
เห็นด้วยแต่ไม่อยากจะจ่ายโว้ย...
เคยเจ็บหัวใจจี๊ดๆ เมื่อรัฐบาลขึ้นภาษีไหมครับ นี่พูดจริงๆ นะครับ ผมถามอย่างนี้ได้เพราะเคยรู้สึกกับตัวเอง
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
เคยเจ็บหัวใจจี๊ดๆ เมื่อรัฐบาลขึ้นภาษีไหมครับ
นี่พูดจริงๆ นะครับ ผมถามอย่างนี้ได้เพราะเคยรู้สึกกับตัวเอง มันเจ็บจี๊ดที่หัวใจเลย
อย่าหาว่าเป็นคนเก่าเล่าความหลังเลยครับ ตอนนั้นรัฐบาลไหนไม่รู้จำไม่ได้แล้วปรับค่ารถเมล์จาก 1.50 สตางค์ หรือที่พูดกันง่ายๆ ว่า หกสลึงขึ้นเป็นสองบาท สมัยนั้นผมเป็นเด็กบ้านนอกมา
เรียนหนังสือในกรุงเทพฯ มีรายได้คือ เงินเดือนจากแม่ซึ่งอาบเหงื่อต่างน้ำหาส่งลูก 4 คนได้เรียนหนังสือ
สมัยนั้นไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีไลน์ให้ได้ด่ากันไฟลุกเหมือนยุคปัจจุบัน ได้แต่แค่ติดตามข่าวจากโทรทัศน์และฟังวิทยุ แล้วคิดคำนวณเงินในกระเป๋าว่าเราจะเหลือเท่าไหร่ต่อเดือน มันโกรธจี๊ดจนเจ็บที่หัวใจ
เป็นความรู้สึกที่ผมไม่เคยลืมเลย
ตอนนี้รัฐบาลจะเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผมจึงเข้าใจเสียครางของคนทั้งเมือง
พรรคพวกหลายคนบ่นงึมว่า บ้านของเรา เราหามาแล้วทำไมมันต้องเสียภาษีด้วยฟะ อะไรทำนองนี้
ว่าก็ว่าเถอะมีเหตุผลมากมายที่ควรจะไม่เอาด้วยกับการเก็บภาษีนี้ โดยเฉพาะคนชราที่ไม่มีรายได้ ลูกหลานไม่มาดูแล มีแต่ที่ซุกหัวนอนต้องแคะกระปุกมาเสียภาษีให้รัฐนั้น น่าเห็นใจยิ่ง แต่ว่ากันตรงๆ แล้ว ผมเองนั้นคล้อยไปทางพวกที่เห็นด้วยให้เก็บภาษีบ้านนะครับ
ไม่ใช่ปากดีเพราะยังพอมีเรี่ยวแรงหาเงินมาจ่ายภาษีให้รัฐบาลได้ หรือเพราะคิดอะไรเท่ๆ แบบที่หลายคนพูดว่า มันจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำของผู้คน อะไรเทือกนั้น หากแต่เห็นด้วยเพราะคิดว่ามันควรเป็นเรื่องที่เราจะจ่ายจริงๆ แต่อยู่บนเงื่อนไขว่า เมื่อจ่ายไปแล้วเราต้องได้รับบริการหรือรูปธรรมที่เห็นชัดจากการจ่ายภาษีแบบนี้ออกไปบ้างสิ
ถามง่ายๆ อีกทีว่า ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำอะไรให้คนเต็มใจอยากจะเสียภาษีบ้างไหม? อย่าว่าแต่ภาษีบำรุงท้องที่เลย อีแค่ช่วยกันจ่ายเงินค่าเก็บขยะให้เทศบาลเท่านั้นก็พอ
พูดแล้วปรี๊ด...ครับ
ผมเองนั้น ดีใจมากที่เทศบาลนนทบุรีมายกถนนหน้าบ้านให้สูงขึ้น เพราะตั้งแต่ยกถนนมา ถึงเวลาฝนตั้งเค้าผมไม่เคยต้องระแวงว่าต้องลุยน้ำออกจากบ้านไปงานที่ไหนอีกเลย แต่ให้ตายเหอะ เทปูนไปไม่กี่เดือน ผิวถนนลอกออกมาจนนึกว่า เราย้ายบ้านมาอยู่บนดวงจันทร์เมื่อไหร่กันเนี่ย
