posttoday
สถิติ ‘คอตีบ’ ในผู้ใหญ่พุ่ง ต้องฉีดวัคซีนซ้ำทุก 10 ปี

สถิติ ‘คอตีบ’ ในผู้ใหญ่พุ่ง ต้องฉีดวัคซีนซ้ำทุก 10 ปี

04 เมษายน 2558

อาจเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม และเข้าใจกันมาโดยตลอดว่าไม่อันตราย สำหรับ “โรคคอตีบ” (Diphtheria) ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับ “วัคซีน” มาแล้วตั้งแต่วัยเด็ก

โดย... ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

อาจเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม และเข้าใจกันมาโดยตลอดว่าไม่อันตราย สำหรับ “โรคคอตีบ” (Diphtheria) ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับ “วัคซีน” มาแล้วตั้งแต่วัยเด็ก

น้อยคนจะรู้ว่า “วัคซีนโรคคอตีบ” จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นใหม่ทุกๆ 10 ปี มิเช่นนั้นจะสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้

โรคคอตีบ เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน บางรายอาจมีอาการรุนแรง หายใจไม่ออกต้องเจาะคอ หรือเสียชีวิตได้ โดยสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก คอ และหลอดลม เชื้อนี้ทำให้เกิดเยื่ออุดหลอดลม ในเชื้อยังมีสาร Toxin ซึ่งจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคคอตีบ อาการจะเกิดหลังจากได้รับเชื้อ2-10 วัน ส่วนการติดต่อมีด้วยกัน 3 ทาง 1.เมื่อผู้ป่วยจามหรือไอเชื้อโรคจะไปกับน้ำลายและเสมหะ คนปกติเมื่อสูดดมเข้าไปก็จะเกิดโรคโดยเฉพาะในที่ระบายอากาศไม่ดี 2.คนปกติได้รับเชื้อจากการรับประทานโดยมีการปนเปื้อนน้ำลายหรือเสมหะผู้ป่วย เช่น น้ำดื่ม อาหาร แว่นตา 3.ติดต่อจากเครื่องใช้ในครัวเรือนร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว ของเล่น

สัญญาณของการป่วย จะมีไข้สูงแต่ไม่เกิน 39 องศาเซลเซียส ตัวร้อนรุ่มๆ หนาวสั่น รู้สึกเหมือนเป็นหวัด เจ็บคอ ไอเสียงแหบ กลืนอาหารลำบาก จากนั้นจะมีอาการหายใจติดขัด หอบ ชีพจรเต้นเร็ว หากตรวจบริเวณผนังด้านหลังของคอจะพบแผ่นเยื่อสีเหลืองปนเทา ซึ่งดูคล้ายเศษผ้าสกปรกติดอยู่บนทอนซิล คอหอย กล่องเสียง และลิ้นไก่ ถ้าใช้ช้อนเขี่ยแรงๆ แผ่นเยื่อดังกล่าวจะหลุดออกมาได้ แต่จะมีเลือดออกมาด้วย

หากเข้าข่ายจำเป็นต้องพบแพทย์ทันที

ความเข้าใจเดิมๆ คือโรคนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะในเด็ก ทว่าข้อเท็จจริงคือเกิดได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน

ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปี 2555 พบการระบาดของโรคในผู้ใหญ่เป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของเด็ก และจากข้อมูลระหว่างปี 2552-2555 กลับพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคคอตีบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่า สธ.จะรณรงค์ให้ประชาชนรับการฉีดวัคซีน และแม้ว่าจำนวนผู้ป่วยในปี 2556 จะลดลงอย่างต่อเนื่องทว่าในปี 2557 กลับยังพบผู้เสียชีวิตจากโรคตอตีบซึ่งเป็นความสูญเสียจากโรคที่สามารถป้องกันได้

สำหรับการดำเนินการของ สธ. ตั้งเป้าฉีดวัคซีนทั่วทั้งภาคอีสาน 10 ล้านโดส ส่วนภาคเหนือ กลาง และใต้ตั้งเป้าไว้ที่ 18 ล้านโดส

ผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจเกิดอาการข้างเคียงขึ้น เช่น ปวดบวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด และอาจมีไข้ สำหรับอาการไข้มักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง และหายได้เองภายใน 2-3 วัน

คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังฉีดวัคซีน 1.หากมีอาการไข้ ตัวร้อน ให้เช็ดตัวเพื่อลดไข้ ถ้าไข้ไม่ลดให้รับประทานยาพาราเซตามอล ทุก 4-6 ชั่วโมง จนกว่าไข้จะลด 2.หากมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบ กรณีเป็นไตแข็งให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์โดยทันที

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ฉีดวัคซีนคอตีบบางรายอาจมีอาการบวมที่แขนบริเวณที่ฉีดมากกว่าปกติ คือบวมลามไปถึงบริเวณหัวไหล่ ข้อศอกหรือทั่วทั้งแขน อาการดังกล่าวไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เป็นอาการที่พบได้น้อย สามารถรักษาให้หายได้ ไม่มีผลระยะยาวจึงไม่ต้องกังวล

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม