
‘เบรดี’ ยัน ‘ต้องสู้จึงจะชนะ’
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับวลี “ต้องสู้จึงจะชนะ” เพราะเป็นเพลงดังในอดีตของ เจินเจิน บุญสูงเนิน นักร้องสาวประเภทสอง
โดย...เด็กสวนฯ
เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับวลี “ต้องสู้จึงจะชนะ” เพราะเป็นเพลงดังในอดีตของ เจินเจิน บุญสูงเนิน นักร้องสาวประเภทสอง
ล่าสุด ทอม เบรดี ยอดควอเตอร์แบ็กระดับตำนานของ “นักรบกู้ชาติ” นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ได้ออกมาชื่นชมเพื่อนร่วมทีมทุกคน ที่รวมใจเป็นหนึ่งเดียว จนช่วยให้ทีมนักรบ แชมป์สายเอเอฟซี สามารถพลิกกลับมาแซงชนะ “เหยี่ยวทะเล” ซีแอตเติล ซีฮอว์กส์ แชมป์สายเอ็นเอฟซี ไปได้อย่างสุดมัน 28-24 พร้อมกับคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 49 ณ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ฟีนิกซ์ สเตเดียม ที่แอริโซนา, สหรัฐ ช่วงเช้าวันที่ 2 ก.พ.ตามเวลาไทย
“พวกเรามีจิตใจที่แข็งแกร่งสุดๆ ซึ่งนั่นคือหตุผลว่าทำไมเราถึงสามารถกลับมาเป็นฝ่ายชนะ ทีมงานของเราเป็นอย่างนี้มาตลอด โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ไม่เคยยอมแพ้ให้กับคู่แข่ง มันจึงทำให้ผมมีความสุขมาก” จอมทัพ วัย 37 ปี กล่าวทำนองเดียวกับเพลงของเจินเจินเป๊ะเลย หลังทำสถิติลงเล่นตัวจริงศึกซูเปอร์โบว์ลมากสุดเป็นเกมที่ 6
นอกจากนี้ เบรดีที่ขว้างบอลให้เพื่อนรับได้ถึง 37 จาก 50 ครั้ง และทำได้ 4 ทัชดาวน์ ยังเสริมอีกด้วยว่า ซีฮอว์กส์มีทีมรับที่แข็งแกร่ง และสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้ดี แต่เพเทรียตส์ก็สามารถบุกทะลุทะลวงเข้าไปทำแต้มได้ในท้ายที่สุด รวมทั้งเกมรับของทีมนักรบก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
เริ่มควอเตอร์แรก ทั้ง 2 ทีมยังเกร็งๆ จนไร้สกอร์ ก่อนจะจบครึ่งแรกเสมอกัน 14-14 โดยเบรดีขว้างบอลให้ แบรนดอน ลาเฟลล์ ทำทัชดาวน์ ช่วยให้ทีมนักรบขึ้นนำ 7-0 ก่อนที่ รัสเซล วิลสัน จอมทัพ “แชมป์เก่า” ทีมเหยี่ยว จะเอาคืนด้วยการยัดบอลใส่มือ มาร์ชอว์น ลินซ์ รันนิงแบ็กคู่ใจ ตะลุยเข้าเอนด์โซน ตีเสมอ 7-7 แล้วเป็นเบรดีที่ขว้างให้ ร็อบ กรอนคอฟสกี ปีกคู่หู ทำทัชดาวน์หนีไป 14-7 โดยเหลือเวลาควอเตอร์ 2 แค่ 31 วินาที แต่วิลสันไล่เจ๊าได้อีก โดยขว้างให้ คริส แมทธิวส์ ทัชดาวน์ระยะ 11 หลา
เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมเหยี่ยวเร่งทำคะแนนทิ้งห่างเป็น 24-14 จากการเตะฟิลด์โกล 3 แต้ม ระยะ 27 หลา ของ สตีเวน ฮอสชกา บวกกับอีกทัชดาวน์จาก ดัก บัลด์วิน ทำให้ทีมนักรบต้องตามถึง 10 คะแนน เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สุดท้าย และแล้วเบรดีก็โชว์ฟอร์มสมราคาผู้เล่นโพรโบว์ล 10 สมัย โดยใช้เวลา 2.02 วินาที ที่เหลืออยู่ ขว้างบอลให้ แดนนี อแมนโดลา และ จูเลียน อเดลแมน ทำคนละทัชดาวน์ ช่วยให้ทีมนักรบโกงตายแซงกลับมาแย่งแชมป์ได้สำเร็จ
แม้เบรดีที่เพิ่งสวมแหวนแชมป์วงที่ 4 (ต่อจากปี 2001, 2003, 2004) จะขว้างเสีย 2 อินเทอร์เซ็ปต์ แต่ก็ยังดีพอกับตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) ศึกซูเปอร์โบว์ล เป็นหนที่ 3 แถมจอมขว้างพ่อลูกสอง ยังทำสถิติแชมป์ 4 สมัย เทียบเท่า โจ มอนทานา (ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส) และ เทอร์รี แบรดชอว์ (พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส) รวมทั้งทำสถิติขว้างทัชดาวน์ในซูเปอร์โบว์ลมากสุดถึง 13 ครั้ง ทุบสถิติเดิมของมอนทานา (11 ทัชดาวน์)
เหยี่ยวเล่นผิดท้ายเกมยื่นแชมป์ให้นักรบ
หากใครได้ชมศึกซูเปอร์โบว์ลคราวนี้ เชื่อว่าคงต่างเห็นพ้องต้องกันว่า จุดตัดสินเกมชี้แชมป์คราวนี้ น่าจะเป็นการเล่นของวิลสัน ที่กำลังจะนำทีมเหยี่ยวเบิ้ลแชมป์ซูเปอร์โบว์ล พร้อมคว้า “วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี่” เป็นครั้งที่ 2 ให้ต้นสังกัดได้อยู่แล้ว แต่กลับตัดสินใจเล่นผิดพลาดช่วงท้ายเกม
จอมทัพ วัย 26 ปี เลือกขว้างบอลให้ ริคคาร์โดล็อคเกตต์ แทนที่จะใช้การวิ่งทะลุทะลวงเข้าทำทัชดาวน์ ทั้งที่พาทีมบุกไปจ่ออยู่แค่ระยะ 1 หลา จากเอนด์โซนของเพเทรียตส์ ทำให้ถูก มัลคอล์ม บัตเลอร์ เข้าแย่งรับบอลตัดหน้าล็อคเกตต์ พร้อมกับสวมบทฮีโร่ให้ทีมนักรบทันที เพราะเหลือเวลาแค่ 20 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น
“ผมต้องอ่านเกมอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะในการลงเล่นในเกมใหญ่แบบนี้ และผมแฮปปี้ที่ผ่านมันมาได้ซึ่งครั้งแรกที่รู้ว่าจะได้ลงเล่น ผมพยายามเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด ซึ่งไม่มีใครรู้หรอกว่า สุดท้ายผลมันจะเป็นยังไงแต่เมื่อเราชนะมาได้ ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว” บัตเลอร์ วัย 24 กล่าว หลังเพิ่งถูกเพเทรียตส์ดราฟท์ตัวเข้าทีมในปี 2014 และช่วยทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลในการลงเล่นครั้งแรกเท่านั้น
ทั้งนี้ ก่อนเกมจะจบลงเล็กน้อย มีการปะทะเดือดกันชุลมุน เนื่องจากผู้เล่นซีฮอว์กส์พยายามเอาบอลคืนไม่ให้คู่แข่งคุกเข่าฆ่าเวลาจนเกิดเหตุวิวาทกัน แต่ก็คลี่คลายลงได้ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น







