posttoday
สมองดี รับปีใหม่ : เทคนิคสำหรับเด็กเบบี๋

สมองดี รับปีใหม่ : เทคนิคสำหรับเด็กเบบี๋

07 มกราคม 2558

ช่วงปีใหม่นี้มีเด็กเล็กๆ หลายคนที่เพิ่งเกิดมาและได้รับชื่อเก๋ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันปีใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารักและน่ายินดี เพราะช่วงปีใหม่ช่างเป็นเวลาแห่งการรื่นเริง สังสรรค์และต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตของพวกเราทุกคน สำหรับเด็กเล็กๆ แล้ว ช่วงเวลาจากแรกเกิดถึง 3 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นเวลาที่สมองกำลังพัฒนาอย่างเต็มที่และพัฒนามากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต ดังน้ั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ใส่เข้าไปในสมองของลูกนั้นจะวางรากฐาน “ความเป็นตัวเขา” ไปจนตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว

ช่วงปีใหม่นี้มีเด็กเล็กๆ หลายคนที่เพิ่งเกิดมาและได้รับชื่อเก๋ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันปีใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารักและน่ายินดี เพราะช่วงปีใหม่ช่างเป็นเวลาแห่งการรื่นเริง สังสรรค์และต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตของพวกเราทุกคน สำหรับเด็กเล็กๆ แล้ว ช่วงเวลาจากแรกเกิดถึง 3 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ เพราะเป็นเวลาที่สมองกำลังพัฒนาอย่างเต็มที่และพัฒนามากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต ดังน้ั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ใส่เข้าไปในสมองของลูกนั้นจะวางรากฐาน “ความเป็นตัวเขา” ไปจนตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว

ในอดีตเรามักมีความเชื่อว่า หากจะสอนสำเนียงภาษาใดๆ ให้เด็กเราจะต้องรีบสอนก่อนอายุ 12 ปี เพื่อให้เด็กได้วิธีพูดเหมือนเจ้าของภาษาให้มากที่สุด แต่ในปัจจุบันงานวิจัยใหม่ๆ เริ่มพบว่า หน้าต่างของการเรียนรู้ด้านต่างๆ เปิดและปิดในเวลาที่น่าตกใจกว่านั้น นั่นคือ แม้เพียงก่อนเด็กพูดได้คำแรกในชีวิตเขาก็ได้เก็บและลบหน่วยเสียงจำนวนมากไว้ในคลังและเอาออกไปจากคลังเสียงของเขาแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยหนึ่งได้ทำการทดลองกับเด็กทารกแรกเกิดในประเทศญี่ปุ่น พบว่าภายในเวลา 24 ชั่วโมงแรกที่เด็กคลอดออกมานั้น เด็กทารกที่เกิดจากพ่อแม่ญี่ปุ่นสามารถฟังและแยกเสียง R (อาร์) ที่เป็นภาษาอังกฤษได้ โดยงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่อักษรและเสียงที่คนญี่ปุ่นมีปัญหาในการออกเสียงเวลาพูดภาษาอังกฤษ ​เช่น R หรือ V (เช่น ชื่อของหนูดี เพื่อนญี่ปุ่นมักออกเสียงเป็น “บาเนสซ่า” ​แทนที่จะพูดให้ถูกว่า “วาเนสซ่า”) เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 6 เดือน ขณะที่ทารกที่อายุครบ 6 เดือนเต็ม ทำการทดลองให้เด็กฟังเสียงซ้ำอีกครั้ง พบว่าทารกไม่สามารถพูดเสียง R แบบอเมริกันจากเสียงอื่นได้แล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้วงการศึกษาด้านสมองเกิดความระวังตัวขึ้นมาว่า แม้เพียงวัย 6 เดือน ที่ทารกยังพูดคำแรกในชีวิตไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในญี่ปุ่นและพ่อแม่พูดแต่ภาษาญี่ปุ่น จึงทำให้ทารกลบหน่วยเสียงบางหน่วยในภาษาอังกฤษออกจากสมองไปเรียบร้อยแล้ว

ตัวหนูดีเองเชื่อในสิ่งที่นักวิจัยด้านสมองแทบทุกคนเชื่อ คือ การพัฒนาสมองนั้นทำได้และควรทำในทุกช่วงอายุแต่ว่า “การเริ่มต้น” นั้น ยิ่งเร็วยิ่งดีค่ะ ไม่เพียงแต่เรื่องของภาษาเท่านั้น แต่ทั้งในเรื่องของการสอนคุณธรรม สอนการเคลื่อนไหวร่างกาย สอนคณิต สอนเรื่องจำนวนและตัวเลข สอนเรื่องวิทยาศาสตร์รอบตัว  ฯลฯ ​หลายคนมักบอกว่า รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่มีคำว่าสายสำหรับสมองหรอกค่ะ เพราะหน้าที่ของพ่อแม่และครูคือสอนและทำให้ดีที่สุดในทุกช่วงอายุของเด็ก แต่หากมองในเชิงของสมองแล้วมันมีช่วงที่เรียกกันว่า Sensitive Period หรือ ช่วงละเอียดอ่อนของการเรียนรู้อยู่จริงๆ เพราะในบางช่วงอายุเด็กจะเรียนบางเรื่องได้ดีกว่ามากๆ

