posttoday
ไต้หวัน น่ารักทุกๆ วัน

ไต้หวัน น่ารักทุกๆ วัน

29 มีนาคม 2558

ไทเปเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลเมืองไทย นั่งเครื่องบินสามชั่วโมงเศษก็ถึงแล้ว

ไทเปเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลเมืองไทย นั่งเครื่องบินสามชั่วโมงเศษก็ถึงแล้ว แต่น่าเสียดายว่าเป็นสิบปีที่ผ่านมาหนูดีไม่เคยได้เหยียบย่างไปถึงเลย ทั้งๆ ที่มีเพื่อนสนิทเป็นสาวไต้หวันถึงสองคน นั่นอาจเป็นเพราะโตเกียวดูภายนอกแล้วมีเlน่ห์กว่า หรือโซลอาจดูน่าช็อปปิ้งกว่า หรือแม้กระทั่งฮ่องกงก็เป็นที่เดิมที่คุ้นเคยจนบางครั้งเราก็มองข้ามเมืองที่น่ารักเมืองหนึ่งไปได้เป็นเวลานาน

แต่วันนี้ได้ไปรู้จัก “ไทเป” แล้ว และคิดว่าอยากแนะนำแฟนๆ คอลัมน์ที่ยังไม่เคยแวะไปให้ลองแวะไปดูค่ะ แล้วจะหลงรักไทเปเหมือนที่หนูดีรักและอาจขึ้นติดชาร์ตเป็นเมืองโปรดที่อยากแวะไปอีกบ่อยๆ เหมือนหนูดีก็เป็นได้

เหตุผลที่ไต้หวันน่ารักทุกๆ วันสำหรับหนูดีมีมากมาย ขอแชร์พอสังเขปดังนี้

อาหารข้างทางอร่อยล้ำ - ไม่น่าประหลาดใจที่เว็บไซต์แบบ www.cnngo.com จะโหวตให้อาหารไต้หวันอร่อยเป็นอันดับสองของเอเชีย แพ้ปีนังไปหวุดหวิด แต่ชนะอาหารไทย เพราะกรุงเทพฯ ของเราติดอันดับสามตามมา หนูดีเองลองทานอาหารไต้หวัน พบว่า มันช่างอร่อยไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวถ้วยกระดาษที่ต้องยืนทานข้างทาง ไปจนถึงโรตีไส้หมูหย็องเผ็ดๆ ไปจนถึงซุปไส้หมู เสี่ยวหลงเปา ผลไม้สดหั่นชิ้นลั่งๆ ที่หาซื้อได้ง่ายดายตามตลาดนัดทั่วไป นอกจากนี้อาหารเจและมังสวิรัติยังมีมากมายและหลากหลายทั้งแบบบุฟเฟ่ต์หรือแบบคูปอง ทานได้ทุกวันไม่ซ้ำกัน ยิ่งถ้าบอกว่า อาหารญี่ปุ่นดีๆ ในเมืองนี้อร่อยสู้โตเกียวได้สบายในราคาราเมงข้างถนนในญี่ปุ่นหลายคนคงงงว่าจริงไหม ของแบบนี้ต้องลองมาเองค่ะ แล้วจะรู้ว่าทำไมใครๆ ถึงโหวตอาหารไต้หวันชนะเลิศ หนูดีเองทานได้ทุกวันทุกมื้อไม่มีซ้ำกันเลยและอร่อยทุกที่อีกด้วย

ศิลปะโบราณของแท้จากจีน - สำหรับคนที่คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์จีนและชื่นชมงานศิลปะแบบจีนจะพบว่า ไต้หวันคือสวรรค์ เพราะที่นี่มี “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกู้กง” ซึ่งมีราชสมบัติของแท้กว่า 7 แสนชิ้น ที่ต้องค่อยๆ ทยอยนำออกมาแสดงโชว์ครั้งละประมาณ 5,000 ชิ้นทุกสามเดือน ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของโลกเทียบชั้นกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ของฝรั่งเศส และ The Metropolitan ของนิวยอร์ก โดยในประเทศจีนหลังการล่มสลายของราชวงศ์ชิงแล้ว รัฐบาลใหม่ได้รับมอบพระราชวังต้องห้ามไว้ในการดูแลและได้ขึ้นทะเบียนสมบัติทุกชิ้น ซึ่งได้สะสมมาตลอดสี่ราชวงศ์คือ ซ่ง หยวน หมิง ชิง ทั้งหมดนี้ครอบคลุมประวัติศาสตร์จีนกว่า 5‚000 ปี

ต่อมาประเทศจีนเกิดสงครามจนรัฐบาลจีนต้องอพยพสมบัติทั้งหมดหนีภัยสงครามมาไว้ที่เกาะไต้หวันและก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไว้เพื่อเก็บรักษา จัดแสดงและค้นคว้าวิจัยงานศิลปะล้ำค่าเหล่านี้ พอจีนสงบก็ไม่ได้เรียกร้องสมบัติคืน เพราะถือว่าไต้หวันคือสมบัติของจีนอยู่ดี จนปัจจุบันนี้ กู้กงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนจีนต้องมาเห็นให้ได้ เพราะในประเทศจีนเองนั้นยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้ ตัวหนูดีเองแล้วบอกจากการสัมผัสตรงว่า ตื้นตันใจตลอดเวลาที่เดินดูสมบัติโบราณเหล่านี้ อาจเพราะสมัยเรียนปริญญาตรีได้เรียนวิชาศิลปะและประวัติศาสตร์จีนกับครูจีนแท้ๆ และต้องเข้าไปดูงานศิลปะใน Smithsonian Museum เพื่อเขียนรายงานส่งครู แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เห็น ณ ​กู้กง ตื่นตาตื่นใจกับความละเอียดงดงามของจีนยุคโบราณค่ะ แค่บินไปดูกู้กงก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว

สิ่งที่ทำให้ไต้หวันน่ารักนักหนาคือวัฒนธรรม “ตลาดนัดกลางคืน” ซึ่งต่างจากเมืองไทยตรงที่ถนนคนเดินหรือตลาดนัดของเรามักมีเฉพาะเสาร์อาทิตย์ แต่สำหรับคนไต้หวันแล้วพวกเขามีตลาดนัดกลางคืนในทุกๆ คืนตลอดทุกวันในสัปดาห์ และคนไทเปเดินตลาดนัดกันจริงจัง มีทั้งอาหารสารพัด มีเสื้อผ้า รวมไปถึงกิจกรรมคล้ายปาเป้างานวัดของเรา ที่น่าสนใจคือ ทุกตลาดนัดจะมีศาลเจ้าเป็นของตัวเอง หรือพูดให้ถูกคือ ทุกศาลเจ้าจะมีตลาดนัด เพราะวัฒนธรรมคนไต้หวันจะชอบไปไหว้พระไหว้เจ้าในศาลเจ้าแม้ในเวลาเย็นๆ ค่ำๆ เมื่อไหว้เสร็จก็หิว จึงทำให้เกิดร้านอาหารรถเข็นรอบๆ ศาลเจ้า พอผ่านไปนานเข้าจึงกลายเป็นตลาดนัดกลางคืนที่ขายสารพัดสิ่ง หนูดีเองชอบเดินตลาดกลางคืนมาก จึงตัดสินใจไม่จองโรงแรมใกล้ใจกลางเมืองตรงตึกไทเป 101 แต่ไปจองตรงที่จ่อหน้าทางเข้าตลาดนัดชิหลินกันเลยทีเดียว เรียกว่า เดินออกจากโรงแรมก็เดินเข้าตลาดนัดได้ทุกคืน และพบว่าเป็นการตัดสินใจที่แจ่มมาก เพราะทั้งหนูดีและคุณแม่เอนจอยไลฟ์สไตล์ตลาดนัดสุดๆ พอเห็นรถเข็นเจ้าไหนมีคนต่อคิวยาวๆ เราก็ไปต่อด้วย และอาหารทุกคำไม่เคยทำให้ผิดหวัง ยิ่งถ้าเป็นสุดสัปดาห์แล้วไม่ต้องเดิน เพราะเราจะไหลไปกับฝูงชนเองเลย คนเยอะจริงๆ

อีกสิ่งที่ประทับใจหนูดีจนไม่อยากกลับบ้านคือ Eslite หรือร้านเฉิงผิ่น ร้านหนังสือที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง! ซึ่งเจ้าของเปิดร้านหนังสือมาก่อน ปัจจุบันเป็นเจ้าของห้างขนาดใหญ่ที่ทำเงินจากห้างมากกว่าร้านหนังสือ แต่เธอก็ยังคงให้ทั้งชั้นเป็นร้านหนังสือขนาดใหญ่บึ้มที่ขายหนังสือหลากหลายประเภท หลายภาษา มีที่ให้นั่งอ่าน มีอาหารขาย หนูดีไปหลายครั้งพบว่าคนเต็มแน่นทุกครั้ง ทั้งนั่งอ่านบนเก้าอี้ ยืนอ่าน ลามไปถึงนั่งกันเต็มพื้น อัตราการซื้อหนังสือก็ต่อคิวกันเป็นระเบียบ พอโผล่ไปห้องสมุดที่เมืองออนเซนชื่อ “ซินเป่ยโถว” ซึ่งเป็นห้องสมุดไม้แท้สวย 1 ใน 25 ของโลก ก็พบคนไต้หวันนั่งอ่านหนังสือกันแน่นทุกชั้น มีตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยชรา เขาเป็นนักอ่านกันจริงๆ จนน่าประทับใจ หากใครเตรียมไปซื้อหนังสือกรุณานำพาสปอร์ตไปด้วยนะคะ ลด 5% ค่ะ

จริงๆ แล้วไต้หวันยังมีอีกหลายสิ่งที่จะทำให้เราหลงรักและเวลาหนึ่งสัปดาห์ไม่พอจริงๆ หนูดียังมีอีกหลายที่ที่อยากไปเก็บ ทั้งหมู่บ้านแมว ทั้งกระเช้าลอยฟ้าและร้านอาหารดังอีกหลายที่ คงต้องบอกว่า ไทเปไปครั้งเดียวไม่พอ หากสงกรานต์นี้ใครยังอยากมองหาที่เที่ยวนาทีสุดท้าย ลองเปิดใจให้ไทเปดูนะคะ ไม่ผิดหวังค่ะ

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี