
อาหารแอฟริกาใต้ อร่อยไม่ตกเทรน
....วุฒิชัย สาสุข
กําลังอินเทรนด์สุดๆ เชียว เอ้าจะใครที่ไหนอีกเล่า ถ้าไม่ใช่
“แอฟริกาใต้”เวิลด์คัพ 2010 ได้พลิกโฉมหน้าประเทศแห่งนี้ให้กลายเป็นที่จดจ้องจากสายตาผู้คนทั่วโลก ยิ่งเฉพาะคอบอลทั้งหลายที่เฝ้ารอเชียร์ทีมโปรดลงฟาดแข้งตลอดทัวร์นาเมนต์
อืมสำหรับนักหม่ำ แน่นอนก็คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลองลิ้มชิมรสอาหารแอฟริกาใต้อีกแล้วล่ะ
แพ็กกระเป๋า พร้อมบุกตะลุย จุดหมายของเราน่ะเหรอ โยฮันเนสเบิร์ก กับ เคปทาวน์ โอ้ ว้าว!!!
ไม่ต้องอิจฉาตาเป็นไฟกันหรอกนะครับ ที่บอกว่าจะไป 2 เมืองสำคัญน่ะ จริงๆ ก็อยู่ใกล้แค่เนี่ย (งงๆ) วี โฮเทล กรุงเทพฯ แถวราชเทวี นั่นไง ที่ยกเอาเซาท์แอฟริกันมาไว้ให้ทุกคนได้กำซาบกลิ่นอาย บรรยากาศ และห้ามพลาด คือ เมนูเด็ดดวง อร่อยเลิศ
ลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปช้าๆ เมื่อปุ่มแดงหยุดอยู่ที่ชั้น 11 หัวใจของเราก็ลิงโลดชอบกล ความครึกครื้นดังเล็ดลอดกระทบหูอย่างจัง พื้นที่ภายในห้องอาหารวี ไวน์ แอนด์ กริลล์ ถูกเนรมิตให้เป็นจุดรวมพลคนเลิฟฟุตบอลขนาดย่อม เพื่อการฉลองอันแสนมหัศจรรย์ ดื่ม กิน และส่งเสียงเชียร์
การแข่งขันเพิ่งเปิดฉากขึ้นไม่กี่นาที เช่นเดียวกัน การหม่ำอาหารแอฟริกาใต้ก็จะไล่หลังตามมาติดๆ
พูดถึงอาหารแอฟริกาใต้ น้อยนักที่คนไทยจะได้สัมผัส และไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น อาจหมายรวมคนทั้งโลก ที่ยังใคร่สงสัยในปริศนาลับความอร่อยของมัน
จากที่สืบค้นข้อมูลและสนทนากับเอกเซ็กคิวทีฟเชฟ
“สุพัฒน์ ชินแสงทิพย์” ก็พอจะสรุปความได้ว่า รสชาติของอาหารแอฟริกาใต้นั้นไม่ชัดเจนเป็นเอกอุ บางจานก็หวาน บางจานก็เปรี้ยว แต่ความหวานและเปรี้ยวของแต่ละจานมักจะนำด้วยผลไม้ เช่น แอปริคอต ส้มแมนดาริน หรือไม่ก็น้ำส้มหมักจากผลไม้ ที่สำคัญ ไม่นิยมรสเค็ม และครีมมีไม่มากขณะเดียวกัน ความโดดเด้งที่สามารถรับรู้ได้ด้วยกลิ่นและยั่วน้ำลายจากสีสันหน้าตา ต้องยกให้เรื่องเครื่องเทศ ซึ่งใช้กันราวกับอาหารภารต แต่เบามือกว่า ทำให้มีกลิ่นฉุนเพียงเล็กน้อย แถมยังกินง่ายสบายใจกว่าตั้งแยะ
“
ที่ใช้กันเยอะคือ อบเชย ลูกจันทน์เทศ ผงยี่หร่า ผงขมิ้น ที่เห็นสีเหลืองนี่ใช่เลย ขิงก็ใช้เยอะ นอกนั้นก็เป็นพริกขี้หนู พริกไทย เพื่อเพิ่มรสให้เผ็ดร้อน แต่คงไม่ได้เผ็ดจัดจ้านเหมือนบ้านเรา” เชฟสุพัฒน์ เล่าการค้าขายกับต่างประเทศ ความหลากล้นด้านชาติพันธุ์ และการเป็นเมืองอาณานิคม ล้วนส่งผ่านให้ก่อเกิดวัฒนธรรมอาหารแอฟริกาใต้ ที่แทบมองไม่เห็นรากเหง้าชัดเจนในตัวเอง เป็นเพียงอิทธิพลการครัวที่รับจากอินเดีย โปรตุเกส รวมถึงชาวมาเลย์และชาวดัตช์ หรือที่เรียกว่า อาหารสไตล์ เคป ดัตช์ ซึ่งถูกหลอมรวมกันเพื่อสะท้อนการมีอยู่ของสัญลักษณ์ดินแดนซาฟารีแห่งกาฬทวีป