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ก็พูดชัดมากกว่าต้องเก็บภาษีนี้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องขึ้นแวตเป็น 10% เพราะตอนนี้รัฐบาลไม่มีรายได้แล้ว
เว้ากันซื่อๆ คือ “รัฐบาลจำเป็นต้องหารายได้ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายและลงทุน รวมทั้งชดเชยงบประมาณจากโครงการประชานิยมที่สร้างภาระให้รัฐบาลอย่างมาก...นี่คือ ผลของการใช้งบประมาณอย่างไร้ประสิทธิภาพไปกับโครงการประชานิยมที่เงินจำนวนมากรั่วไหลออกไปเพราะการทุจริตคอร์รัปชั่น และเป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ที่ทำให้ประเทศติดหล่มไม่สามารถเดินหน้าไปได้ เศรษฐกิจชะลอตัว...” (หมดยุคคนไทยจ่ายภาษีถูก : ชลลดา อิงศรีสว่าง)
ที่ยกคำพูดมานี่ไม่ใช่ท่านรัฐมนตรีพูด แต่มาจากรายงานที่โพสต์ทูเดย์นำเสนอไปแล้วนะครับ
ในขณะที่ต้องถูลู่ถูกังกันไปในเรื่องภาษีบ้าน รัฐบาลก็เก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา อันนี้ก็เก็บไปเถอะเพราะสร้างตึกกันใหญ่โต มีเงินกันเป็นพันๆ ล้าน แต่ขึ้นไปแล้วโรงเรียนเหล่านี้ก็ผลักภาระค่าภาษีที่ผู้ปกครองอยู่ดี
ผมไม่เก่งเหมือนแม่ ไม่มีปัญญาเลี้ยงใครได้ จึงได้แต่รำพึงว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่นี่เก่งจริงๆ
อย่าพูดถึงขาเข้านะครับ รายได้ส่วนใหญ่เราคงที่อยู่แล้ว ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ ถ้าจะว่าจริงๆ ก็รายได้ลดลงอีกต่างหาก เพราะถ้าเป็นลูกจ้าง รายได้แบบชนชั้นกลาง เราก็ได้รับการปรับเงินเดือน
ไม่ทันกับอัตราเงินเฟ้ออยู่แล้ว ซ้ำร้ายต้องมาจ่ายภาษียุ่บยั่บ ค่ารถก็ขึ้น ค่าเล่าเรียนก็ขึ้น ฯลฯ
ขอกราบงามๆ ลงที่หัวใจพ่อแม่ทุกคนที่หากินโดยสุจริตในประเทศนี้ พวกท่านเป็นคนแกร่งจริงๆ
แบให้เห็นแบบนี้แล้ว อาการเก่าชักกำเริบขึ้นมาอีก โกงก็แก้กันไม่ตก พวกที่ล้างผลาญประเทศชาติด้วยประชานิยมก็ยังเห็นหน้าสลอนกันอยู่ในสังคม ไปไหนมาไหนก็มีคนกราบไหว้ตายแทน มันชวนปรี๊ดชวนจี๊ดไหมเล่า?
ตอนนี้เข้าใจหรือยังว่า เก็บภาษีน่ะไม่ว่า แต่เล่นถลุงกันจนฉิบหายวายวอดแบบนี้ ไม่อยากจะจ่ายโว้ย
โอเคล่ะว่า เราทุกคนร่วมกันทำให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ แต่วัดน้ำหนักกันแล้ว พวกที่ทำฉิบหาย รวยเอา...รวยเอา สุดท้ายแล้วมารีดไถเอากับคนกลุ่มเดียวที่ต้องแบกรับภาระให้กับประเทศนี้
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือนไม่ใช่ห่านทองคำนะครับ
ขอโทษ... เอาชัดๆ อีกทีนะ เห็นด้วยแต่ไม่อยากจะจ่ายโว้ย







