posttoday
ห้องเช่า ที่ความเหงาเข้าปกคลุม

ห้องเช่า ที่ความเหงาเข้าปกคลุม

01 มีนาคม 2558

1. ตอนเด็ก...ผมมักแอบซุกตัวในมุมหลังห้องเช่า มันเป็นระเบียงบนห้องเช่าชั้นสองขนาดประมาณ 1x2 เมตร

โดย...เอกลักษณ์ หลุมแข [email protected]

1. ตอนเด็ก...ผมมักแอบซุกตัวในมุมหลังห้องเช่า มันเป็นระเบียงบนห้องเช่าชั้นสองขนาดประมาณ 1x2 เมตร เนื้อที่มันเล็กประมาณนั่งขัดสมาธิก็เต็มแล้ว เพราะมีถังแก๊สและเตาแก๊สวางตั้งอยู่ที่มุมด้านหนึ่ง มีกลิ่นหืนไขของน้ำมันพืชที่ใช้ทำอาหารจับทั่วบริเวณพื้นระเบียงและผนังไม้ มองออกไปลอดซี่ไม้ระเบียง จะพบกำแพงสูงปิดบังมิดถึงหลังคาห้องแถวชั้นสอง โชคดีที่รอยต่อของกำแพงยังมีรูให้พอมองออกว่า หลังกำแพงที่กั้นระหว่างห้องเช่าในสลัม เป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ แยกเป็นสัดส่วนตัวบ้าน โรงจอดรถ และที่พักคนรับใช้

ผมเคยสงสัยว่าบ้านหลังนั้นอยู่กันกี่คน เพราะเนื้อที่ของบ้านถ้าประเมินจากความยาวของกำแพง มันมีขนาดเกือบเท่ากับสลัมที่ผมอาศัยอยู่  ที่นี่...ผมคิดว่าเรามีครอบครัวนับร้อยครอบครัวที่อาศัยอยู่ในสลัมแห่งนี้ ขณะที่เวลาผมลอบมองไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ ผมไม่เคยเห็นคนเดินอยู่ในบริเวณบ้านเลย หรือมันจะกว้างเกินกว่าที่คนไม่กี่คนจะใช้ชีวิตอยู่ในนั้น

2. ผมจำได้ว่าผมมักนอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นในยามค่ำคืน  มันมีปัจจัยจำนวนมากในห้องเช่าที่ผนังเป็นแค่ไม้อัดกั้นระหว่างห้อง บางครั้งเสียงทีวีในยามค่ำคืนจากห้องข้างๆ ก็ได้ยินชัดเจนเสมือนเราเปิดวิทยุฟังรายการในโทรทัศน์  สภาพแวดล้อมของคนหาเช้ากินค่ำ ความสำราญที่จะทดแทนการทำงานหนัก อาจอยู่ที่การดื่มเหล้า เปิดเพลงเสียงดัง หรือไม่ก็ร้องเพลงเคาะขวดเป็นจังหวะ  มันเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับหรือยอมจำนนต่อสภาพ ข่มตาฝืนหลับ ให้ความเหนื่อยล้ามันพาเราหลับใหลไปเอง

ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งหัวใจผมเต้นแรงมาก รู้สึกเหมือนเส้นประสาทที่ขมับทั้งสองด้านมันเต้นตุบๆ ตามจังหวะของเสียงเคาะขวดจากวงเหล้าของห้องเช่าข้างๆ มันปวดหัวและปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่นานจากนั้น เสียงกลอนประตูห้องเช่าที่ผมพักอยู่ถูกเปิดออก ผมได้ยินเสียงพ่อตะโกนดังลั่น

“เบาๆ หน่อยครับ ลูกผมต้องนอนจะไปสอบพรุ่งนี้เช้า”

ห้องเช่า ที่ความเหงาเข้าปกคลุม

จริงๆ พ่อผมเป็นคนขี้โมโห แต่ในขณะเดียวกันก็มีนิสัยไม่สุงสิงกับใคร ออกดูขี้เกรงใจด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่พ่อเปิดประตูไปตะโกนบอกเพื่อนบ้าน ยิ่งทำให้หัวใจผมเต้นแรงยิ่งขึ้น  ผมรู้ดีกว่าพวกนั้นเป็นขี้เมา เขาพร้อมมีเรื่องกับทุกคนได้เสมอ เขาจึงไม่กลัวใคร และไม่มีใครแสดงปฏิกิริยากับพวกเรา จนเขาชินกับพฤติกรรมของตัวเองและอาจไม่รู้ว่าสร้างความเดือดร้อน
ให้คนอื่นอยู่

ในหัวสมองผมหลังจากได้ยินเสียงพ่อตะโกน ผมนึกถึงอาวุธหรือสิ่งแทนอาวุธที่มีอยู่ในบ้าน ผมคิดว่าหากต้องมีเรื่องกัน อย่างน้อยผมจะวิ่งไปหยิบมันและออกไปช่วยพ่อ หรืออย่าน้อยพอจะป้องกันตัวได้บ้าง

โชคดีที่พวกนั้นเงียบเสียงลงเอง ไม่ตอบโต้อะไรพ่อผม และหลังจากพ่อปิดประตูใส่กลอน ทุกอย่างรอบบริเวณนั้นก็เงียบลง คงมีเพียงเสียงเต้นของหัวใจผมที่ยังดังอยู่ไม่เป็นจังหวะนักอีกระยะหนึ่งก่อนข่มตานอนหลับ

3. การเรียนคณะนิติศาสตร์มันทำให้ผมต้องใช้เวลาอ่านหนังสือมาก โดยเฉพาะในยามค่ำคืน  แน่นอนว่าห้องเช่าที่นอนกัน 4 คน พ่อ แม่ พี่สาว และผม ภายในห้องเดียวกัน ซึ่งมีเพียงตู้เสื้อผ้ากั้นไว้ ไม่สามารถเปิดไฟอ่านหนังสือได้ เพราะทุกคนนอนหลับแล้ว ระเบียงหลังห้องขนาด 1X2 เมตร จึงเป็นที่นั่งอ่านหนังสือของผม บ่อยครั้งผมรำคาญยุงจำนวนมหาศาลที่มุ่งตรงมากัดผมประหนึ่งว่ามีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน มันวนเวียนและหลบหลีกการตบตีของผม แถมยังพาพวกมาวนเวียนกวนใจผมอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งผมทนไม่ไหวต้องหายาจุดกันยุงมาจุดไล่ แต่นั่นก็เหมือนการทำร้ายตัวเองไปในตัว เพราะผมและยุงต้องสูดควันนั้นไปด้วย ผมนึกถึงสโลแกนที่เรามักพูดเล่นกันตอนเด็กๆ กับเพื่อนว่า

“ขนาดยุงยังตาย แล้วคนจะไปเหลืออะไร”

ผมนึกอิจฉาละครทีวีที่เด็กในละครอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะมีโคมไฟเปิดสว่าง ภายในห้องอันเงียบสงบ ขณะที่ในความเป็นจริงผมต่อสู้กับความง่วง ความเหนื่อย ความล้า ฝูงยุง เสียงขี้เมาในวงเหล้า แม้กระทั่งจิตตกจากกลิ่นควันไฟ

ห้องเช่า ที่ความเหงาเข้าปกคลุม

 

ในชุมชนที่ผมอยู่เคยมีเหตุการณ์ไฟไหม้ แม้จะไม่ได้ไหม้ตรงห้องเช่าของผม แต่มันก็ทำให้ผมหลอนและจิตตก  ครอบครัวคนจนแม้มีทรัพย์สินไม่มาก แต่ไอ้ทรัพย์สินไม่มากเนี่ยแหละ ก็เป็นทรัพย์สินเดียวที่พอจะมีหลงเหลืออยู่ ถ้าเกิดไฟไหม้หมดไปรับรองหมดตัว ดังนั้นระหว่างการนั่งอ่านหนังสือ หากผมได้กลิ่นควันไฟเป็นอันต้องหยุดอ่านและสูดดมอากาศให้เต็มปอด อยากรู้ที่มาของกลิ่นว่ามาจากไหน ซึ่งห้องเช่าบางหลังในชุมชน อาจตื่นมาหุงหาข้าวปลาอาหารกันตั้งแต่ดึกดื่นหรือเตรียมของเพื่อออกไปขาย ดังนั้นกลิ่นควันไฟจึงลอยมาเป็นระยะๆ ผมมีหน้าที่สูดดมและพิสูจน์ทราบว่า เป็นกลิ่นเหม็นไหม้หรือกลิ่นฟืนจากไฟในเตาถ่านของห้องเช่าห้องไหนสักห้องหนึ่ง ผมจิตตกอยู่อย่างนี้นานหลายปีในชุมชนแห่งนั้นก่อนจะย้ายออกมา

