
เขียนสร้างสุข
ผลการวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของการเขียนให้ผลที่ น่าประหลาดใจ
โดย...ชะรอยนวล
ผลการวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของการเขียนให้ผลที่ น่าประหลาดใจ ด้วยแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การได้ค้นพบและตระหนักถึงปัญหาและประสบการณ์ส่วนตัวแล้วนำเสนอผ่านงานเขียนนั้นช่วยปรับปรุงความบกพร่องทางอารมณ์ ช่วยลดอาการของผู้ป่วยโรคมะเร็ง รวมทั้งช่วยปรับปรุงสุขภาพของคนที่เพิ่งผ่านอาการหัวใจวาย ทำให้พบแพทย์น้อยลง และทำให้ความทรงจำดี ผลจากการเขียนเพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึกนั้นยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทำให้เรามีความสุขมากขึ้นด้วย
ความคิดของงานวิจัยนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ทุกคนมีวิธีการเล่าเรื่องของตัวเองอย่างเฉพาะตัว ระหว่างเล่าเรื่องผ่านงานเขียน เราจะสร้างรูปร่างมุมมองความคิดของเราที่มีต่อโลกและตัวเองขึ้นมา ทำให้เสียงภายในที่ไม่เคยเปล่งเสียงได้แสดงตัวตน ด้วยความสัตย์ซื่อเราสามารถเขียนและแก้ไขเรื่องราว รวมทั้งเปลี่ยนการรับรู้ของตัวเราเอง และสามารถระบุอุปสรรคซึ่งทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมายได้
อาจจะฟังเหมือนทฤษฎี “self-help” ที่ไร้สาระ แต่ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง โดยนักวิจัยได้ศึกษาจากน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัย กังวลเรื่องผลคะแนน และตั้งคำถามกับตัวเองว่า เขามีสติปัญญาเท่าเทียมกับนักศึกษาคนอื่นๆ หรือเปล่า หลังจากที่นักวิจัยได้ให้นักศึกษาเหล่านั้นเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเองออกมาเป็นเรียงความ พวกเขากลับมีผลคะแนนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในสามีภรรยาที่มีปัญหาชีวิตคู่ หลังจากที่พวกเขาได้ระบายความรู้สึกเกี่ยวกับความขัดแย้งออกมาเป็นตัวหนังสือ ชีวิตพวกเขาดีขึ้น มีความสุขในชีวิตสมรส มากกว่าผู้ที่ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขาออกมา
ดร.ทิโมธี ดี. วิลสัน นักเขียนเจ้าของหนังสือ Redirect : Changing the Stories We Live By และศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย บอกว่า การเขียนสามารถกระตุ้นคนให้หลุดจากความคิดที่ทำร้ายตัวเองให้หันมามองโลกในแง่ดีมากขึ้น การเขียนอาจจะไม่ได้ช่วยแก้ทุกปัญหา แต่ก็ทำให้คนสามารถรับมือกับปัญหา รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาหนักใจ และค้นหาความหมายใหม่ของสิ่งเหล่านั้น
เจมส์ เพนน์เบเคอร์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเทกซัส ทดลองโดยให้นักศึกษาของเขาเขียนเรื่องราวของตัวเองทุกวัน วันละ 15 นาที หลังจากนั้นนักศึกษาที่เขียนเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวมีการเจ็บป่วยน้อยลงและไปหาหมอน้อยลง เพราะการเขียนทำให้พวกเขารู้ว่าตัวเองเป็นใคร ต้องการที่จะมุ่งหน้าไปทางใด การเขียนเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกคือการแก้ไขหนทางการดำเนินชีวิตนั่นเอง
ขณะที่โค้ชของสถาบัน จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ฮิวแมน เพอร์ฟอร์แมนซ์ ก็ได้ขอให้ลูกค้าเขียนระบุเป้าหมายและเหตุผลที่ทำให้พวกเขายังไม่บรรลุเป้าหมายออกมา ลูกค้าที่ได้ระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ผ่านทางงานเขียนก็ได้สะท้อนความรู้สึกข้างในและแก้ไขเรื่องเล่าที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วยความซื่อสัตย์
หนึ่งในตัวอย่างคือผู้หญิงชื่อ สิริ เธอระบายความรู้สึกอยากปรับปรุงตัวเองเรื่องการออกกำลังกายออกมาผ่านตัวหนังสือว่า เธออยากมีเวลาออกกำลังกาย แต่เพราะเธอเป็นหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ทุกวันเธอต้องใช้เวลาในการทำงานนานๆ ทั้งยังไม่อยากห่างจากลูกๆ หลังจากถูกโค้ชกระตุ้นถาม เธอเริ่มต้นเขียนเรื่องราวของตัวเองใหม่อย่างซื่อสัตย์มากขึ้นว่า “ความจริงคือ ฉันไม่ชอบออกกำลังกาย และฉันไม่ได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากพอ ฉันใช้งานและเด็กๆ เป็นข้ออ้าง” หลังสิริได้ตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เมื่อทุกคนได้เผชิญหน้ากับความจริง รวมทั้งสิ่งที่มีความสำคัญกับเรา นั่นจะสร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับการเปลี่ยนแปลง และนำมาซึ่งความสุขในที่สุด







