
เด็กน้อย
“ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต” คำขวัญวันเด็กในปีนี้สั้นๆ ได้ใจความดีเนอะ เพราะระยะหลังๆ เนี่ยคำขวัญวันเด็กเริ่มยาวและไม่ค่อยได้ใส่ใจจดจำกัน ปูอ่ะจำได้ปีเดียวล่ะ “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” อาจเป็นเพราะสมัยก่อนคำขวัญ หรือชื่อคนสำคัญมักจะอยู่ในบทเรียนและข้อสอบ จำเป็นต้องจำให้ได้มั้ง?
“ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต” คำขวัญวันเด็กในปีนี้สั้นๆ ได้ใจความดีเนอะ เพราะระยะหลังๆ เนี่ยคำขวัญวันเด็กเริ่มยาวและไม่ค่อยได้ใส่ใจจดจำกัน ปูอ่ะจำได้ปีเดียวล่ะ “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” อาจเป็นเพราะสมัยก่อนคำขวัญ หรือชื่อคนสำคัญมักจะอยู่ในบทเรียนและข้อสอบ จำเป็นต้องจำให้ได้มั้ง?
ความทรงจำในวัยเด็กเนี่ยสำคัญมากนะ เพราะมันมักจะเป็นภาพจำที่ฝั่งลึกและอาจจะไปแสดงผลเอาตอนเราโตๆ ก็ได้ บางคนก็มีภาพจำที่ดีมีความสุข ในขณะที่เด็กบางคนก็เจอเรื่องร้ายๆ ในวัยเด็ก ทำให้เกิดพฤติกรรมแปลกๆ ตอนที่เป็นผู้ใหญ่โดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้น่ะซิ ก็เพราะสมองของมนุษย์ในวัยเด็กเนี่ยสามารถเรียนรู้และจดจำอะไรได้มากมาย เขาถึงให้สอนภาษาเด็กน้อยไง เพราะเด็กน้อยมักสามารถจดจำได้หลายภาษาในเวลาเดียวกัน…
ถ้าเด็กน้อยเจอเรื่องหนักๆ คงจะน่าสงสารมาก (*_*) ปูเจอน้องอันดา อายุ 5 ขวบ คุณยายเข็นรถพาน้องมาเที่ยวในงานเรดิโอสโมสร ที่ปูออกร้านขายผลิตภัณฑ์ล้างพิษในลำไส้ “ Fiber Plus” ของปูเองแหละ อิอิ ก็เห็นคุณยายเดินผ่านไปผ่านมาซื้อของร้านข้างๆ ก็แล้ว เดินเข้าแล้วก็เดินออก คือตอนนั้นปูกำลังนั่งดูดวงลูกค้าที่มาอุดหนุน Fiber ของปูอยู่ ก็หันไปมองคุณยายกะหลานยังเมาท์กะลูกค้าอยู่เลยว่า ดูซิเห็นอนาคตเด็กคนนี้เลยว่าเป็นยังไง เพราะโตแล้วแต่ไม่ยอมเดิน แล้วคุณยายก็สปอยซะด้วยการให้นั่งรถเข็นอีก ทั้งๆ ที่คุณยายก็แก่มากแล้วด้วย
ขณะที่กำลังพูดถึงน้องและคุณยาย เจ้าเด็กน้อยหันมามองหน้าปูและทำหน้ารังเกียจใส่ จนคนที่เห็นต่างหัวเราะว่าดูดิ รู้เรื่องด้วย \(^-^)/ สักพักพอคอนเสิร์ตมันส์ๆ บนเวทีดัง ผู้คนก็เริ่มเฮเสียงดัง ร้านข้างๆ ก็กรี๊ดกร๊าดทั้งเต้นทั้งกระโดดกันด้วยความสนุกสนาน เจ้าเด็กน้อยก็เอามือปิดหูแล้วเอาหน้าซุกไปกับรถเข็นและร้องกรี๊ดๆ งอแงจะให้คุณยายพากลับบ้านให้ได้ คุณยายก็ลงไปหยิกเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู ทำให้เด็กน้อยสงบลง
ปูและเพื่อนๆ เห็นพฤติกรรมเด็กน้อยแล้วต่างก็ส่ายหัว เพราะคิดว่าเด็กคนนี้คงเอาแต่ใจ แล้วไม่มีใครปรามแหงๆ พอคนเริ่มไม่มี คุณยายก็เดินมาซื้อผลิตภัณฑ์ของปูแล้วขอดูดวงด้วย “คุณยายจะซื้อไปทำไม คุณยายไม่ชอบกินผักและถ่ายยากเหรอ?” คุณยายบอกคือไม่ได้อยากได้ของหรอกนะ แต่อยากดูดวงให้ลูกสาว เลยอุดหนุนซะหน่อย ปูบอกเต็มใจเลยค่ะเพราะใจอ่ะอยากรู้ว่าแม่ของเจ้าเด็กคนนี้เป็นคนยังไงกันนะ? ทำไมเลี้ยงลูกให้เอาแต่ใจอย่างนี้?