4. ผมรู้ดีว่าทุกสิ้นเดือนมันคือช่วงเวลาของค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน และสารพัดค่าอีกจิปาถะ ไม่เว้นแม้กระทั่งค่าหวยใต้ดินของงวดที่ผ่านมา อาชีพรับจ้างอย่างแม่และคนขับแท็กซี่อย่างพ่อ ทำให้ระบบการเงินในครอบครัวไม่เสถียรนัก ทุกเช้าพ่อต้องมีเงินให้ผมและพี่สาวไปโรงเรียน ไม่มีวันไหนที่พ่อไม่เตรียมเงินไว้ให้ ผมไม่รู้ว่าพ่อหามาได้อย่างไรหรือจากไหน  แต่พ่อหามาได้ทุกวัน  ถือเป็นความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องเตรียมทุกอย่างให้ลูกเสมอในตอนเช้าของวันใหม่ ซึ่งอาจจะต้องแลกมาด้วยความลำบากเหนื่อยยากของเมื่อวานนี้ก็ตาม

ครั้งหนึ่งที่บ้านไม่มีเงิน แม่ก็เพิ่งได้ทำงาน พ่อก็วิ่งรถแท็กซี่แทบไม่พอค่าเช่ารถ ผมรู้ดีว่าพวกเราต้องประหยัด เย็นวันนั้นแม่กลับบ้านหลังจากเลิกงาน แม่บอกว่าแม่เดินอยู่ริมถนน แม่เก็บเงินได้ 1,000 บาท ไม่รู้ของใคร หาเจ้าของไม่เจอ ตอนนั้นพวกเราดีใจกันมาก ผมคิดว่าใครหนอช่วยเรา คิดไปไกลว่าถ้าเราทำดี ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนคงมีคนอยากช่วยเรา หรือเอาใจช่วยพวกเราอยู่บนฟ้ายามเราลำบาก นั้นเป็นความคิดของผมตอนเด็กๆ แต่หลังจากผมโตขึ้น เข้าใจอะไรมากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น ผมรู้เลยว่าแม่ไม่ได้เก็บเงิน 1,000 บาทนั่นได้หรอก แม่คงไปหยิบยืมคนอื่นมา แต่บอกพวกเราว่าเก็บเงินได้จากข้างถนน เพื่อให้พวกเราสบายใจว่าเราไม่ได้เป็นหนี้สินใคร นึกแล้วผมหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก

5. ความบันเทิงเดียวของครอบครัวห้องเช่า คือการได้ดูโทรทัศน์ด้วยกัน อาจเป็นข้อดีที่พอจะมีหลงเหลืออยู่บ้างสำหรับคนจนในสลัม มันเป็นเวลาที่พร้อมหน้าพร้อมตาที่สุด สนุกและหัวเราะไปพร้อมๆ กันทั้งบ้าน  แต่แล้ววันหนึ่งความโชคร้ายมันมาเกิดที่ครอบครัวผม ฝนตกหนักมีฟ้าคะนองเสียงดัง แม้ผมจะปิดทีวีแล้วก็ตาม แต่ไม่ได้ดึงปลั๊กไฟออก เพราะคิดว่าปิดทีวีแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร ผมจำได้ถึงแสงแลบสว่างจ้า ก่อนจะมีเสียงคำรามตามมา จากนั้นมีเสียงดังจากหลังเครื่องทีวีดังปุ้ง!!!

ใช่แล้วทีวีถูกฟ้าผ่า...

ความเงียบเหงาเข้าปกคลุมที่ห้องเช่า ไม่มีกิจกรรมอะไรนอกจากการคุยกันหลังกินข้าวและต่างแยกย้ายกันหลับนอนในเวลาที่เราไม่คุ้นเคย  แถมมีเสียงทีวีจากห้องเช่าข้างๆ ดังเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินอีก มันอาจเป็นละครที่เรากำลังติดตามอยู่ แต่เสียงมันไมดังพอที่จะทำให้เราปะติดปะต่อเนื้อเรื่องได้

ตอนนั้นห้องเช่าของครอบครัวผมเงียบเหงาอยู่นานนับเดือน กว่าแม่จะตัดสินใจกู้เงินมาผ่อนทีวีเครื่องใหม่ เพื่อกำจัดความเงียบเหงานั้นให้หายไป...

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่