
กรุงเก่า...(ขอ) เล่าใหม่
โฉมหน้าของอยุธยายังเหมือนเดิม เป็นเมืองที่รุ่มรวยทางประวัติศาสตร์ อดีตราชธานีรุ่งเรืองยาวนาน เพียงแต่มีอะไรสนุกๆ ให้ขาเที่ยวอย่างเราได้ทำกันมากขึ้น
โฉมหน้าของอยุธยายังเหมือนเดิม เป็นเมืองที่รุ่มรวยทางประวัติศาสตร์ อดีตราชธานีรุ่งเรืองยาวนาน เพียงแต่มีอะไรสนุกๆ ให้ขาเที่ยวอย่างเราได้ทำกันมากขึ้น
เรื่องและภาพ / ร้อยตะวันพันดาว
เมื่อก่อนเวลามาเที่ยวอยุธยา มักละลายเวลาไปกับอะไรบ้าง...ชมโบราณสถาน ไหว้พระในวัดสักแห่งสองแห่ง ซื้อโรตีสายไหมเป็นของฝาก แล้วกลับบ้าน...จบข่าว แค่นั้นจริงๆ
มาถึงวันนี้ โฉมหน้าของอยุธยายังเหมือนเดิม เป็นเมืองที่รุ่มรวยทางประวัติศาสตร์ อดีตราชธานีรุ่งเรืองยาวนาน เพียงแต่มีอะไรสนุกๆ ให้ขาเที่ยวอย่างเราได้ทำกันมากขึ้น ได้ใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน แทนที่จะเป็นเดสติเนชันแบบไปเช้าเย็นกลับ อยากให้คุณลองใช้เวลาที่อยุธยานานขึ้นอีกนิด แล้วจะได้อีกรสชาติของการเดินทางที่น่าประทับใจ
ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมมาอยุธยาทีไรถึงชอบมาดู “ช้าง” ทั้งที่ช้างอยุธยาก็ไม่ได้แตกต่างจากที่ไหน สองหู หนึ่งงวง สี่ขาเหมือนช้างที่อื่น แต่เท่าที่ระลึกได้ ภาพแรกที่ก่อเกิดความประทับใจช้างอยุธยาจนทำให้ต้องขับรถมาอีกครั้งคือ ตอนล่องเรือรอบเกาะเมืองตอนเย็นย่ำ เห็นช้างหลายตัวกำลังลงเล่นในแม่น้ำอย่างสนุกสนาน...เท่านี้ก็ทำให้จังหวะเท้าอยากก้าวย่ำกลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง
แล้วฉันก็พาตัวเองมาถึงที่นี่ หมู่บ้านช้าง เพนียดหลวง ซึ่งเป็นที่เดียวกับวังช้าง แล เพนียดที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวขี่ช้างชมโบราณกลางเมืองนั่นไง แต่ตัวหมู่บ้านช้างนั้นอยู่ห่างไกลออกไป ขับรถประมาณ 20 นาทีจากจุดนั่งช้าง (อยู่ที่ว่าตีนผีแค่ไหน) ใกล้กับเพนียดหลวง สถานที่คล้องช้างในอดีต
ลายทองเหรียญ มีพันธุ์ หรือ พี่อ้อม นักเลงหัวใจช้าง (อยากเรียกพี่แกว่าอย่างนี้จริงๆ) นั่งก้มเงยๆ อยู่ใต้ร่มเงาหลังคามุงจากหน้าศาลาขนาดใหญ่ที่ปรับเป็นศูนย์ขยายพันธุ์และอนุบาลช้างอยุธยา ประเทศไทย มีลูกช้าง–เจ้างามเนตร จอมซนคอยวิ่งป้วนเปี้ยนแกล้งคนนั้นคนนี้ที่เดินผ่านไปมา เวลาเจอใครไล่กลับ มันมักวิ่งเข้าไปซุกอยู่ใต้ขาของแม่
