
นักออกแบบการเดินทาง ณพีศ์รา เตชาชาญ
เธอนิยามตัวเองว่าเป็น “นักออกแบบการเดินทาง”
โดย... รอนแรม
เธอนิยามตัวเองว่าเป็น “นักออกแบบการเดินทาง”
จากจุดเริ่มต้นที่ชอบเดินทางและเป็นที่ปรึกษาให้คนใกล้ชิด วันนี้ บี-ณพีศ์รา เตชาชาญ กลายเป็นเจ้าของบริษัท ณพีศ์รา ทราเวล สไตล์ริส (Napira Travel Stylist) บริษัทออกแบบการเดินทางทุกรูปแบบทั่วโลกและเป็นผู้ช่วยสร้างเส้นทางในฝันของใครต่อใครให้เป็นจริง
จุดเริ่มต้นอาชีพในฝัน
เธอเดินทางไกลตั้งแต่อายุ 2 ขวบ พร้อมครอบครัว ด้วยธุรกิจของที่บ้าน ทำให้ครอบครัวต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในด้านการปรับแต่งภูมิทัศน์ แต่เมื่อได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เธอก็เริ่มเที่ยวเอง เมื่อคนใกล้ตัวเห็นว่าเดินทางบ่อยก็เริ่มให้เธอจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้บ้าง จนถึงตอนนี้เธออายุ 32 ปีแล้ว เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่า “เดินทางมาแล้วรอบโลก”
เมื่อสำเร็จการศึกษา เธอกลับประเทศไทยและเลือกเปิดบริษัทใหม่ แทนที่จะสืบสานกิจการของครอบครัว ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว จึงทำให้เกิด ณพีศ์รา ทราเวล สไตล์ริส งานที่ตอบสนองทั้งความต้องการของเธอเองและพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนปัจจุบัน
คนที่จะเป็นทราเวล สไตล์ริส ได้ต้องรู้เรื่องการท่องเที่ยว ดังนั้น ก่อนที่เธอจะแนะนำให้ใครไปที่ไหน เธอต้องไปที่นั่นด้วยตัวเองก่อน เธอยังกล่าวด้วยว่า “เทรนด์การท่องเที่ยวของคนปัจจุบันอยากไปเที่ยวเอง แต่ไม่มีเวลาหาข้อมูล” ดังนั้น บริการช่วยวางแผนการเดินทางจึงเกิดขึ้นมา
เธอแยกลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม คือ องค์กร ลูกค้าประเภทนี้จะมีข้อจำกัดที่งบประมาณและเงื่อนไขที่จำนวนคน เส้นทางจึงแปลกใหม่ได้ไม่มาก แต่จะให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แทน เช่น ทราเวล แพ็ก อุปกรณ์ที่จำเป็นขณะเดินทางสำหรับลูกค้าทุกคน
กลุ่มขนาดเล็ก 1-10 คน จะเป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบไม่เหมือนใครและมีความต้องการเฉพาะของตัวเอง เธอยกตัวอย่าง คู่ฮันนีมูนที่ให้โจทย์มาว่าอยากไปซานโตรินี ประเทศกรีซ ภรรยาเป็นคนชอบถ่ายรูป และต้องทำให้เป็นทริปที่ประทับใจที่สุด เธอจึงจัดโปรแกรมให้เป็นส่วนตัวที่สุด สมเป็นทริปฮันนีมูน และจ้างช่างภาพชื่อดังของกรีซมาถ่ายภาพทำเป็นอัลบั้มภาพโพสต์เวดดิ้งให้ หรือกลุ่มเพื่อน 6 คน ที่อยากไปตระเวนกินที่ประเทศญี่ปุ่น เธอก็จัดเป็นโปรแกรมตะลุยร้านเด็ด กินวันละ 5 มื้อ ซึ่งเธอสังเกตเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น รับประทานอาหารท้องถิ่น ได้เห็นวิถีชีวิตท้องถิ่น หรือพักในโรงแรมบูติกที่มีสไตล์แบบท้องถิ่นนั้น คล้ายกับเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวของคนปัจจุบัน
กลุ่มสุดท้าย นักท่องเที่ยวระดับสูงที่ต้องการความหรูหราและพิเศษไม่เหมือนใคร ซึ่งก่อนที่จะวางแผนการเดินทางเธอต้องศึกษาประวัติของตระกูลนั้นก่อนอันดับแรก การบริการพิเศษที่เธอเคยทำ เช่น เช่ารถเฟอร์รารี่ให้ขับ ชิมไวน์ในไร่องุ่นที่ดีที่สุด เลือกที่พักระดับห้าดาว รับประทานอาหารระดับมิชลิน โดยแต่ละครั้งต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 2-3 เดือน ส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการค้นหาข้อมูลเพื่อนำเสนอสิ่งที่แปลกใหม่และปรับให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
