
แฟชั่นสไตลิสต์สุดมั่น ธันวดี จุฑาวรากุล
จากเด็กหญิงที่ชอบเล่นอะไรคนเดียว ชอบแต่งตัวโดยขโมยเสื้อผ้าคุณแม่มาใส่
จากเด็กหญิงที่ชอบเล่นอะไรคนเดียว ชอบแต่งตัวโดยขโมยเสื้อผ้าคุณแม่มาใส่ แต่ขณะนั้นเธอยังไม่รู้หรอกว่าเมื่อโตเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วจะต้องมาแต่งตัวให้คนอื่น “ธันวดี จุฑาวรากุล” หรือ ธัน ปัจจุบันเป็นแฟชั่นสไตลิสต์ให้กับนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังอย่างสุดสัปดาห์ บอกว่า เธอคือเด็กหญิงคนนั้น เด็กหญิงที่ไม่รู้ว่าโตมาจะเดินในเส้นทางสายแฟชั่นจนกระทั่งเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย
“ธันเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ที่คณะนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณา ที่มหาวิทยาลัยเอแบค พอเรียนจบเราก็รู้สึกว่าเออ...ยังไม่ใช่นะ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนต่อด้านแฟชั่นดีไซน์ ที่สถาบันออกแบบนานาชาติราฟเฟิลส์ (Raffles Design International) เลยรู้สึกว่าแฟชั่นหรือดีไซเนอร์ก็น่าสนใจดี พอเรียนจบแต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจทำงานด้านดีไซเนอร์ในทันที เพราะยังอยากเรียนรู้งานด้านอื่นก่อน อีกอย่างรู้สึกชอบมิกซ์แอนด์แมตช์มากกว่า เลยสมัครงานเป็นสไตลิสต์” ธัน เล่าเส้นทางของตัวเอง
โดยปกติแล้วเส้นทางของสไตลิสต์อาจจะเคยเป็นผู้ช่วยสไตลิสต์มาก่อน หรือเคยฝึกงานมาบ้าง แต่สำหรับธัน เธอเริ่มจากเดินเข้าไปสมัครงานในตำแหน่งนี้ โดยที่ไม่รู้ว่างานนี้ต้องมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
“ในมุมที่เราเห็นหรือเคยเข้าใจก็คือการแต่งตัวสวยให้คน เฮ้ย! ก็ดูสนุกดีนะ แต่จริงๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น รายละเอียดเยอะ มีเรื่องการประสานงาน ทำงานกับคนเสื้อผ้า เครื่องประดับ การติดต่อช่างแต่งหน้า-ทำผม มู้ดแอนด์โทนของแสง สี ถ่ายภาพยังไงซึ่งเราก็ค่อยๆ เรียนรู้ไป “เริ่มต้นที่นิตยสารสุดสัปดาห์ เป็นสไตลิสต์คอลัมน์ในเล่ม เราก็ไปช่วยเขาแต่งตัว ไปช่วยดูโพสของแบบ พอทำงานทุกวัน เราค่อยๆ เข้าใจกระบวนการทำงานทั้งหมด ก็ได้โอกาสทำงานสไตลิสต์แฟชั่น เรียนรู้จากแฟชั่นเซตด้านในก่อน แล้วก็ลองให้ทำเซตปก จนกระทั่งตอนนี้ก็กลายเป็นว่าธันมีหน้าที่สไตลิสต์แฟชั่นอย่างเดียว”
ธัน บอกว่า ความสนุกของงานสไตลิสต์คือได้เจอสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกันในทุกวัน แม้กระทั่งคอนเซ็ปต์งาน ตัวนางแบบ ช่างหน้า ช่างผม ไม่เหมือนกัน ได้พบเจอคนใหม่ๆ รวมทั้งได้ท่องเที่ยวไปในสถานที่ใหม่ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจได้เสมอ กระนั้นก็มีความท้าทายที่แฝงอยู่ “ความท้าทายก็มีหลากหลาย เช่น เจอตัวแบบขี้วีนหรือดาราที่โพสไม่ได้ ข้อจำกัดของสถานที่ถ่ายทำ แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่ไม่มีอะไรเลย หน้าที่ของเราคือทำอย่างไรให้แฟชั่นเซตนั้นออกมาสวย ในเชิงแฟชั่นเราแก้ปัญหาด้วยการให้ช่างภาพทดลองถ่ายหลายๆ แบบ เปลี่ยนแสง ลองเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนเรารู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัว สิ่งสำคัญของการแก้ปัญหาหน้างานคือ สติ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้ มันอาจจะไม่ดีที่สุดเหมือนที่เราวางแผนกันไว้ แต่มันจะต้องดีที่สุด ณ ขณะนั้น”