จริงๆ คนทั่วประเทศรู้จักผู้ชายคนนี้ผ่านสื่อต่างๆ มากมายเวลามีประเด็นดังๆ เกี่ยวกับช้างไทย แม้บางคนจะมองเขาว่า “หากินบนหลังช้าง” แต่พี่อ้อมก็ยังยืนหยัดในเจตนารมณ์เพื่อช้างไทยต่อไป...ในวงเล็บด้วยว่า “แบบไม่กลัวใคร” อีกด้วย ท่วงท่านักเลง น้ำเสียงพูดจากระโชกโฮกฮากดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเวลาเขาพูดถึงความเกรียงไกรของช้างไทยในอดีต “ผมจะไม่ยอมให้เพนียดช้างมีช้างน้อยกว่าที่อื่นเด็ดขาด เราจะให้เพนียดหลวงมีช้างมากที่สุดในโลก และจะบำรุงช้างให้ดีที่สุด” ด้วยเหตุผลที่เพนียดช้างคือกองทัพช้างแห่งอยุธยาในอดีต ซึ่งกินพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ในนั้นมีทั้งโรงเลี้ยงช้าง โรงฝึกช้าง และทุกสิ่งที่เกี่ยวพันกับช้าง
การเลี้ยงช้างตามหลักการของพี่อ้อมจึงยึดถือตามตำราคชศาสตร์โบราณ ปัจจุบันมีลูกช้างเกิดใหม่ ณ หมู่บ้านเพนียดหลวงเฉลี่ยเดือนละเชือก และมีช้างเลี้ยงที่นี่มากกว่า 180 เชือก น่าจะเรียกได้ว่ามากที่สุดในเมืองไทย แม้ทุกเดือนค่าใช้จ่ายจิปาถะของการเลี้ยงช้างเรียกว่า “ขาดทุน” แต่พี่อ้อมกลับบอกว่า “ถ้าลองคิดว่าเราได้ลูกช้างเดือนละเชือก ผมว่ามันคุ้มค่ากันแล้ว” ...ไม่รักช้างจริงคงคิดอย่างนี้ไม่ได้
ถ้าคุณมาเที่ยวที่หมู่บ้านช้างเพนียดหลวง ควรมาตอนบ่ายแก่ๆ จะดีกว่า ได้เห็นช้างกลับบ้าน เสร็จกิจจากการงาน ควาญก็พามาอาบน้ำในแม่น้ำ เห็นความเป็นอยู่ระหว่างควาญกับช้างที่ฝรั่งส่วนใหญ่นิยมมาเรียนเป็นควาญช้างในรูปแบบโฮมสเตย์กันที่นี่ ถัดจากหมู่บ้านช้างเลยไปอีกหน่อยเป็นโรงเรียนฝึกลูกช้าง นอกจากฝึกให้มันอยู่นิ่งๆ แล้ว ยังฝึกให้มันรู้จักแสดงท่าทางต่างๆ ให้เราได้ชมกันอีกด้วย มาที่นี่ถึงได้รู้ว่าช้างวาดรูปได้ใช่ว่าจะทำได้ทุกตัวเสียเมื่อไหร่ ต้องเป็นช้างที่มีวิญญาณศิลปินจริงๆ เท่านั้น...ให้ตายสิ!!!
และถ้าจะเพิ่มดีกรีความสนุกให้ออกรสออกชาติยิ่งขึ้น คุณต้องมีโอกาสได้เห็นการซ้อมยุทธหัตถี ตั้งแต่ไหว้ครูที่ต้นสักใหญ่ วอร์มอัพทั้งควาญและช้าง ขบวนช้างเดินพาเหรด ยิงธนูบนหลังช้าง พุ่งหอกบนหลังช้าง การต่อสู้กันระหว่างคนกับช้าง และสุดท้ายคือซ้อมช้างชนช้าง ส่วนใหญ่ช้างที่นำมาแสดงนั้นเข้าขั้นมือโปรแล้ว หลับตาปุ๊บรู้คิวทันทีว่าต้องแสดงบทบาทอะไร การซ้อมลักษณะนี้ไม่ได้มีให้ชมกันได้ทุกวัน จริงๆ ถ้าอยากชมเป็นหมู่คณะ ควรติดต่อเข้ามาล่วงหน้า พี่อ้อมแกเต็มใจโชว์ให้ดูอยู่แล้ว
.....................