เช่นเมนูที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยเชฟสุพัฒน์ ก็บ่งบอกว่า เซาท์แอฟริกันฟู้ด คือส่วนผสมที่มาจากหลายๆ ซีกโลก ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบทั้งในท้องถิ่นและนำเข้า จึงได้รสชาติที่อร่อยไม่ซ้ำใครดี
ประเดิมที่จานเรียกน้ำย่อย South African Tomato Salad ง่ายๆ สั้นๆ คือ
“สลัดมะเขือเทศ” มองเผินๆ หน้าตาธรรมดามากกกก แต่พอแตะลิ้นเท่านั้นแหละ รสชาติพอไหว เผ็ด เปรี้ยว เค็ม ไม่จัดจ้าน ได้ความสดมะเขือเทศหั่นสไลซ์บางๆ อีกทั้งยังคงความหวานอมเปรี้ยวเวลาเคี้ยวMealie Soup
“เมลีซุป” เป็นซุปข้าวโพดสไตล์แอฟริกาใต้ เนื้อข้นด้วยข้าวโพด หอมใหญ่ มะเขือเทศ ได้ความมันวิปปิงครีมกับนมจืด เค็มเกลือติดปลายลิ้นGreen Bean Bredie
“สตูแกะกับถั่วแขก” จานนี้คนชอบแกะน่าจะชอบ รสออกกลางๆ โดดเด้งเป็นพิเศษด้วยส่วนผสม เช่น หอมใหญ่ กระเทียม ขิง ใบไทม์ พริกไทย แถมด้วยพริกขี้หนูที่ช่วยให้สตูเผ็ดร้อนยิ่งขึ้นSosaties ชาวแอฟริกาใต้เรียกว่า
“โซซาตี” หรือ “เนื้อย่างแอปริคอต” เป็นเมนูยอดนิยม คล้ายกับบาร์บีคิว เนื้อเสียบไม้สลับกับแอปริคอตแห้ง ราดซอสแอปริคอตจนชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟร้อนๆ อ้ออย่าลืมจิบไวน์จากแอฟริกาใต้สักแก้วด้วยล่ะ รับรองอร่อยเด็ดYellow Rice ข้าวสีเหลืองทองอร่าม สวยงามน่าจับต้อง สีเหลืองนั้นได้จากผงขมิ้น หอมอบเชย รสเค็มนิดๆ มีลูกเกดเพิ่มความหวาน บีบมะนาวนิด กินเปล่าๆ หรือเสิร์ฟคู่เมนคอร์สก็ได้
อีกจานที่น่าจะถูกปากคนไทย Cape Malay Pickle Fish ต้นตำรับมาจากมาเลย์ ใช้เนื้อปลาหมูสีทอดราดเครื่องเคราที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศ ดับกลิ่นคาวได้ดี กินเป็นกับข้าวก็ได้ กินเป็นกับแกล้มก็อร่อย
จานนี้เอาใจคนรักพายโดยเฉพาะ แต่เป็นพายเนื้อ ที่ชื่อ
“โบโบตี” Bobotie ใส่เครื่องเทศสารพัด ขมิ้นผง ผงกะหรี่ ใบกระวาน แถมด้วยแอปเปิล อัลมอนด์ ลูกเกด แปลกดี รสชาติไม่ธรรมดา หลายรสแต่ก็อร่อยส่งท้ายอำลาอาหารแอฟริกาใต้ที่ของหวาน Pumpkin Filter หน้าตายังกับฟักทองทอดบ้านเรา แต่ขอบอกว่า ไม่ใช่ๆๆ ไม่ใช่เลย กัดคำแรก อืมรสหวานอ่อนๆ เนื้อฟักทองนุ่มลิ้น หยิบเพลินจนอิ่มเชียว







