
I Have a Dream
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
โดย...เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข [email protected]
1.“ข้าพเจ้ามีความฝัน”
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ กล่าวสุนทรพจน์บทนี้ต่อหน้าผู้ชุมนุมชาวผิวสีที่เรียกร้องเสรีภาพในอเมริกา ที่อนุสาวรีย์ลินคอร์น กลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 1963
ผมเชื่อว่าจริงๆ แล้วทุกคนต่างก็มีความฝัน เพียงแต่ฝันมาก ฝันน้อย ฝันแล้วได้ทำหรือไม่ ก็อีกเรื่องหนึ่ง แม้แต่การฝันกลางวัน บางครั้งก็ยังแอบยิ้มและมีความสุขในชั่วขณะนั้น
ในสารคดีชิ้นหนึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเด็กชายเร่ร่อน ที่ยึดอาชีพขายบริการทางเพศใจกลางกรุงเทพฯ ผู้สัมภาษณ์ถามไปที่เด็กชายขายบริการแต่ละคนที่ยืนเรียกลูกค้าอยู่ริมถนน แต่ละคนบอกว่ามีอาชีพที่ใฝ่ฝัน บางคนอยากเป็นตำรวจ บางคนอยากเป็นนักข่าว บางคนอยากทำธุรกิจ แต่มีเด็กคนหนึ่งนั่งกอดเข่าและบอกว่า “ผมไม่เคยมีความฝัน”
ผมเคยทำกิจกรรมกับกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยม ให้แต่ละคนเล่าเรื่องความฝันของตัวเองในอนาคต ทุกคนวาดภาพระบายสีและเล่าถึงความฝันในอนาคตด้วยสายตาอันมุ่งมั่น แต่พอเปิดสารคดีชิ้นนี้ให้เด็กๆ ดู ทุกคนรู้สึกอึ้งและเสียงก้องที่ดังว่า
“ผมไม่เคยมีความฝัน”
มันสะท้อนในใจเด็กๆ หลายอย่าง บางคนบอกว่า เรามีโอกาสที่ดีกว่าเด็กคนอื่นจำนวนมาก บางคนถามว่า เขาจะช่วยเหลืออะไรเด็กเหล่านี้ได้บ้าง?
2.ผมเคยเดินทางไปสหรัฐตามคำเชิญของหน่วยงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) เพื่อไปศึกษาดูงานด้านการสืบสวนติดตามเด็กหายที่เอฟบีไอ และศูนย์ติดตามเด็กหายของสหรัฐอเมริกา
ในสหรัฐ เด็กหายส่วนใหญ่หายไปจากเหตุสมัครหนีออกจากบ้าน นอกจากนั้นจะเป็นเรื่องแย่งความปกครองบุตรและการลักพาตัวเด็ก แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ของเขาจะมีหลักคิดว่า ไม่ว่าเด็กจะหายไปจากแนวโน้มสาเหตุใดก็ตาม ให้คิดว่าเด็กอาจจะเกิดอันตรายหรือถูกลักพาตัว เพื่อให้กระบวนการติดตามหามีความเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ศูนย์ติดตามเด็กหายของสหรัฐ ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ แต่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ซึ่งรัฐทำงานร่วมด้วย สาเหตุสำคัญที่หน่วยงานนี้เป็นรูปแบบองค์กรเอกชน เพราะเกิดปัญหาว่า ประชาชนไม่กล้าร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสต่างๆ มายังหน่วยงานรัฐ เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยหรือคิดว่าแจ้งแล้วรัฐไม่มีการดำเนินการ ดังนั้นรูปแบบองค์กรพัฒนาเอกชนจะเข้าถึงประชาชนได้มากกว่า นอกจากนี้เขายังมองถึงทุนทรัพย์ในการทำงาน เพราะหากเป็นหน่วยงานรัฐจะไม่สามารถรับเงินบริจาคได้ และไม่มีความคล่องตัวในการทำงานเท่าที่ควร ผมเห็นฝาผนังของศูนย์ติดตามเด็กหายของอเมริกา มีรายชื่อและโลโก้ของบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ระดับโลกเต็มไปหมด นั่นหมายความว่าปัญหาเด็กหายในอเมริกาได้รับความสนใจและให้ความสำคัญในการสนับสนุนจากสังคมที่นั่นพอสมควร
ผมถามเขาว่ารัฐกับเอ็นจีโอ เวลาทำงานร่วมกันมีปัญหาหรือไม่ เขาบอกว่าอาจจะมีปัญหาบ้างในระยะแรก แต่พอได้ทำงานร่วมกันก็สามารถปรับเข้าหากันได้ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องนำจุดแข็งของตัวเองมาทำงานร่วมกันเพื่อลดจุดอ่อนที่มีในการทำงาน ฝาผนังอีกด้านหนึ่งจึงมีอาร์มติดแขนเสื้อเป็นโลโก้ตำรวจท้องถิ่นทั่วอเมริกาติดอยู่เต็มไปหมด ในฐานะที่เป็นเครือข่ายร่วมกันในการทำงานติดตามเด็กหาย
ผมมองว่าในการติดตามเด็กหายในอเมริกา เริ่มจากความเข้าใจในปัญหา ทั้งจากหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มันจึงเกิดความร่วมแรงร่วมใจและร่วมมือกันทุกฝ่าย สนับสนุนทรัพยากรให้เกิดการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.ปัญหาเด็กหายจะไม่มีโอกาสหมดไป เพราะนี่คือปัญหาสากลทั่วโลก เป็นเงาตามตัวของเมืองที่มีการพัฒนา และมีความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมสูง มีการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงาน มีครอบครัวแตกย้าย ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวที่ไม่พร้อมมีบุตร นี่คือรากของปัญหาในการดูแลคุ้มครองเด็กของสังคม
ผมนึกย้อนถึงเด็กชายขายบริการที่บอกว่า “ผมไม่เคยมีความฝัน” ผมไม่รู้ว่าเขาออกจากบ้านจากครอบครัวมานานเท่าไหร่ หรือครอบครัวกำลังตามหาเขาอยู่หรือไม่ สภาพแวดล้อมที่เขาเจออาจทำให้เขาไม่มีความฝันหรือไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน
ในเวลา 24 ชั่วโมง ประเทศเรามีเด็กหายออกจากบ้านไม่น้อยกว่า 3 คน มีเด็กหายที่ถูกข่มขืน ถูกฆาตกรรม ถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์ แม้กระทั่งบ่มเพาะให้เขากลายเป็นอาชญากรเด็ก นี่เป็นปัญหาสังคมที่ไม่ใช่เรื่องปกติหรือเป็นได้แค่ข่าวรูทีนประจำวันอีกต่อไป
วันนึงข้างฝาผนังที่ทำงานผม จะมีโลโก้ภาคเอกชนในการร่วมสนับสนุนภารกิจตามหาเด็กหาย มีอาร์มแขนเสื้อโลโก้ตำรวจหน่วยงานต่างๆ ติดเต็มไปหมด มีประชาชนค่อยแชร์ภาพเด็กหาย เป็นอาสาสมัครในการช่วยสอดส่องเบาะแสข้อมูล และเมื่อมีคนตั้งคำถามกับเด็กชายขายบริการอีกครั้ง เขาและผมจะบอกว่า
“ผมมีความฝัน”







