
‘ฮันส์ เฮอร์นิเก้’ ครูคาบาเรต์ (ณ คาลิปโซ)
ได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกล้าสามารถของ “อาจารย์ฮันส์” มาจากปาก “พี่เป็ด” (ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด) “คาลิปโซ เธียเตอร์ แบงค็อก”
โดย...แจนยูอารี ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน/ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกล้าสามารถของ “อาจารย์ฮันส์” มาจากปาก “พี่เป็ด” (ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด) “คาลิปโซ เธียเตอร์ แบงค็อก”
“อาจารย์ฮันส์เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทุกโชว์ของคาลิปโซค่ะ” เธอบอกอย่างนั้น “อาจารย์ฮันส์เป็นคนออกแบบลีลาท่าเต้น รวมทั้งสไตล์และคอนเซ็ปต์โชว์”
ด้วยความอยากเจอตัวเป็นๆ เราจึงขอนัดหมายวันเวลา พอถึงวันนัดหมายเราก็พุ่งไปหาอาจารย์ฮันส์ แล้วก็ได้เจอกับเขา ชายฝรั่ง แววตาดุดัน สีหน้าเคร่งเครียด แต่แอบมีรอยยิ้มที่มุมปาก
“ฮันส์ เฮอร์นิเก้” หรืออาจารย์ฮันส์ สารภาพต่อหน้าเรากับช่างภาพ หนึ่งเขาไม่ชอบการถ่ายภาพ (อืม!!?) อีกอย่างที่เขาไม่ชอบมากๆ คือการสัมภาษณ์ ยิ่งเฉพาะเรื่องส่วนตัว (อู้!!?)
นี่คือมุขอาจารย์ฮันส์ หรือไม่ก็เป็นแอ็กติ้งของเขา ใช่มั้ยนะ? เราคิดในใจ แต่ไม่รู้ล่ะ ระหว่างนั้นเครื่องบันทึกเสียงก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน
อาจารย์ฮันส์เล่าด้วยภาษาไทยแข็งแรง และอาจไม่แข็งแรงเท่าไหร่ในบางคำ แต่คำพูดทุกคำที่หลุดออกมาจากปากของเขา สะท้อนถึงตัวตนที่แฝงไว้ซึ่งความน่ารักและความจริงจัง เขายอมรับว่าเป็นคนเสียงดัง เป็นคาแรกเตอร์ที่นักแสดงคาลิปโซรู้กันดี
“ดุมั้ย ผมไม่ดุนะครับ แค่ผมเสียงดัง เพราะถ้าไม่เสียงดังทุกคนก็จะไม่ได้ยิน ฉะนั้นเวลาผมสอนผมจะเสียงดัง แต่ถ้าวันไหนระเบิดลง ก็อย่ามาใกล้ผมครับ (หัวเราะลั่น)”
ประเทศไทยกับอาจารย์ฮันส์ผูกพันกันไม่ต่ำกว่า 26 ปี เขาจากบ้านเกิด (ประเทศเยอรมนี) มาพำนักที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนเหมือนคนวัยเกษียณ แต่เขามาในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งโรงละครคาบาเรต์แห่งแรกในกรุงเทพฯ นั่นก็คือ คาลิปโซ บนถนนสุขุมวิท ก่อนจะย้ายไปอีกหลายจุด ทั้งโรงแรมแอมบาสเดอร์ โรงแรมเอเชีย กระทั่งมาลงตัวที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
“ทุกสิ่งที่อยู่ในโชว์คือสิ่งที่ผมอยากบอก” อาจารย์ฮันส์บอกเสียงเข้ม
แม้จะผ่านมา 26 ปี การันตีด้วยความสวยงามและความเป๊ะ จากการฝึกฝนอันหนักหน่วงและเข้มข้น ทว่าทุกรอบที่มีการโชว์บนเวที อาจารย์ฮันส์ยังคงทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ชมคนหนึ่ง ชมแล้วก็ติ ติเพื่อก่อ เพื่อให้นักแสดง หรือลูกศิษย์ของเขาปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ผิดพลาด
“ผมดูทุกรอบและทุกวันครับ ผมจะอยู่บนชั้น 3 ที่ผมต้องดูเพราะมันคืองานของผม เพราะผมต้องคิดตลอดเวลาว่าโชว์วันนี้มันดี หรือไม่ดียังไง ผมต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้ชม และมันก็ต้องมากกว่าเดิมด้วย ไม่ใช่ทำอะไรซ้ำๆ มันต้องสร้างสรรค์ ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องทำให้โชว์นั้นออกมาอย่างสร้างสรรค์
มีอยู่วันหนึ่ง มันเกิดแอกซิเดนต์ขึ้นกับนักแสดง คือเวทีมีน้ำบนพื้น นักแสดงออกมาก็ลื่นทุกคน แต่ตอนนั้นมันคือการโชว์จริง ผู้ชมนั่งดูเต็ม จะหยุดก็ไม่ได้ ผมในฐานะผู้ควบคุมโชว์ก็ต้องอาศัยการประกาศสดๆ ว่านักแสดงทุกคนระวังพื้นลื่น อย่างนี้เป็นต้นที่เป็นเหตุผลให้ผมต้องมานั่งดูโชว์ทุกรอบและทุกวัน”
ทุกคนเป็นนักแสดงคาบาเรต์ได้หรือไม่
อาจารย์ฮันส์มองหน้าเรา ก่อนจะตอบว่า ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคน ยิ่งคนที่จะมาเป็นนักแสดงของคาลิปโซ กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงบนเวที กว่าที่จะได้เป็นนักแสดงในแต่ละโชว์ กว่าที่จะถูกเลือกและไว้วางใจจากอาจารย์ฮันส์ ไม่ง่าย ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามสเต็ป ไม่มีช็อตคัท
“ทุกคนต้องผ่านการไทรเอาต์ครับ แม้ว่าจะจบการแสดงมาก็ตาม หรือเคยผ่านการแสดงมา ก็ต้องไทรเอาต์ทุกคน ผมบอกไม่ได้หรอกว่าต้องฝึกนานแค่ไหนกว่าจะได้โชว์ ถ้าตัดสินใจมาสมัครเป็นนักแสดงของผม เป็นลูกศิษย์ของผม ต้องฝึกซ้อมอาทิตย์ละ 4 วัน 5 โมงเย็นจนถึง 6 โมง 15 นาที ถ้าเป็นเด็กใหม่ก็ต้องนานกว่านั้นและต้องฝึกซ้อมทุกวัน อยู่บนเวทีจะสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องแข็งแรงและสวยงามด้วย”
หน้าตา รูปร่าง สำคัญแค่ไหนกับการเป็นนักแสดงคาบาเรต์ อาจารย์ฮันส์ยิ้มก่อนจะบอกว่าไม่สำคัญเท่าพรสวรรค์ ซึ่งพรสวรรค์มีอยู่ในตัวทุกคน แต่มากกว่านั้น พรสวรรค์ก็สู้ความรักไม่ได้ ตราบใดไม่มีความรักกับงานที่ทำ มันก็ไม่มีประโยชน์
แต่เหนืออื่นใด วินัยสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเก่งจะเจ๋งจะสามารถจะพรั่งพร้อมมากมาย แต่ถ้าขาดวินัย ก็ไม่เรียกว่าเข้าข่ายเป็นนักแสดงคาบาเรต์ที่ดีได้
“ทุกคนมีสิทธิป่วย มีสิทธิไม่สบาย มีสิทธิมีปัญหาครอบครัว มีสิทธิมีปัญหาส่วนตัว แต่พอคุณยืนอยู่บนเวที สิทธิเดียวของคุณคือต้องเต็มที่กับการแสดง เพราะคุณคือนักแสดง
ก็เคยมีมาสมัคร ฝึกซ้อม 2 วัน ก็ขอบ๊ายบายไปเลย เพราะไม่ไหวกับการฝึกซ้อมของผม (หัวเราะ) แต่ผมเป็นคนให้โอกาสคนนะครับ เปิดโอกาสให้เพราะผมเองก็ไม่กล้าไปตัดสิน วันแรกที่เพิ่งเจอว่าเขาเป็นอะไรยังไงแบบไหน แดง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ผมยังไม่ตัดสินหรอก จนกว่าเขาจะได้แสดงความสามารถ ได้ลองทำ ได้ฝึกซ้อม นั่นล่ะผมถึงจะบอกได้ว่าเขาเหมาะ หรือไม่เหมาะกับการเป็นนักแสดง หรือลูกศิษย์ของผม”
หลายคนคงเคยชมคาบาเรต์โชว์ ที่ไหนก็ตามแต่ สงสัยว่าทำไมคาบาเรต์โชว์จึงมีแต่นักแสดงที่เป็นสาวประเภทสอง ผู้หญิงแท้แสดงได้หรือไม่ แล้วผู้ชายแท้ล่ะ มีมั้ย ที่คาลิปโซภายใต้การดูแลและควบคุมการแสดงโดยอาจารย์ฮันส์ ก็ยังใช้บริการสาวประเภทสอง ส่วนผู้ชายแท้ เขาบอกติดตลก ใครที่ยังไม่ได้ผ่าตัดทำนม ทุกคนคือผู้ชาย
“คุณจะเป็นอะไรก็เรื่องของคุณ เป็นสาวประเภทสอง เป็นเกย์ หรือเป็นเอสกิโม ก็เรื่องของคุณ แต่พอคุณยืนอยู่บนเวที ถ้าคุณได้รับบทผู้ชาย คุณก็คือผู้ชาย ความหมายของนักแสดงคือการถ่ายทอดอารมณ์และแอ็กติ้งออกมาในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง คุณก็ต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดออกมา
มองว่าในความหมายบนเวทีคาลิปโซนะครับ ที่ใช้นักแสดงผู้หญิงแท้ไม่ได้ ก็เพราะผู้หญิงแท้อาจมีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่เอื้อและสะดวกใจต่อการแสดง เพราะคำว่าคาบาเรต์จริงๆ มันอาจโป๊ถึงขั้นเห็นหน้าอก แต่โชว์ของผมไม่ได้โป๊ขนาดนั้น”
การเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคาบาเรต์โชว์ที่สวยงามของอาจารย์ฮันส์เกิดขึ้นเพราะความรักโดยแท้ และความรักในศาสตร์แขนงนี้ยังจะถูกถ่ายทอดจากชายวัย 73 (เขาบอกเองนะ เราไม่ได้ถาม) สู่นักแสดงและลูกศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า สิ่งที่เขาจะมุ่งมั่นและตั้งใจทำต่อ คือพัฒนาและสร้างสรรค์โชว์ที่มีชีวิตชีวา
“ผมทำโชว์เพื่อให้เป็นอาหารตาสำหรับคนที่ชอบรับประทานมนุษย์เอ็กโซติก”







