
กระโดด ๆ แต่ไม่โดดเดี่ยว @ บ้านปัญญายงค์
สองสามีภรรยาที่เป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวงานชุก “พชร-สุฐิตา ปัญญายงค์” มีพื้นที่ที่ทำให้ทั้งคู่มีความสุขมากที่สุด
สองสามีภรรยาที่เป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวงานชุก “พชร-สุฐิตา ปัญญายงค์” มีพื้นที่ที่ทำให้ทั้งคู่มีความสุขมากที่สุด ซึ่งหาใช่พื้นที่อื่นไกล แต่เป็นพื้นที่ที่เรียกด้วยถ้อยคำสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “บ้าน”
พชร เผยว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว ในฐานะพ่อบ้านเขาต้องดูแลบ้านให้ทั่วถึง ดูแลทั้งภรรยา ลูก (แพททริก พชฏ) พ่อบ้าน แม่บ้าน ซึ่งเขาพยายามออกบ้านให้เช้า กลับบ้านให้เร็ว เพื่อจะได้มีเวลามาอยู่กับคนที่เขารัก
“ก่อนมีลูก เราก็ออกไปสังสรรค์เฮฮาได้สบายๆ แต่พอมีลูกเวลานอกเหนือจากงานคือเวลาของลูก นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เราอยากให้เวลาลูกอย่างเต็มที่ เวลาเราไปกินข้าวกันสองคนต้องรีบกิน รีบกลับไปหาลูก เวลาไปงานที่ต่างจังหวัดก็จะพาลูกไปด้วย ไม่มีห่างกันสักวัน หรือใครคนใดคนหนึ่งติดงาน อีกฝ่ายต้องอยู่ดูแลลูก บางครั้งเรามีงานอีเวนต์ใหญ่ๆ พร้อมกัน เราก็จะวิ่งเวียนกันดูแล”
ส่วนกลุ่มเพื่อนของสองสามีภรรยาคู่นี้ จากแต่ก่อนเป็นก๊วนสังสรรค์เฮฮา ก็เปลี่ยนมาเป็นก๊วนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยเดียวกัน “เวลาเรามีปาร์ตี้คุณพ่อคุณแม่กันที่บ้านหลังนี้ ลูกๆ ก็จะได้มาเล่นด้วยกันที่นี่ โดยเฉพาะมากระโดดๆ ด้วยกันที่สปริงฟรีที่ผมกับนิหน่าซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้แพททริกเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว สำหรับผม ผมชอบไปกระโดดๆ เล่นกับลูกหลังเลิกงานตอนเย็น แย่งกันโยนลูกบอลลงห่วง ก็สนุกดีครับ สปริงฟรีเป็นที่ที่เราสามารถทำอะไรร่วมกันได้ เรียกเหงื่อด้วยกันได้ หัวเราะเฮฮาไปด้วยกันได้ ถ้าเรื่องเล่น ลูกจะเล่นกับผม แต่ถ้าเรื่องนอน ลูกจะนอนกับแม่ เขาติดแม่ ไม่งั้นนอนไม่หลับ”
สุฐิตา กล่าวเสริมว่า สปริงฟรีอันนี้เธอซื้อมาในราคา 6 หมื่นบาท แม้จะดูแพงในสายตาใคร แต่มันก็แพงด้วยความสมเหตุสมผลในเรื่องของความปลอดภัย “ด้วยความโรคจิตของนิหน่า คนขายเขาเคลมว่ามันเป็นสปริงฟรีที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เราได้ยินคำนี้แล้วสะดุดหูมาก เราเชื่อว่าเวลาที่ลูกเข้าไปเล่นในนี้แล้วเท้าไม่ไปติดขอบแน่ๆ ไม่อันตรายแน่นอน เราเลยยอมเสียเงินเพื่อซื้อความปลอดภัยให้ลูก เพื่อลูกเราทำได้ทุกอย่าง ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้วลูกได้เล่นแล้วชอบมาก อีกทั้งด้วยความที่เราสองคนตัวไม่ค่อยสูง เลยอยากให้ลูกสูง เวลาเราบอกลูกว่า ไปจัมพ์ๆ กันเถอะ ลูกจะวิ่งมาหาให้เราพาไปกระโดดๆ”
สำหรับพชรและสุฐิตา สองสามีภรรยาคู่นี้เชื่อว่าเมื่อทั้งคู่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน แล้วได้กลับมาอยู่กับคนที่เขารัก มันไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่านี้ อีกทั้งคำว่าบ้านจะเป็นบ้านไปไม่ได้ถ้าไม่มีสามี ไม่มีภรรยา ไม่มีมีลูก ไม่มีคนรอบกายอยู่ร่วมกัน
“หลังจากนี้คงทำทุกอย่างเพื่อลูกคนนี้ จะมีอีกคนหรือเปล่าคงต้องขึ้นอยู่กับฟ้าลิขิต ถ้าปีนี้ยังไม่มาก็คงมีคนเดียว ยิ่งตอนนี้นิหน่าเขาลดน้ำหนักลงมาจนหุ่นดีกว่าแต่ก่อนด้วย กลัวเขาไม่อยากมีลูก (หัวเราะ)” พชร กล่าวปิดท้าย







