
รอยแย้มสรวล โจคอนด้า
ชีวิตเป็นสิ่งที่ลึกลับอย่างน่าเหลือเชื่อ ในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์นั้นช่างดำมืดและยากที่จะหยั่งถึง
โดย...พรเทพ เฮง
ชีวิตเป็นสิ่งที่ลึกลับอย่างน่าเหลือเชื่อ ในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์นั้นช่างดำมืดและยากที่จะหยั่งถึง
เรื่องแนวรหัสคดีมักจะเปลื้องเปลือยสิ่งที่กดทับในส่วนนี้ของมนุษย์ออกมาทีละเปลาะๆ อย่างแยบยล ด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องตามสไตล์ของนักเขียนแต่ละคน
“The Gioconda Smile” ถูกแปลเป็นภาษาไทยออกมาโดยนักเขียนรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(ซีไรต์) คนล่าสุดของไทยคือแดนอรัญ แสงทอง และพิมพ์ในวาระ 120 ปีแห่งชาตกาล อัลดัส ฮักซเลย์ (ค.ศ. 1894-1963) โดยใช้ชื่อเรื่องภาษาไทยว่า “รอยแย้มสรวลโจคอนด้า”
เรื่องสั้นขนาดยาวเล่มนี้พิมพ์ออกมาแค่ 700 เล่ม ในแบบปกแข็ง และน่าจะจำหน่ายหมดไปแล้วในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2558 ที่ผ่านมา
นับได้ว่าได้รับแรงตอบรับที่ดีทีเดียวสำหรับวรรณกรรมคลาสสิกที่คนรุ่นใหม่ดูหมางเมินอยู่พอควร
หากโดยนิยามของเรื่องแนวรหัสคดี คือเรื่องเล่าที่เน้นการคลี่คลายปัญหาซ่อนเงื่อนของเหตุการณ์ชุดหนึ่ง โดยเรื่องเล่าประเภทนี้จะสร้างปมปริศนาอันคลุมเครือกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น และท้าทายความคิดของผู้อ่านหรือผู้ชมให้เกิดความหฤหรรษ์ในการติดตาม ในบันทึกสำนักพิมพ์ที่เขียนบอกถึงความดีเด่นคงตอบคำถามได้ดี
“...ไม่เพียงแต่จะเป็นเรื่องสั้นขนาดยาวหรือนวนิยายขนาดสั้นแนวรหัสคดีเยี่ยมยอดตลอดกาล โดยปราศจากข้อสงสัยเท่านั้น หากยังเป็นวรรณกรรมที่เสนอความคิดเชิงศีลธรรมได้อย่างแนบเนียน อ่านสนุก ฉีกหน้ากาก และเปลือยเปล่าความดัดจริตในจิตใจมนุษย์ได้อย่างแสบสัน”
ที่มาของชื่อเรื่องได้เขียนบอกไว้อย่างชัดเจนถึง “รอยแย้มสรวลของโจคอนด้า” ว่าแรงบันดาลใจมาจาก ลิซ่า เดล โจคอนด้า ซึ่งเป็นชื่อของนางแบบภาพพอร์เทรตงานชิ้นเอกของ ลีโอนาร์โด ดา วินชี อันมีชื่อเสียงข้ามยุคสมัยมาหลายร้อยปี ซึ่งคนทั้งโลกรู้จักกันในชื่อ “โมนาลิซ่า”
ภาพนี้ ลีโอนาร์โด ดา วินชี ใช้เวลาวาดยาวนานถึง 4 ปีกว่าจะเสร็จ
รอยแย้มสรวลของเธอถูกตั้งคำถามอย่างเป็นอมตะนิรันดร์กาล ค้างคาอยู่ในจิตใจของผู้คนมากผู้หลายนามมาหลายศตวรรษ คำถามนั้นก็คือ รอยยิ้มน้อยๆ ด้วยริมฝีปากที่มิดเม้มของโมนาลิซ่านั้น มันมีความหมายเยี่ยงใดกัน ผู้สันทัดกรณีต่างมีความเห็นผิดแผกแตกต่างกันไป
บ้างก็ว่ามันเป็นรอยยิ้มแห่งทุกข์เทวษ เพราะว่าเจ้าหล่อนกำลังอยู่ในระหว่างไว้ทุกข์ให้แก่ธิดาที่เพิ่งวายชนม์ไปก่อนหน้านั้นไม่นาน ในขณะที่ยังเป็นทารกตัวน้อยๆ
บ้างก็ว่ามันเป็นรอยยิ้มแฝงเลศนัย หล่อนกำลังวางแผนการ หาทางหนีทีไล่จะสวมเขาให้สามี
บ้างก็ว่าเป็นรอยยิ้มอันเนื่องมาจากความปวดร้าวบริเวณขากรรไกร เพราะว่าเพิ่งไปถอนฟันกรามสองถึงสามซี่ก่อนมานั่งเป็นแบบให้วาด
ความเป็นจริง ภาพโมนาลิซ่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับท้องเรื่องแม้แต่น้อย เพียงแต่บุคลิกของตัวละครที่เป็นสาวทึนทึกวัย 36 ปี มีรอยยิ้มที่ลึกลับชวนฉงนแบบในภาพเลื่องชื่อภาพนี้
เหตุการณ์ฆาตกรรมที่ไม่ลึกลับซ่อนเงื่อนมากมายนัก หากเอาความรู้สึกของยุคนี้เข้ามาวัด เพราะมีนวนิยายหรือเรื่องสั้นมากมายในยุคหลังของโลกตะวันตก มีเทคนิคและกลวิธีเล่าเรื่องซับซ้อนและลึกล้ำน่าฉงนฉงายมากมายนัก
“ลมเพชรหึง” ของผู้หญิงที่เกิดอารมณ์หวงห่วงและรัก จนกลายเป็นความอิจฉาริษยาและคลุ้มแค้นอย่างมิยอมปล่อยวาง เป็นประเด็นหลักที่ถูกคลี่คลายออกมา
แน่นอนความหึงหวงเกิดมาจากพื้นฐานทางอารมณ์ที่ไม่มั่นคงนำไปสู่การฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น เป็นการสะท้อนภาพถึงชีวิตของชนชั้นสูงในสังคมที่มีชีวิตอยู่กับความเลื่อนเปื้อนหลักลอย ชีวิตที่เปี่ยมสุขมีครบพร้อมมูล ทว่าขาดหลักยึดที่มั่นคง ปล่อยให้กิเลสและความต้องการทางอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลเข้ามาจัดการ
ชีวิตที่ดูเหมือนกับไม่ยึดติดกับศีลธรรมของการแสวงหาสุขและบรมสุขของชีวิตในเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว มันก็คือภาพเดิมๆ ของผู้คนแห่งยุคสมัยที่ไม่เคยเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ยุคไหน
“รอยแย้มสรวลโจคอนด้า” จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความลึกลับในการวางเงื่อนงำของเนื้อเรื่องที่ซึมเซาะเจาะเข้าไปจิตใจของคนอ่านให้ได้มาทบทวนตัวเอง ในความลุ่มหลงอยากได้ใคร่มี โดยเฉพาะเรื่องราวของความลุ่มหลง ความรัก ความใคร่ ที่ฟังเสียงหัวใจเพียงอย่างเดียวไม่ได้...ต้องมีการไตร่ตรองใช้สมองอย่างลึกซึ้งด้วยเช่นกัน