มาเที่ยวอยุธยา แนะว่าควรมาวันเสาร์–อาทิตย์จะดี และเหมาะกว่าวันไหน เพราะคุณจะได้เห็นชีวิตชีวาของตลาดมากมายที่เกิดขึ้นทั่วอยุธยา ตลาดเก่าๆ หลายแห่งถูกรื้อฟื้นตามกระแสนิยมโหยหาอดีตของคนยุคใหม่ เช่นเดียวกับตลาดใหม่ที่สร้างเอาใจนักท่องเที่ยวเริ่มผุดพรายขึ้นมาให้ทุกคนได้เดินกินเที่ยวกันจนหนำใจ
ว่าถึงตลาดในอยุธยา ใหม่ล่าสุดและฮอตที่สุดในตอนนี้ต้องยกให้ ตลาดน้ำอโยธยา ตัวตลาดตั้งอยู่นอกเกาะเมือง ในอดีตคือเมืองอโยธยา ก่อนที่จะย้ายไปสร้างราชธานีในเกาะเมืองอันมีแม่น้ำโอบล้อม ซึ่งมีชัยภูมิดีกว่าบริเวณนี้
บนพื้นที่ 50 ไร่ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นทั้งตลาดน้ำ ตลาดห้องแถวที่ปลูกสร้างเหนือน้ำในทะเลสาบขนาดใหญ่ กลายเป็นตลาดย้อนยุคที่น่าเดินอีกแห่งหนึ่ง เพราะอุดมไปด้วยของกินของใช้สไตล์เก๋ไก๋ น่าจะถูกใจคนสมัยนี้ ตลาดนี้แบ่งเป็น 16 โซน ตั้งชื่อตามอำเภอต่างๆ ที่มีอยู่ในอยุธยา เช่น ตลาดมหาราช ตลาดบัวชม การแบ่งพื้นที่ยังมีความเป็นสัดส่วนระหว่างโซนสปา โซนอาหาร เรียกว่าให้คุณได้เดินเพลินๆ ที่น่าจะเป็นไฮไลต์กันจริงๆ คือคุ้มขุนแผนจำลองขึ้นมาเป็นหอศิลป์ที่รวบรวมพระพุทธรูปจาก 9 วัดดังในอยุธยา ประหนึ่งว่ามาไหว้พระที่นี่แล้วได้กราบพระพุทธรูปดังครบทั้ง 9 วัดในอยุธยา
ตลาดน้ำอโยธยาไปง่ายมาก เพราะมีป้ายบอกทางอันใหญ่ยักษ์วางไว้เป็นจุดๆ ตลอดทางตั้งแต่คุณล้ำเข้ามาในอาณาจักรอยุธยา เหนื่อยจากการเดินทาง จะลองไปใช้บริการนั่งช้างที่วังช้างอโยธยาซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันก็ได้ เขาจะพาคุณนั่งช้างชมโบราณสถานวัดมเหยงค์ที่มีเจดีย์ช้างล้อมอันเป็นศิลปะยุคเดียวกับศรีสัชนาลัย แต่ถ้ายังเดินตลาดไม่สาแก่ใจ ต้องไปต่อกันที่ตลาดน้ำคลองสระบัว ตลาดนี้เป็นแบบฉบับแมนเมด เก็บค่าเข้าชมตลาดคนละ 50 บาท ไฮไลต์นอกจากอาหารการกินแล้ว น่าจะเป็นการแสดงวัฒนธรรมไทยกลางแจ้งที่น่าตื่นตา
ยังไม่หมดเท่านี้ อยุธยายังมีตลาดน่าเดินอีกมากมาย ไกลสุดคือตลาดลาดชะโด อ.ผักไห่ จุดเด่นอยู่ตรงที่นอกจากวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ยังมีให้เห็นแล้ว ที่นี่ยังเป็นตลาดที่มีสถาปัตยกรรมได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นอีกด้วย ห้องแถวไม้ บานเฟี้ยมเก่า ของกินสารพัด คืออารมณ์อันน่าดื่มด่ำที่ตลาดลาดชะโดแห่งนี้ ถัดจากลาดชะโดก็กระเถิบเข้ามาในเมือง เป็นตลาดที่ทุกคนรู้จักดี ตลาดหัวรอ อวดสายตานักท่องเที่ยวด้วยตึกรามเก่าๆ ดูไปก็คล้ายตลาดนางเลิ้งของกรุงเทพฯ ความน่ารักของตลาดหัวรอโปรยเสน่ห์ให้หลายคนติดอกติดใจ
มาอยุธยาทีไร ต้องกลับมาเดินตลาดหัวรอทุกครั้งสิน่า และสุดท้ายไม่เอ่ยไม่ได้คือ ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง เป็นตลาดจากมันสมองของพระนักพัฒนา ท่านเจ้าอาวาสของวัดที่มองว่าไหนๆ คนก็มาไหว้พระขอพรแล้ว หากเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ขายมาจำหน่ายอาหารการกิน คนมาไหว้พระได้อิ่มอร่อยกับอาหารสารพัด อีกทางยังช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้คนหาเช้ากินค่ำได้อีกทางหนึ่ง ปรากฏว่าไอเดียนี้เวิร์กอย่างแรง คนมาไหว้พระเลยมาเที่ยวตลาดน้ำและตบท้ายด้วยการแวะเข้าห้องน้ำของวัดท่าการ้องที่ลบภาพเดิมๆ ไม่น่าดูของห้องน้ำวัด แต่ห้องน้ำของวัดนี้คว้ารางวัลดีกรีห้องน้ำสวยงามมาแล้ว ถ้าไม่มาเยี่ยมชมคงถือว่ามาไม่ถึง
...............................
