
อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ อาหารอิตาเลี่ยนรสจัดจ้านแบบเอเชีย
เกรย์ฮาวด์ คาเฟ่เดิม ที่ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรียม ต้องหลีกทางให้คอนเซ็ปต์กิ๊บเก๋แบบใหม่ของ อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ (Another Hound Cafe)
โดย...คาเอรุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
เกรย์ฮาวด์ คาเฟ่เดิม ที่ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรียม ต้องหลีกทางให้คอนเซ็ปต์กิ๊บเก๋แบบใหม่ของ อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ (Another Hound Cafe) เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ยกระดับห้างให้เป็นศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาส
หลังจาก อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ สาขาแรกที่สยามพารากอน เมื่อ 9 ปีก่อนเปิดตัวมาเป็นอาหารลูกครึ่งไทย-อิตาเลียนก็ได้ความนิยมอย่างสูง ร้านในรูปโฉมใหม่ได้นำเอาประสบการณ์ที่สั่งสม รวมถึงเรียนรู้จากเมนูจากทุกมุมโลกนำมาผสมผสานให้เป็นเมนูที่สนุกตื่นเต้นและร่วมสมัยตามกระแสนิยมของโลก โดยไม่ทิ้งรากความเป็นไทย-อิตาเลียนที่รสชาติจัดจ้าน จัดเต็มไปด้วยเครื่องเทศต่างๆ ของทั้งสองวัฒนธรรม ยกระดับอีกนิดให้เป็นอาหารอิตาเลี่ยนรสจัดจ้านแบบเอเชีย (Italian Gourmet with Spicy Asian Twists) ก่อนไทยและอาเซียนจะเป็นหนึ่งเดียวกันในเวทีเออีซี
การออกแบบร้านและบรรยากาศของอนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ โฉมใหม่ ตกแต่งในสไตล์ Chic & Glam น่าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่ร้านด้วยพื้นโมเสกสุดเก๋สีขาวสลับดำ สไตล์อิตาเลี่ยนโบราณ ที่ดึงดูดสายตาจนลืมสังเกตเคาน์เตอร์บาร์ใหม่ที่เลือกใช้กระจกเงาสีแชมเปญไปเลย ที่ดึงดูดสายตาอีกอย่าง ได้แก่ แชนเดอเลียร์ ที่เรียกได้ว่าแสดงความชิกแอนด์แกลมของร้านได้อย่างดี สอดคล้องกับงานศิลปะแนวนีโอคลาสสิก นอกจากนี้พนักงานของอนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ ยังมาในชุดยูนิฟอร์มใหม่ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ของเกรย์ฮาวด์ ออริจินัล ให้สอดคล้องกับโฉมใหม่ของร้านอีกด้วย
อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ ดิ เอ็มโพเรียม ยังได้พื้นที่เพิ่มจากร้านเสื้อผ้าเกรย์ฮาวด์เดิมที่ด้านข้าง รวมทั้งมีการต่อเติมเพิ่มในส่วนของระเบียงด้านนอกกรุกระจกใสติดแอร์ สามารถนั่งชมเห็นวิวสวนเบญจสิริและรถไฟฟ้าบีทีเอสระหว่างรับประทานอาหารได้อย่างชิลชิล บริเวณนี้ยังตกแต่งด้วยต้นไม้แนวเฟินหลากชนิดห้อยระย้าเป็นอีกมุมเก๋ๆ ที่ใครก็อยากนั่ง