พอฟังจากที่คุณยายเล่า ปูนิสลดใจมากเลย รู้สึกผิดมากที่ไปเข้าใจเด็กน้อยผิดๆ ก็ที่เด็กน้อยเป็นอย่างงี้ก็เพราะไม่ชอบคนพูดเสียงดังๆ หรือแม้แต่สถานที่อะไรที่พลุกพล่านวุ่นวาย เพราะตอนที่ยังเป็นเด็กน้อยกว่านี้ พ่อแม่มักทะเลาะกันตีกัน แล้วแย่งลูกกัน ซึ่งเจ้าเด็กน้อยก็เห็นและโดนกระชากลากถูอยู่เป็นประจำ แถมพ่อชอบพาผู้หญิงมาที่บ้านแล้วให้เรียกแม่ทั้งๆ ที่ไม่ใช่แม่ พอพ่อแม่แยกทางกัน เจ้าเด็กน้อยก็เลยตกมาเป็นมรดกของคุณยายที่ต้องเลี้ยงดูต่อ พฤติกรรมแปลกๆ ของเด็กน้อยก็เลยแสดงออกมาเป็นเยี่ยงนี้ คือไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่แต่งหน้าแต่งตัว ไม่ชอบคนเต้นแร้งเต้นกา ไม่ชอบเสียงดัง จะทำหน้าย่นหยู่ และแสดงกิริยาไม่น่ารัก จนคุณยายต้องคอยปรามด้วยการหยิกเบาๆ และคอยกระซิบว่า “อย่าดื้อนะ อยากอยู่กับยายมั้ย?” น้องเขาก็จะสงบลงและนั่งอย่างเงียบๆ หรือไม่คุณยายก็จะให้อ่านหนังสือคนเดียวไป ฟังแล้วสลดมั้ยล่ะ?
เด็กน้อยอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้นต้องมาเจอกับเรื่องอะไรกันนี่ แล้วความทรงจำแย่ๆ ที่ทำให้ต้องคอยสะดุ้งอยู่ตลอดเวลาที่ได้ยินเสียงดัง หรือเห็นบรรดาผู้หญิงสาวๆ แล้วรู้สึกยี้ (>..<)
เนี่ยมันจะเป็นยังไง ชิมิ พ่อแม่ควรจะเป็นตัวอย่างที่ดี ส่วนใหญ่ครอบครัวที่มีเด็กเหลือขอ เสียผู้เสียคน มักมาจากความบกพร่องทางครอบครัว หรือฟุ้งเฟื้อไปตามสิ่งแวดล้อม
บางทีพ่อและแม่ก็ลืมหน้าที่ความเป็นพ่อและแม่ไปบ้าง ไม่ได้ให้ความเอาใจใส่ลูกเท่าที่ควร ให้ได้แต่เสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มที่อบอุ่นแต่ทางร่างกายเท่านั้น ไม่ได้ให้ความอบอุ่นทางใจเลย หรือชอบคิดว่าอย่าไปบังคับมันเลย ไม่ควบคุมให้เกิดสติปัญญา พอลูกหันไปพึ่งพาเพื่อนฝูง ซึ่งก็มักจะเป็นเพื่อนที่นิสัยคล้ายกัน ไม่ขัดใจตามใจกัน ไม่เรียนหนังสือ เพราะไอ้พวกเด็กเรียนก็จะไม่คบเพื่อนที่เรียนอ่อน ไอ้พวกเบื่อเรียนก็จะไม่คบพวกเด็กเรียนเพราะไม่สนุก
พอเด็กใจแตกไม่เรียนเพราะยับยั้งชั่งใจไม่ได้ พ่อแม่ก็ไม่ได้สนใจไยดี หรือพ่อแม่ก็ไม่เห็นว่าอะไร เด็กคิดไม่ได้ไม่มีใครชี้นำ พอสอบตกขึ้นมา พ่อแม่ถึงค่อยมาสนใจด่าว่า ตบตี หรือครอบครัวมีปัญหา เด็กเห็นทุกวันฝังหัวทุกวันทุกเวลา บ้านก็เลยกลายเป็นนรก ทำให้เด็กยิ่งเสียจริตไปกันใหญ่น่ะซิ นี่ไงเราสามารถช่วยเหลือเด็กน้อยทั้งหลายได้ด้วยการชี้แจงแสดงเหตุผลที่ทำให้เกิดสติปัญญา เพราะเด็กสมัยนี้ฉลาดจะตายไป เข้าใจอะไรก็ง่ายและเร็ว เพียงแค่ผู้ใหญ่ชี้แนะสิ่งที่ถูกให้เขาฝังใจจำแค่นั้นก็พอ
ที่ปูเคยตรวจดวงชะตามานะ เด็กที่เกิดมาวัน เดือน ปี บ่งบอกว่าเป็นเด็กที่ชั่วร้าย แต่ถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่ถูกต้องอ่อนโยน มีสามัญสำนึกที่ดี จะสามารถละลายพฤติกรรมอันชั่วร้ายได้ และมักจะมีความละอายต่อบาป ไม่กล้าทำผิดประพฤติชั่วยังไงล่ะ หึหึ