ไหว้พระ 9 วัดในอยุธยาเพื่อความเป็นสิริมงคล...เป็นแคมเปญที่ดึงดูดคนให้มาเที่ยวอยุธยามากที่สุด จากการยอมรับของท่านผู้อำนวยการการท่องท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ฉันเคยพาเพื่อนมาตามรอยโปรแกรมนี้ ไหว้พระ 9 วัดในอยุธยาให้ครบในหนึ่งวัน จากเช้ายันเย็น ร้อนจนแทบจับไข้ ยังไม่วายเสียวๆ ว่าเพื่อนจะแอบด่าไล่หลังอีกด้วยต่างหาก
คงเพราะไปผิดเวลา หรือไม่ก็ควรรอให้ลมหนาวโชยพัดมาก่อน นี่เล่นไหว้พระกลางแดดเปรี้ยงในฤดูร้อน ไข้แดดไม่จับให้มันรู้ไป โปรแกรมไหว้พระ 9 วัด เรียกได้ว่าพานักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอยุธยามากมาย แต่ส่วนใหญ่ไปเช้าเย็นกลับ ระยะหลังเลยมีคำเชิญชวนว่า มาอยุธยาแล้วต้องไหว้พระให้ครบ 99 วัด ถึงจะสร้างความเฮงดับเบิลให้กับชีวิตได้
9 วัดหนึ่งวันยังเกือบตาย พอฟังว่าน่าจะลองไหว้ 99 วัด...ลมแทบจับ แต่ขอโทษ เคยมีคนทำมาแล้ว ไหว้พระ 99 วัดภายใน 3 วัน คิดสะระตะก็วันละ 33 วัด...โห ทำได้ไงเนี่ย
อันนี้คงสำหรับการไหว้พระขั้นมือโปร แต่สำหรับมือใหม่ที่ขอเบาะๆ เบาๆ เอาแบบชิลชิล ตอนนี้น่าจะลองไหว้พระนอนในอยุธยาที่มีพระนอนน่าสนใจหลายแห่ง ไม่จำกัดด้วยว่าต้องไหว้กี่วัด ขอเพียงคุณได้มากราบไหว้พระนอน โบราณเชื่อกันว่าจะทำให้มีสุขภาพดี อายุยืนนาว ชีวิตมีแต่ความสุข (อาจไม่ร่ำรวย แต่ก็น่าจะเป็นสุขแบบพอเพียง)
ที่อยุธยามีพระนอนหรือพระพุทธไสยาสน์สำคัญๆ อยู่ไม่น้อย แต่เพราะฉันมีเวลาน้อย เลยเก็บภาพพระนอนมาฝากกันได้ไม่กี่วัด ที่แรกคือ พระนอนวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา พระนอนองค์นี้เด่นตรงที่พระบาทนั้นมีการแกะสลักลวดลายเอาไว้ด้วย ต้องเยี่ยมหน้าเข้าไปชมใกล้ๆ จึงจะได้เห็น อีกวัดหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดคือ พระนอนวัดโลกยสุทธา เป็นพระพุทธไสยาสน์ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา และเป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ว่ากันว่าแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด พอมาเป็นพระนอนกลางแจ้งเลยดูขลังไปอีกแบบ
พระนอนสุดท้ายที่ได้ไปก้มกราบคือ พระพุทธไสยาสน์ที่วัดใหญ่ชัยมงคล วัดนี้ดังค่ะ คนมาเพียบ แน่นขนัดทั้งวัน ถ้าเป็นช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ คนเกิดวันอังคารก็นิยมมากราบไหว้พระนอนที่วัดนี้ เพื่อเสริมชะตาชีวิตให้ดีขึ้น (เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน) นอกจากวัดที่เอ่ยมาแล้ว ยังมีพระนอนอีกหลายวัดในอยุธยาที่น่าสนใจ อาทิ พระนอนวัดพิกุล อ.บางบาล พระนอนวัดสุวรรณเจดีย์ ต.บ้านขวาง อ.มหาราช พระนอนวัดไม้รวก อ.ท่าเรือ พระนอนวัดสะตือ อ.ท่าเรือ และอีกหลายๆ วัดที่มีพระพุทธไสยาสน์น่าเลื่อมใส
นั่งช้าง ชมตลาด กราบพระ...รูดม่านปิดทริปอยุธยาแบบฉบับสองวันหนึ่งคืนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอรรถรส
ขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ที่ทำให้เห็นว่าอยุธยายังน่าเที่ยว
20 สิ่งที่ไม่ควรพลาดในอยุธยา
เมื่อเร็วๆ นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ออกแคมเปญใหม่ล่าสุด เชิญชวนขาเที่ยวเดินทางมาเยือนอยุธยาแบบอินเทรนด์ที่เรียกได้ว่า เที่ยวอยุธยาทั้งทีไม่มี “เอาต์” อย่างแน่นอน...มาดูกันดีกว่าว่า 20 สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดในอยุธยามีอะไรบ้าง
1.ไหว้โบสถ์มหาอุด ปัจจุบันพบเห็นโบสถ์แบบนี้ได้ยากแล้ว แต่ที่อยุธยายังมีให้ชมกันอิ่มๆ
2.ไหว้พระชมความงามจิตรกรรมฝาผนัง ชมวิถีงดงามในอดีตผ่านจิตรกรรมฝาผนังตามอารามต่างๆ
3.ไหว้พระนอน โบราณเชื่อกันว่าถ้าได้ไหว้พระนอนแล้วจะมีอายุยืน สุขภาพดี สมบูรณ์พูนสุข
4.ไหว้พระราชานุสาวรีย์ เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและพระปรีชาของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงเสียสละเพื่อแผ่นดิน
5.ชมพระราชวัง ชมการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมและฝีมือเชิงช่างของคนอยุธยา
6.เที่ยวพิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ที่จะทำให้คุณรู้จักอยุธยาได้ดีที่สุดอีกทางหนึ่ง
7.ตามรอยประวัติศาสตร์ชุมชนชาวต่างชาติในสมัยอยุธยา แล้วจะเห็นว่าอยุธยานั้นเป็นแหล่งรวมผู้คนหลากหลายสัญชาติ สะท้อนถึงความเจริญในอดีต
8.ตลาดอยุธยา...ยังไม่วาย เดินไปกินไป เที่ยวไปเรียนรู้ไป คือความสุขที่ทุกคนจะได้ค้นพบที่ตลาด
9.ชมแหล่งภูมิปัญญาอยุธยา งานหัตถกรรมที่ยังคงอยู่
10.ล่องเรือรอบเกาะเมือง ดูวิวสวยๆ ดื่มด่ำโบราณสถาน
11.นั่งช้างหรรษา ที่นี่คือแหล่งนั่งช้างที่ดีแห่งหนึ่งของไทย
12.ขี่จักรยานพาเพลิน พาเจ้าสองล้อไปชมโบราณสถานยามเช้าตรู่ อารมณ์นี้ละมุนเกินใคร
13.นั่งรถรางล้อยาง อิ่มเอมทั้งอาหารตาและอาหารสมอง จากเกร็ดความรู้คู่เมืองเก่าที่คุณจะได้รับฟังจากการนั่งรถรางชมเมือง
14.นั่งตุ๊กตุ๊ก...ไปทุกที่ มาเที่ยวอยุธยาทั้งที ต้องนั่งตุ๊กตุ๊กเที่ยว ไม่งั้นเอาต์แย่เลย
15.นั่งสามล้อถีบ...แสนคลาสสิก ยานพาหนะรุ่นคุณปู่คุณย่ายังหนุ่มยังสาว จะพาคุณตะลุยไปทุกที่แบบช้าๆ แต่ได้ภาพอยุธยางามๆ จ้า
16.โต้รุ่งกับตลาดอาหารกลางคืน เตรียมพุงให้พร้อม เตรียมท้องให้ว่าง แล้วไปตะลุย...กิน
17.พักสบายๆ กับโฮมสเตย์ สัมผัสความอบอุ่นตามประสาไทยที่พบได้ทั่วไปในอยุธยา
18.พัก chic-chic แบบบูติก เดี๋ยวนี้อยุธยามีโรงแรมเก๋ๆ น่ารักๆ หลายแห่งเอาใจนักท่องเที่ยวแล้วนา
19.ร้านอาหารวิวสวย อิ่มท้องกับอาหาร อิ่มตากับวิวสองข้างทาง
20.หิ้วของฝากกลับบ้าน งานนี้ใครไม่หิ้วกลับอาจมีเคืองได้
ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 035-246-076-7 เขายินดีบริการเต็มที่อยู่แล้ว