ยิ่งอายุน้อย เรื่องของภาษาและเรื่องของการเคลื่อนไหวร่างกายเด็กจะทำได้ดีมากขึ้นตามอายุที่น้อย เมื่อเด็กเริ่มเรียนครั้งแรกและเรียนต่อเนื่อง และเมื่อดูผลจากงานวิจัยเก็บข้อมูลในระยะยาวแล้วเรายังพบว่า การลงทุนการศึกษาในเด็กวัยต่ำกว่า 3 ขวบ จะให้ผลตอบแทนในเชิงคุณภาพประชากรมากกว่าการลงทุนการศึกษาในวัยอื่นๆ ถึง 7 เท่า (ข้อมูลจากองค์กร UNICEF) ​อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งคือสมองเด็กในวัยเล็กนี้เราใส่อะไรเข้าไปเด็กๆ จะจำและทำได้ดีมากกว่าวัยอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน

ถ้าเช่นนั้น พ่อแม่มือใหม่ควรทำอะไรบ้างกับลูกวัยเล็ก

คุณแม่ของหนูดีชอบบอกเสมอว่า “คนเป็นพ่อแม่น่ะ ถือว่าเป็น On the job training กันทุกคน”​ คือ เป็นการฝึกงานจริงที่หน้างานเลย ต่อให้เป็นลูกคนที่สองคนที่สามก็เถิด เพราะเด็กแต่ละคนก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันไปไม่เหมือนกันเลยแม้จะเกิดจากพ่อแม่คนเดียวกันก็ตาม ดังนั้นแม้พ่อแม่จะเรียนมาหรืออ่านมาเยอะแค่ไหน แต่พอเจอลูกเล็กตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้าก็ต้องปรับตาม “หน้างาน” ทั้งสิ้น สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำคือ “อย่ามัวแต่เครียดว่าบ้านอื่นทำอะไรอยู่” เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันในหมู่พ่อแม่สูงมากว่า ลูกบ้านนั้นเรียนดนตรี ลูกบ้านนี้เรียนบัลเลต์​ ลูกเพื่อนเรียนโรงเรียนนานาชาติ ลูกญาติเรียนภาษาจีน ฯลฯ ​ยิ่งนักการศึกษาออกมาบอกว่า สมองเด็กเล็กเท่าไหร่ยิ่งต้องรีบพัฒนาพ่อแม่ยิ่งเครียดว่า จะทำอย่างไรดีสมองลูกของเราจึงจะไม่ตกเทรนด์นี้

สำหรับหนูดีเองแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสมองเด็กเล็กมีสามอย่าง และถ้าหนูดีมีลูกหนูดีจะระวังให้ลูกมีพร้อมโดยไม่กังวลว่า “บ้านอื่นทำอะไร”

ความปลอดภัยและความรัก ความรู้สึกมั่นคงในบ้าน-ลูกได้รับการกอด การหอม การพูดคุยด้วยความรักจากคนในบ้านเพียงพอไหม คำว่ารักไม่มีคำว่า “รักมากไป”  หรอกค่ะ พ่อแม่รักลูกกันหมดหัวใจทุกบ้าน มันมีแต่คำว่า “รักผิดวิธี” ​ซึ่งเดี๋ยวมาเขียนแชร์งวดหน้า ตรงนี้เนื้อที่ใกล้หมดแล้ว

อาหารที่เหมาะกับพัฒนาการสมองของเด็ก - ทราบไหมคะว่า เมืองไทยที่หาอาหารทานได้ 24 ชั่วโมง แต่เด็กไทยมีภาวะเตี้ยแคระแกรนและอ้วนกว่าสิบเปอร์เซ็นต์จนน่าตกใจ เด็กไทยจำนวนมากขาดโปรตีนเพราะเราทานข้าวเป็นอาหารหลัก ถ้ามีลูก หนูดีจะเน้นว่าลูกต้องได้โปรตีนครบและต้องเลิฟการทานผัก คุณแม่ให้หนูดีกัดผักเป็นขนมจนหนูดีไม่รู้ว่าขนมจริงๆ หน้าตาเป็นอย่างไรจนโตพ้นวัยฟันผุแล้ว เด็กไทยทานนมแม่เพียงประมาณ 12% เท่านั้น ซึ่งน่าตกใจมาก ในปัจจุบันหากทำได้เด็กควรทานนมแม่ล้วน (ไม่มีแม้กระทั่งน้ำเปล่าปะปน)​ จน 6 เดือน และทานนมแม่ร่วมกับอาหารอื่นจน 2 ขวบ

การเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัย-ของเล่นของเด็กไม่ต้องแพง แต่ควรทำให้เด็กได้คิดเยอะๆ ของเล่นยิ่งแพงเด็กยิ่งคิดน้อย เพราะของเล่นคิดให้หมดแล้ว แต่ที่สำคัญที่สุด คือ พ่อแม่คือของเล่นที่แพงที่สุดของลูก ดังนั้นหาเวลาเล่นกับลูกให้มากๆ ในวัยนี้ เพราะวันหนึ่งเมื่อเขาอายุเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้วลูกก็จะไม่อยากอยู่กับเราเท่าวัยนี้อีกแล้ว

สมองเด็กสำคัญทุกช่วงวัย และยิ่งเราสอนและพัฒนาให้เหมาะสมกับวัยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น ฉบับนี้หนูดีขอถือโอกาสแสดงความยินดีกับพ่อแม่มือใหม่ช่วงปีใหม่นี้ทุกๆ ท่านด้วยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69