กลับคืนสู่แผ่นดิน 'จูเลียต ' ชนิด สายประดิษฐ์
....อินทรชัย พาณิชกุล
นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของวงการนักเขียนไทย หลังจาก ชนิด สายประดิษฐ์ นักเขียนและนักแปลเจ้าของนามปากกา
“จูเลียต” ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งลำไส้ด้วยวัย 97 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศงานสวดอภิธรรมศพเต็มไปด้วยความโศกศัลย์ แต่คงเป็นเพราะการมีชีวิตอยู่อย่างยืนยาวและเห็นสิ่งต่างๆในโลกใบนี้มามากมาย ชีวิตล้ำค่าของหญิงชราวัยเฉียดร้อยท่านนี้ จึงถูกกล่าวขานในทำนองชื่นชมและอาลัยอาวรณ์ด้วยท่าทีปล่อยวางและเข้าใจในวัฏสงสาร
งานนี้จัดขึ้น ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ไม่มีพวงหรีด มีแต่ครอบครัวญาติสนิทมิตรสหายและแขกเหรื่อจำนวนมาก ทั้งจากในวงการสังคม วงการน้ำหมึก มาร่วมงานกันอย่างคับคั่งสมเกียรติปูชนียบุคคลของผู้ล่วงลับ และอยู่ร่วมงานจนเสร็จสิ้น พร้อมๆกับควันสีขาวที่ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้าเบื้องบน
“ท่านเตรียมตัวรับวันนี้ไว้นานแล้ว อาจเป็นเพราะได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมามาก ช่วงหลังๆ ท่านได้เขียนบันทึกไว้ตลอดเพื่อให้ลูกหลานได้อ่านด้วย คาดว่าคงจะจัดทำเป็นหนังสือที่ระลึกต่อไป” สินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ศิลปินและนักเขียนชื่อดัง ผู้ใกล้ชิดครอบครัวสายประดิษฐ์ เปิดเผยชนิด สายประดิษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2456 จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะพบรักกับ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ตำนานนักหนังสือพิมพ์ผู้ยิ่งยง และแต่งงานกันปี 2478 โดยมีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ พญ.สุรภิน และสุรพันธ์ สายประดิษฐ์
ก้าวเดินสู่ถนนหนังสือด้วยการแปลหนังสือตั้งแต่ยังเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ ตีพิมพ์ใน
“ประชาชาติรายสัปดาห์” เรื่องแรกคือเรื่อง “ความรักของเจน แอร์” กับนามปากกา “จูเลียต” ซึ่งตั้งให้โดยกุหลาบ สายประดิษฐ์ มีผลงานแปลวรรณกรรมคลาสสิกดีๆ อีกมากมายหลายเล่มควบคู่ไปกับการเขียนหนังสือผลงานแปลชิ้นสำคัญคือ
“เหยื่ออธรรม” แปลจาก Les Miserables ของ วิกตอร์ อูโก (หรือรู้จักกันว่า วิคเตอร์ ฮูโก) นักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อก้องโลกLes Miserables ถือเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของโลก ซึ่งได้รับการยอมรับทุกชาติทุกภาษา มีเนื้อหาสาระส่งเสริมคนให้มีจิตใจรักความเป็นธรรม เรื่องราวของนักโทษแหกคุกที่มาขออาหารและนอนในวัด แต่พอรุ่งสางก็ขโมยเครื่องเงินและเชิงเทียนในวัดไป ต่อมาถูกตำรวจจับได้ เมื่อถูกนำตัวมาถามหลวงพ่อที่วัด หลวงพ่อผู้น้ำใจงามกลับบอกว่า ท่านเป็นคนให้ของทั้งหมดแก่ชายคนนี้เอง ทำให้ตัวละครเอกประทับใจ และกลับตัวเป็นคนดีในเวลาต่อมา
เนื้อเรื่องสะท้อนให้เห็นความทุกข์ยากของประชาชน ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมและความเท่าเทียมในสังคม ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นความงดงามของจิตใจมนุษย์ อันมีอิทธิพลผลักดันให้มุ่งมั่นที่จะกระทำความดี แม้จะต้องพบความยากลำบาก
ชนิดเคยลี้ภัยทางการเมืองไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศจีนนานถึง 12 ปี ร่วมกับศรีบูรพาคู่ชีวิต จวบจนถึงคราวที่คู่ชีวิตพรากจากไปด้วยโรคปอดบวมและเส้นโลหิตหัวใจตีบตัน จึงได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่ายอยู่ที่เมืองไทย ณ บ้านศรีบูรพา ในซอยพระนาง กรุงเทพฯ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตอันแสนยาวนาน
จากบทสัมภาษณ์ชื่อ กุหลาบแกร่งในชีวิต
“ศรีบูรพา” สัมภาษณ์โดย ไพลิน รุ้งรัตน์ หรือ ชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี ชาตกาล กุหลาบ สายประดิษฐ์ และได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี 2548 ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้ว่าขณะนั้น ชนิด สายประดิษฐ์ ในวัย 91 ปี หญิงชราเจ้าของผมสีขาวทรงบ๊อบที่ให้ความรู้สึกขรึมขลัง รอยยิ้มและดวงตาโอบอ้อมอารี ยังคงมีความทรงจำที่ดีเยี่ยมสมบูรณ์ทุกประการบรรทัดต่อไปนี้ สะท้อนถึงความเป็น
‘กุหลาบแกร่ง’ ของกุหลาบและชนิด สายประดิษฐ์ไว้อย่างแจ่มชัด
แม้ภาพน้ำตกมิตาเกะจะเป็นภาพลือลั่นในวรรณกรรมข้างหลังภาพ และเป็นที่จดจำอย่างจับใจของนักอ่าน แต่สำหรับคนที่ติดตามรับรู้เรื่องราวในชีวิตของคุณกุหลาบอย่างใกล้ชิดแล้ว ภาพน้ำตกมิตาเกะไม่มีความหมายใดๆ เลยหากเทียบกับภาพดอกกุหลาบสีแดงในชีวิต อันมีความหมายถึงความรักและกำลังใจในชีวิตคู่ที่ กุหลาบ และคุณชนิด สายประดิษฐ์ ต่างมีให้แก่กัน คุณกุหลาบเป็นกุหลาบแกร่งในดวงใจของคุณชนิด เช่นเดียวกับที่คุณชนิดที่เป็นกุหลาบแกร่งในดวงใจของคุณกุหลาบ มิใช่ความรักอันหวานชื่น และโรยไปด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่นักประพันธ์บรรยายไว้ หากแต่เป็นความรักที่หนามแหลมของกุหลาบให้ต้องคอยเตือนใจคนทั้งคู่อยู่เสมอว่า ไม่มีชีวิตใดที่ราบรื่นปราศจากอุปสรรค เมื่อเขาต่างเป็นกุหลาบซึ่งกันและกันในชีวิต ข้างหลังภาพจริงจึงเป็นภาพกุหลาบแกร่งสองดอกที่เคยเตือนใจ
ปัจจุบัน คุณชนิด สายประดิษฐ์
‘จูเลียต’ ของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ วันนี้คือศูนย์รวมแห่งดวงใจรัก "ศรีบูรพา" ที่มีอยู่นับล้านดวงบนถนนวรรณกรรมสายนี้ ความสง่างามแห่งรูปลักษณ์ และความล้ำลึกแห่งดวงตาของคู่ชีวิต "ศรีบูรพา" เป็นสัญญาณว่า เรื่องเล่าตำนานชีวิตของวีรบุรุษนักประพันธ์คนนั้นมีอยู่จริง และสัมผัสได้ศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ หรือนักประพันธ์อาวุโส นามปากกา
“เสนีย์ เสาวพงศ์” เจ้าของผลงานวรรณกรรมไทยคลาสสิกอย่าง ปีศาจและความรักของวัลยา ก็กล่าวคำอาลัยต่อการจากไปของนักแปลหญิงท่านนี้ไว้อย่างซาบซึ้ง“
การจากไปครั้งนี้ของคุณชนิด สายประดิษฐ์ ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการหนังสือบ้านเรา เพราะคุณชนิด หรือ จูเลียต เป็นนักเขียนและนักแปลที่เรียกได้ว่าเป็นเพชรเม็ดล้ำค่า ในประเทศที่มีจำนวนของนักเขียนและนักแปลที่เป็นผู้หญิงอยู่ค่อนข้างน้อย”แม้ว่าวันนี้ ร่างของคุณชนิด สายประดิษฐ์ จะกลับคืนสู่ธรรมชาติ คืนสู่แผ่นดิน แต่ผลงานการประพันธ์และสำนวนแปลสุดคลาสสิก ภายใต้นามปากกา
“จูเลียต” จะยังคงตราตรึงบนประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยและฝังไว้ในหัวใจนักอ่านตลอดไป nขอบคุณข้อมูลจากกองทุนศรีบูรพา www.sriburabha.net


