
ไม่ใช่แค่เสื้อบอลแต่คือประวัติศาสตร์ ของ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ และผู้ดำเนินรายการข่าว 5 หน้า 1 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 เมื่อเกือบ 10 กว่าปีก่อนเขาเคยเป็นผู้สื่อข่าวกีฬา ทำให้ได้คลุกคลีกับกีฬาฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง เขาบอกว่าที่จริงชอบฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลแล้ว เป็นธรรมชาติของเด็กผู้ชายทุกคนที่มักจะชอบฟุตบอล พอไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ก็มีโอกาสไปดูฟุตบอลบ่อยมันยิ่งซึมเข้าเส้นเลือด ตอนนั้นอยากได้เสื้อบอลก็ยังไม่ค่อยมีเงินมากนักซื้อได้ทีละตัว ตัวละ 2,000 กว่าบาท ตัวนั้นก็ชอบ ตัวนี้ก็ชอบ อยากได้หลายตัวแต่กำลังซื้อไม่พอ ต้องรอเก็บไปเรื่อยๆ ตอนนั้นเสื้อที่อยากได้ราคาอาจจะไม่แพงมาก
แต่พอเวลาผ่านไป 10 กว่าปี ราคาซื้อมันก็ขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป เพราะเสื้อรุ่นนั้นไม่ได้ผลิตเพิ่ม จากราคาพันกว่าบาทก็กลายเป็น 4,000-5,000 บาท มันแพงขึ้นไปหลายเท่า หรือพอเราเริ่มมีกำลังซื้อ เสื้อตัวที่อยากได้ก็ไม่มีขายแล้ว กว่าจะได้มาแต่ละตัวมันยากนะ ต้องไปไล่ซื้อตามอินเทอร์เน็ตบ้าง จากนักสะสมบ้าง
“อย่างเช่นเสื้อของทีมนาโปลี ที่มีมาราโดนาสังกัดตอนนั้น เขาไม่ได้ทำเสื้อมาขายเยอะมากเท่าตอนนี้ สมัยนั้นทำออกมาสักหมื่นตัวนี่ก็ถือว่าเยอะมาก เราก็ต้องไปตามหาที่อีเบย์ เราก็ต้องคอยตามล่าอัพเดทข้อมูล แต่ก็มีบางครั้งที่โชคดีได้ของดีราคาถูก” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มภูมิใจ
เขาบอกว่าการสะสมเสื้อนักฟุตบอลของเขามันไม่ใช่แค่ได้เสื้อ แต่มันเป็นการได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ได้เพื่อนจากสังคมในกลุ่มผู้สะสมด้วยกัน เราได้เสื้อด้วย ได้เพื่อน ได้ความรู้ ได้ซื้ออดีต ได้รู้นิสัยคนด้วยนะ บางคนประมูลแล้วไม่จ่าย ผู้ขายบางคนส่งช้า มันทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกวัน มันเป็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
หลังจากที่เขาประมูลเสื้อบอลผ่าน อีเบย์มา 4 ปี เขาบอกว่าตอนนี้เชี่ยวชาญมาก ได้เห็นพฤติกรรมคนต่างๆ นานา บางคนมาขายเพื่อทำกำไร บางคนมาขายเพราะเป็นนักสะสมมาก่อนมีของเยอะอยากระบาย ร้อนเงิน มีหลายรูปแบบ มีหลายเพจทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ
หลังจากที่สะสมมาอย่างจริงจังเกือบ 10 ปี เขามีเสื้ออยู่ 300 กว่าตัว เขารักเสื้อที่มีอยู่ทุกตัว ราคาที่แพงที่สุดคือราคา 6,000 กว่าบาท ซึ่งเขาลิมิตตัวเองไว้ว่าจะไม่ซื้อแพงกว่านี้ ถ้าจะซื้อตัวที่แพงๆ จะต้องระบายของเก่าออกไปบ้าง โดยราคาเฉลี่ยที่เขาซื้อคือราคาตัวละ 2,000 กว่าบาท
หลักการในการสะสมเขาคิดว่าไม่มีใครดีกว่าใครหรือใครมีมากกว่าใคร หรือใครมีเสื้อที่เด็ดกว่าหายากกว่าหรือเปล่า แต่ความสุขที่ได้คือการได้สะสมสิ่งที่เรารัก มันมีคุณค่าทางใจ เหมือนเป็นวัตถุโบราณแบบหนึ่ง มีเรื่องราวอยู่ในเสื้อแต่ละตัว บางตัวเป็นนักเตะที่เราชอบ บางตัวเป็นทีมที่เราชอบ คนในชุมชนนี้ก็น่ารัก บางคนให้เกินราคา บางคนมีแถมให้ หรือช่วยเหลือกันในเรื่องอื่นๆ ก็มี
“อย่างเสื้อของทีมเรดสตาร์ เบลเกรด เป็นทีมของประเทศยูโกสลาเวีย (ปัจจุบันไม่มีประเทศนี้แล้วเปลี่ยนเป็นประเทศเซอร์เบีย) ตัวอักษรที่เขาใช้เป็นตัวหนังสือของรัสเซีย เป็นทีมที่ได้แชมป์ยุโรป เป็นทีมเดียวที่ล่มสลายไปแล้ว เสื้อตัวนี้ทำเพื่อครบรอบ 20 ปีของแชมป์ยุโรป เป็นเสื้อที่หายากมากเสื้อ เบอร์ 7” เขาเล่าย้อนอดีต
ทีมที่เขาชอบคือ ทีมอิตาลีเบอร์ 21 ส่วนทีมสโมสรเขาชอบทีมโรมา ของอิตาลีเช่นกัน เสื้อบางตัวของเขาอายุ 33 ปี บางตัวก็มีลูกเล่นเย็บแบบซิกแซ็ก บางตัวทำเลียนแบบผ้ายีนส์ บางตัวเดินตัวเลขด้วยหนังแทนผ้า หรือเสื้อทีมลาซิโอ ทำมาเพื่อไว้อาลัยเหตุการณ์ยิงนักข่าวและคนวาดการ์ตูนของหนังสือชาร์ลี เอ็บโดของประเทศฝรั่งเศส เขาก็ทำเสื้อรุ่นนี้มา 2,000 ตัว เขียนข้างหลังเสื้อว่าฉันคือชาร์ลี หรือเสื้อทีม ETG ของฝรั่งเศส ที่ทำเป็นรุ่นน้ำแร่เอเวียง เพราะเจ้าของทีมใหม่เป็นเจ้าของน้ำแร่ เสื้อเป็นสีชมพูมีลายเป็นแบบขวดน้ำแร่เอเวียง
“อีกตัวที่ประทับใจคือการแข่งระหว่างทีมอังกฤษกับอาร์เจนตินา ผมไปดูแมตช์นี้เป็นแมตช์บันลือโลก เพราะเบคแฮมโดนไล่ออกจากสนามไป เพราะไปเตะกัปตันทีมอาร์เจนตินาตอนนั้นคือ ดิเอโก ซิเมโอเน โดนใบแดงเลยทันที ตอนนั้นปี 1998 ผมได้เสื้อเบอร์ 8 ของทีมชาติอาร์เจนตินามา” เขากล่าวอย่างภูมิใจ