ชื่นชมบรรยากาศมานานท้องเริ่มร้องมาชิมเมนูแรกกันเลยดีกว่า ร้อนๆ แบบนี้เขาว่าต้องกินแตงโม เมนูแตงโมปลาแห้ง ทวิสต์มาเป็นเมนูของอนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ ชื่อว่า Cube Salad แตงโมหั่นเต๋า แต่งหน้าด้วยปลาแห้ง เพิ่มเฟตาชีส ร็อกเกตสลัด และถั่วไพน์นัท เพิ่มความสดชื่น
ยามบ่าย ใครอยากจิบแชมเปญคลายร้อยคู่กับหอยนางรม ที่นี่มีหอยนางรมสดๆ ส่งตรงจากสหรัฐ Fresh Oyster-Barron Point Premium Size Platter (4 ตัว) เสิร์ฟพร้อมน้ำส้มไวน์แดง (Red Wine Vinegar) และน้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมเครื่องเคียงครบครันแบบไทยแท้ ตั้งแต่หอมเจียว ยอดกระถิน แต่แนะนำว่า ให้ลองกินแบบไม่จิ้มอะไรดูก็อร่อยแล้ว
ตามมาด้วย Lobster Carpaccio ที่เอาไอเดียการเสิร์ฟเนื้อดิบแบบคาร์ปาโชของอิตาเลี่ยนกับเนื้อล็อบสเตอร์สดๆ ส่งตรงจากภูเก็ตมาปรุงรสด้วยมะนาว น้ำมันมะกอก ตบท้ายด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดที่มีส่วนผสมของวาซาบิ แต่งหน้าด้วยหอมเจียว ผักกูด และแรดดิช ถ้าจินตนาการไม่ออกว่ารสชาติจะจัดจ้านขนาดไหนต้องลองไปชิมดู
มาถึงเมนูลูกครึ่งมากๆ อีกจานกับ Canadian Lobster Spaghetti ล็อบสเตอร์พันธุ์แคเนเดียนตัวโตสั่งตรงมาจากสหรัฐ เสิร์ฟทั้งตัวกับสปาเกตตีผัดพริกกระเทียมมาในจานใหญ่โตสไตล์แชริ่ง (ใครกินคนเดียวหมดก็เชิญนะคะ) รสจัดจ้านถึงใจ ส่วนใครไม่ถนัดรสเผ็ดเขาก็มีสปาเกตตีรสชาติอิตาเลียนดั้งเดิมไว้บริการด้วยนะ
ขณะที่ใครยังไม่สะใจกับความเผ็ด แนะนำให้สั่ง Crab Bomb with Rice ข้าวปูผัดพริกแกงเหลือง รสชาติแสบสันสไตล์อาหารภาคใต้ อร่อยถูกใจกับเนื้อปูชิ้นโตๆ หวานๆ ผัดกับพริกเหลืองและถั่วแขก ราดมาบนข้าวสวยร้อนๆ แทบลืมผัดกระเพราของโปรดไปเลย
จบจานนี้ไปต่อไม่ไหวต้องได้ของหวาน ซึ่งมีเมนูที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนมากมาย ตั้งแต่ Caramelized Palm Sugar Custard คัสตาร์ดเนื้อนุ่มอบมาใน Organic Butter Squash จากออสเตรเลียที่ Twist ไอเดียมาจากสังขยาฟักทอง Thai Pandan Custard and Black Sticky Rice Creme Brulee ข้าวเหนียวดำมูนใส่เผือกแบบไทย แต่งหน้าด้วย Creme Buree ใบเตย คนรุ่นศาลาโฟรโมสต์ ยังมีไอศกรีมซุปข้าวโพด รสชาติที่ใช่ให้เลือกย้อนวัยกันแบบสดชื่นๆ ด้วย
ด้านเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย นอกจากความเป็นแชมเปญบาร์แล้ว ยังมีเครื่องดื่มในสไตล์อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ ให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Earl Grey Iced Lemon Tea, Lavender Mojito รวมทั้ง Coffee Blend ในแบบฉบับของร้าน เพิ่มความอร่อยด้วย Berry Syrup นอกจากนี้ยังมีค็อกเทลสุดพิเศษให้เลือกสั่งด้วย
อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรียม บริการทุกวันเวลา 11.00–22.00 น. โทร. 02-664-8663