อย่างที่เธอกล่าวไปว่า นักท่องเที่ยวสมัยนี้อยากไปเที่ยวเอง ไม่อยากไปกับทัวร์ แต่ก็มักมีข้ออ้างว่า ไม่มีเวลาเตรียมการ ทั้งการทำวีซ่า ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม หาร้านอาหาร หรือหาสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งที่เธอทำขึ้นจึงทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกเหมือนไปเที่ยวเองอยู่ แต่เหมือนมีผู้ช่วยที่จัดการทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว
เรื่องกิน เรื่องใหญ่
ไม่ว่าจะไปที่ไหน เธอจะให้ความสำคัญกับอาหารเสมอ ไลฟ์สไตล์ของเธอจะวางแผนเดินทางเอง ซึ่งจะทำการบ้านเรื่องร้านอาหารมากเป็นพิเศษ และเมื่อตั้งใจที่จะไปแล้วก็จะไปให้ได้ แม้ว่าร้านนั้นต้องจองล่วงหน้าหรือต่อคิวนานแค่ไหนก็ตาม
เธอยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละเมืองจะมีอาหารเด็ดต่างกัน อย่างโอซากาต้องไปลองอาหารทอดเสียบไม้ และโอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) หรือพิซซ่าญี่ปุ่น เมนูที่เธอตระเวนกินมาหลายที่ แต่ยกให้ที่โอซากาเป็นที่หนึ่ง โตเกียวมีอาหารให้เลือกมากมาย แต่ที่ต้องไปทานคือ ซูชิ ระดับมิชลินที่ต้องใช้ความอดทนในการจองคิว ฮอกไกโดต้องไปลองปูขน หรือนาโกยาต้องไปทานไก่ทอด
เธอยังกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนไทย และถือเป็นเทรนด์หนึ่งในการเดินทางไปต่างประเทศ ช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วงเดือน เม.ย. เพราะดอกซากุระกำลังผลิบาน อากาศไม่หนาวจัด และปัจจัยอื่นๆ ทั้งอัธยาศัยดีของคนญี่ปุ่น การเดินทางสะดวก อาหารอร่อย และค่าใช้จ่ายที่เด็กจบใหม่ก็สามารถไปเที่ยวเองได้
ไม่ลืมเที่ยวไทย
ณพีศ์ราเปิดบริษัทมาประมาณ 6 ปี เป็นเวลานานพอที่ทำให้เธอมีสายป่านอยู่ทั่วโลก เช่น ลูกค้าชอบความหนาว เธอก็จัดให้ไปฟินแลนด์ นอนโรงแรมน้ำแข็ง ขับสโนว์โมบิล (Snowmobile) ขี่กวางเรนเดียร์ และลองอยู่ในอิกลู (Igloo)
สำหรับเธอเองเดินทางไปแล้วรอบโลก แต่ยังไม่ครบทุกประเทศ ตอนนี้เธอก็ยังหาที่เที่ยวใหม่ๆ อยู่ทั้งจากหนังสือท่องเที่ยวและจากคนอื่นๆ ที่เคยไปมาแล้ว รวมถึงการท่องเที่ยวในประเทศไทยก็ยังมีอีกหลายแห่งให้ไปค้นหา อย่าง 12 เมืองต้องห้าม (พลาด) ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแนะนำก็เป็นเป้าหมายการเดินทางสำหรับเธอเช่นกัน
ในฐานะที่เธอเป็นนักออกแบบการเดินทาง จึงขอให้เธอออกแบบการเที่ยวไทยที่น่าสนใจตอนนี้ เธอแนะนำให้ “ปั่นจักรยาน” เพราะประเทศไทยมีภูมิทัศน์ที่หลากหลาย และมีถนนหลายสายที่จะพาไปเห็นความสวยงามของประเทศ นอกจากนี้ จากพฤติกรรมของลูกค้าทำให้เธอทราบว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวโหยหาความเรียบง่ายแบบไทย แต่ก็ยังติดความสบายอยู่ เช่น ลูกค้ารายหนึ่งต้องการพักในโรงแรมหรูหรา ทว่าอยากเที่ยวแบบท้องถิ่น เช่น ขี่ช้าง เพนต์ผ้าบาติก และสัมผัสวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนตนเป็นฝรั่งมาเที่ยวประเทศไทย จุดนี้นับเป็นหนึ่งในจุดขายของไทยที่มีทั้งความหรูหราและวิถีชีวิตดั้งเดิมอยู่ด้วยกัน
โลกของณพีศ์รา
หากมีโลกของตัวเองหนึ่งใบ ณพีศ์ราอยากให้โลกนั้นเป็นอย่างไร เธอคิดคำตอบไม่ถึง 5 วินาทีแล้วกล่าวว่า “อยากให้โลกใบนั้นมีแต่อาหารอร่อยๆ เพราะเราเป็นคนชอบจัดทัวร์ อาหารก็อยากให้ทุกคนได้กินอาหารอร่อยและมีประโยชน์” นอกจากนั้น เธอยังอยากให้โลกมีแต่คนคิดบวก (Positive Thinking) และมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ให้เดินทางไปค้นหาไม่สิ้นสุด







