปบ้าง ไม่เหมือนช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ด้วยอายุที่มากขึ้น
“สิ่งหนึ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับกีฬาทุกชนิด คือ เมื่อไหรก็ตามที่คุณแพ้ ความพ่ายแพ้มันจะติดในใจของคุณ ถ้าคุณแพ้หนึ่งครั้ง มันจะติดอยู่ในใจคุณ ถ้าคุณแพ้สองครั้ง มันจะติดอยู่ในใจคุณ ตั้งแต่วันแรกผมถูกสอนให้เป็นผู้ชนะ ไม่ว่าจะอย่างไร ต้องเป็นผู้ชนะ” ฟลอยด์ แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ของ WBC และ WBA กล่าว
บู๊ล้างผลาญ ‘ฉายา’ ถอยหลังเป็นล้ม
แมนนี ปาเกียว วัย 36 ปี จากฟิลิปปินส์ เจ้าของผลงาน ชนะ 57 (น็อก 38) แพ้ 5 เสมอ 2 นักชกหน้าหนวดผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ให้ใครง่ายๆ สไตล์ไฟเตอร์ชวนทะเลาะ มีสัญชาตญาณเป็นเพชฌฆาตโดยแท้จริง ประเภทเดินหน้าฆ่าแหลก หรือประเภท “ถอยหลังหกล้ม” ครองตำแหน่งแชมป์โลกรวม 6 รุ่น 7 ตำแหน่ง ฉวยโอกาสได้ดี หากคู่ต่อสู้เพลี่ยงพล้ำมีหวังเสร็จ ข้อเสีย ออกหมัดเปิดช่องโหว่เยอะ เข้ามวยไม่รัดกุม ไฟต์ที่แพ้น็อก ฮวน มานูเอล มาเกซ นักชกชาวเม็กซิกัน เป็นเครื่องพิสูจน์การตั้งรับของปาเกียวยังเป็นจุดอ่อน ข้อดี พละกำลังดี ซ้อมหนัก เดินหน้าแลก 12 ยก ไม่มีหมด และที่สำคัญ เป็นคนที่ไม่เคยประมาทคู่ต่อสู้
“ฟลอยด์เป็นนักมวยที่ป้องกันดี แต่ผมไม่กังวลอะไรหรอก ผมเป็นประเภทที่เอาชนะการป้องกันได้อย่างง่ายดาย และผมมั่นใจจะเป็นคนแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้เขา” แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ของ WBO กล่าว
คู่นี้ใครต่อยก่อนได้เปรียบคว้าชัย
คู่นี้น่าจะวัดผลกันที่ช่วงต้นเกม 3-4 ยกแรก ปาเกียวเป็นรองเยอะ ปล่อยให้ฟลอยด์ทำคะแนนจะแจ้งนำไปก่อน ปาเกียวจะชกลำบาก ขณะเดียวกันหากปาเกียวขึ้นนำก่อน ฟลอยด์จะมาตั้งรับไม่ได้ ต้องเดินหน้าทำคะแนน ซึ่งไม่ใช่สไตล์ถนัดของยอดนักชกชาวสหรัฐ มันจะเข้าทางปาเกียวทันที ฉะนั้นใครคุมเกมได้ในช่วง 3-4 ยกแรก โอกาสที่จะเป็นผู้ชนะมีสูง
ฟันธงฟลอยด์ชนะแต้ม
เกจิกหลายสำนักฟันธง หากต่อยกันครบยก ปาเกียวน่าจะสู้ฟลอยด์ไม่ได้ เพราะว่านักชกสหรัฐเป็นประเภทต่อยแบบไม่สนจิตใจแฟนมวย เน้นผลการแข่งขัน ถ้าเปรียบเหมือนฟุตบอล ฟลอยด์จะเป็นแนวเน้นผลสกอร์เหมือนเชลซี แต่สำหรับปาเกียว เป็นประเภทไฟเตอร์เปรียบเหมือนสไตล์การเล่นของอาร์เซนอล ครบ 12 ยก ฟลอยด์จะเป็นฝ่ายชนะคะแนน
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้มีกระแสว่าไฟต์ใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกแบบนี้ คงไม่กล้ามีการ “ล็อกผล”
นักชกทั้งสองฝ่ายต้องอยากเอาชนะกันแบบขาวสะอาด แต่ว่ากันจริงๆ ภาพลักษณ์ของวงการมันก็ชวนให้อดคิดไม่ได้
เอาเป็นว่า เช้าวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค.นี้ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้หมัดมวย หากพลาดไฟต์นี้ จะคุยกับชาวบ้านเขาไม่รู้เรื่อง!!