เมื่อถามว่าขั้นตอนการทำงานของแฟชั่นสไตลิสต์เริ่มต้นจากตรงไหน ธันบอกว่า “เราเริ่มต้นจากคิดคอนเซ็ปต์เลย นำเสนอนางแบบสไตล์การแต่งตัว สถานที่ถ่าย การจัดแสง แนวทางการถ่ายภาพ จากนั้นก็ขายคอนเซ็ปต์ให้ผ่าน เมื่อผ่านแล้วก็เป็นขั้นตอนการประสานงาน เตรียมทุกอย่างให้พร้อม วันถ่ายจริงก็ต้องดูความเรียบร้อยของทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนแรกเราก็คิดว่าความรู้ด้านนิเทศศาสตร์ที่เรียนมาดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันกับงานเรา แต่ธันรู้สึกว่าเป็นตัวช่วยที่ดีเลยนิเทศฯ ทำให้เรารู้เรื่องมาร์เก็ตติ้ง เข้าใจเรื่องความต้องการของลูกค้า เข้าใจตลาดที่เป็นสินค้า อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของการบริหารจัดการงบที่เราได้รับมาหนึ่งก้อน และเราจะต้องบริหารจัดการเงินก้อนนี้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสไตลิสต์ก็ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ของลูกค้าเราด้วย ซึ่งทุกอย่างอยู่ในหน้าที่ของเรา”
แม้จะเป็นสไตลิสต์ประจำแมกกาซีนที่ต้องทำแฟชั่นเซต 3-4 เซตต่อหนึ่งเดือน ด้วยความโดดเด่นทั้งลุคที่ดูเป็นนางแบบ รวมทั้งความน่ารักนอบน้อมทำให้งานด้านอื่นวิ่งชนท้าทายความสามารถอยู่เรื่อยๆ “จริงๆ ก็เป็นฟรีแลนซ์ให้กับแมกกาซีนอีกหลายเล่มเหมือนกันค่ะ งานโฆษณาภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวก็ทำ หรือบางทีก็มีเดินแบบบ้าง แล้วแต่ช่วงจังหวะและโอกาส หรืออย่างงานเพอร์ซันนัลสไตลิสต์ให้กับลูกค้า TopShop เป็นเวลา 3 เดือน เป็นความรู้สึกที่ได้เจอแตกต่างกัน ทุกคนที่เข้ามาไม่ได้รูปร่างเหมือนนางแบบ แต่สิ่งที่เราทำให้ในหน้าที่สไตลิสต์ส่วนตัวก็คือ การให้ความมั่นใจกับคนที่เดินเข้ามาในร้านว่าสไตล์ไหนเหมาะกับเขา” สไตลิสต์สาว บอกพร้อมกับให้ความเห็นว่า
“บางคนคิดว่างานสไตลิสต์เป็นงานง่ายๆ แต่ได้เงินเยอะ ซึ่งความง่ายธันว่าก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่รายได้ก็ถือว่าดี แต่เมื่อรายได้ดีก็มีอย่างอื่นที่เยอะตามมาด้วย เช่น งานโฆษณาที่ว่าได้เงินเยอะ ความปวดหัวของงาน หรือความเครียดมันก็เยอะตาม แต่ถ้ามองในแง่การทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองก็นับว่าเป็นงานที่ท้าทายไม่น้อย ซึ่งคนที่จะมาทำงานสไตลิสต์ได้ต้องเป็นคนที่มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ อย่าท้อ ส่วนเรื่องที่จะทำให้เราอยู่ได้นานๆ ธันมองว่าเป็นเรื่องของการวางตัว จะต้องเป็นคนน่ารัก รับฟังคนอื่น
“ที่สำคัญต้องมีความอดทน เก่ง ครีเอทีฟ การติดต่อสื่อสาร รวมทั้งเป็นคนช่างสังเกต เช่น เรามองกำแพงหนึ่ง หรือมุมหนึ่งมุม เราก็ต้องคิดต่อยอดไปในงาน ไม่ได้มีวิชาไหนที่สอนให้เรารู้สึกว่ามองคนหรือสิ่งของแบบนี้แล้วเรียกว่าสวย มันขึ้นอยู่กับรสนิยมและมุมมองของแต่ละคน แต่หน้าที่ของสไตลิสต์คือต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่มาเป็นแบบให้เขาออกมาสวยที่สุด ซึ่งตอนนี้เด็กใหม่ในวงการสไตลิสต์เข้ามาก็เยอะนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เด็กกล้าตัดสินใจมากขึ้น เขาก็ทำตามความสนใจ และอาชีพนี้ก็เปิดโอกาสให้คนที่เดินเข้ามาในวงการนี้อยู่แล้วเหมือนกับ
อาชีพอื่นๆ แหละ มีคนใหม่เข้ามาตลอดเวลา แต่จะอยู่ได้นานไหมก็เป็นเรื่องที่เขาต้องเรียนรู้ไป”
เส้นทาง 6 ปี บนสายแฟชั่นสไตลิสต์ ธัน บอกว่า เธอได้ทดลองทำงานด้านแฟชั่นเกือบจะครบถ้วนแล้ว แต่ก็ยังอยากพัฒนาตัวเองในงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยสิ่งที่เธออยากจะทำต่อไปในอนาคตคือการมีแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย “ธันรู้สึกว่าผู้ชายเดี๋ยวนี้แต่งตัวเก่งขึ้น เราก็อยากเป็นหนึ่งในทางเลือกให้ผู้ชายที่ชอบแต่งตัว รวมถึงผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวบอยลุคด้วย”







