posttoday
อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำ

อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำ

03 กุมภาพันธ์ 2558

โลกยิ่งพัฒนา เทคโนโลยียิ่งก้าวไกล แต่ทำไมความสุขของคนยิ่งลดน้อยถอยลง คนเครียดกันเยอะ หากมองย้อนกลับไปในอดีต จะพบว่า ชีวิตที่เนิบช้า

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

โลกยิ่งพัฒนา เทคโนโลยียิ่งก้าวไกล แต่ทำไมความสุขของคนยิ่งลดน้อยถอยลง คนเครียดกันเยอะ หากมองย้อนกลับไปในอดีต จะพบว่า ชีวิตที่เนิบช้า ครอบครัวรับประทานอาหารพร้อมหน้าทั้งเช้าค่ำ สร้างความสุขสันต์ได้มากกว่ายุคนี้หลายเท่า

นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการและจิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ เปิดเผยว่า สาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของแต่ละคน สังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ภาระหนี้สินทางการเงิน ชีวิตที่เร่งรีบและเครียดจากปัญหาการจราจรที่ติดขัดรุนแรง เป็นต้น ที่มีแรงกดดันมากขึ้น และปัจจัยภายในคือสุขภาพจิตของแต่ละคนมีความแข็งแรงน้อยลง

สาเหตุที่ความแข็งแรงของจิตใจคนสมัยนี้อ่อนแอลง นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากสถาบันครอบครัวที่อ่อนแอลงกว่าในอดีต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางครอบครัว จากครอบครัวใหญ่ขยายกลายมาเป็นครอบครัวเดี่ยว มีลูกน้อย ครอบครัวส่วนใหญ่มีลูกเพียงคนเดียว ทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะเรียนรู้เรื่องการอดทนรอคอย การแบ่งปัน และการควบคุมอารมณ์

“จริงๆ แล้วการอดทนรอคอยเป็นพื้นฐานหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติสุขในทุกๆ เรื่อง แม้แต่เรื่องในชีวิตส่วนตัวหรือครอบครัวก็ต้องมีความอดทนต่อกัน เพราะในการดำเนินชีวิตในครอบครัวก็ใช่ว่าจะมีเรื่องถูกใจทุกเรื่อง ถ้าแก้ปัญหาความอดทนไม่ได้ ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ก็จะเกิดความเสียหายต่อตนเอง ครอบครัว หน้าที่การงานหรือสังคม”

นอกจากนี้ ในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตอยู่กับโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ซึ่งเป็นข้อมูลสิ่งเร้าที่ถ้ารับมากเกินไปก็มีโอกาสทำให้เกิดความเครียดสะสม นพ.ไกรสิทธิ์ แนะนำว่า ในแต่ละวันควรแบ่งเวลาให้สมองได้พักบ้าง ไม่ว่าจะออกกำลังกาย มีกิจกรรม งานอดิเรกที่ทำให้เพลิดเพลินใจ รวมถึงการ “พักใจ” โดยมีเวลาอยู่กับตัวเอง ตัดสิ่งที่จะเป็นสิ่งเร้าเข้ามารบกวนจิตใจออกให้หมด รวมทั้งเรื่องของโทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย

“การปิดการติดต่อสักพัก แล้วมาอยู่กับตัวเอง ฝึกหายใจช้าลง ทำอะไรช้าลง สำรวจร่างกายตนเองว่ามีส่วนใดตึงเครียดโดยที่ไม่รู้ตัวก็พยายามผ่อนคลายส่วนนั้นจะช่วยให้มีสติมากขึ้น รู้ตัวเองมากขึ้น การผ่อนคลายในแต่ละวันจะช่วยลดปัญหาความเครียดสะสม ลดโอกาสถึงจุดเดือดในกรณีประสบสถานการณ์ตึงเครียด”

การคิดบวกเป็นอีกเรื่องที่สมควรฝึกฝน นพ.ไกรสิทธิ์ บอกว่า คนทุกคนรวมทั้งตัวเราเองมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ยามอารมณ์โกรธหรืออารมณ์เศร้า เสียใจ เข้าครอบงำ ความสามารถในการมองเห็นข้อดีก็จะหายไปหมด เห็นแต่ข้อเสีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรู้จักทบทวนและฝึกฝนมองข้อดีให้มากขึ้น จะทำให้คนเราโกรธกันยากขึ้น ให้อภัยกันได้ง่ายขึ้น

“สิ่งสำคัญของการคิดบวกหรือการบริหารจิตใจคือการปฏิบัติ เปรียบเสมือนกับการเรียนว่ายน้ำ แม้จะอ่านหนังสือไป 20 เล่ม แต่ถ้าไม่เคยลงน้ำก็ว่ายไม่ได้ การคิดบวก การฝึกจิตให้ผ่อนคลาย การให้อภัยเป็นทักษะที่ต้องฝึกทุกวันให้เป็นนิสัย ฮอร์โมนความเครียดก็จะลดต่ำ การเจ็บป่วยทางกายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง โรคกระเพาะก็จะลดลงตาม”

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน