posttoday
อัซซูรีประเดิมป้องแชมป์ บู๊ปารากวัย-ดัตช์ไร้ร็อบเบนซัดโคนม

อัซซูรีประเดิมป้องแชมป์ บู๊ปารากวัย-ดัตช์ไร้ร็อบเบนซัดโคนม

14 มิถุนายน 2553

n อัซซูรีไม่ประมาทปารากวัย

“แชมป์เก่า” อิตาลี เตรียมเริ่มต้นเส้นทางป้องกันแชมป์โลกด้วยการพบกับ ปารากวัย ในกลุ่มเอฟ ที่สนามกรีน พอยต์ สเตเดียม เมืองเคปทาวน์

ทีมอัซซูรีจะหมดสิทธิใช้งาน อันเดรีย ปิร์โล ที่เจ็บน่อง โดย ริกคาร์โด มอนโตลิโว มิดฟิลด์จากฟิออเรนตินา จะลงเล่นแทน นอกจากนี้ ดานิเอเล เด รอสซี ก็เจ็บน่องเช่นกัน ยังต้องรอเช็กอาการอีกครั้ง ส่วนในแดนหน้า อัลแบร์โต จิลาร์ดิโน จะรับบทกองหน้าตัวกลาง ส่วน อันโตนิโอ ดิ นาตาเล และวินเซนโซ ยาควินตา ขึ้นเกมริมเส้น

อิตาลีถูกยกให้เป็นต่อปารากวัยพอสมควร แต่ เจนนาโร กัตตูโซ มิดฟิลด์จอมบู๊ ยอมรับว่าทีมจากอเมริกาใต้มีความแข็งแกร่งและไม่ใช่หมูมาให้เชือดง่ายๆ แน่นอน เห็นได้จากเกมที่อุรุกวัยยันเสมอฝรั่งเศส 00 แม้จะเหลือ 10 คนช่วงท้ายเกม

“พวกเขาเป็นทีมตามสไตล์ฟุตบอลจากอเมริกาใต้ เราเห็นความเขี้ยวของอุรุกวัยแล้วในเกมที่เล่นกับฝรั่งเศส พวกเขาสู้ทุกจังหวะ ซึ่งเรารู้ดีว่าเกมนี้เราก็จะต้องสู้กับพวกเขาตลอดทั้ง 90 นาทีเช่นกัน”

ด้านปารากวัยได้ ออสการ์ คาร์โดโซ ดาวซัลโวของเบนฟิกา หายเจ็บข้อเท้ากลับมา แต่กุนซือ เกราร์โด มาร์ติโน จะใส่ชื่อเป็นเครื่องตัวสำรอง โดยให้ โรเก ซานตาครูซ ยืนประสานงานกับ ลูคัส บาร์ริออส และมี เนลสัน วัลเดซ เป็นตัวสอดแทรก

“เกมรับของอิตาลีแข็งแกร่งมาก ถ้าพวกเขายิงขึ้นนำก่อนมันก็เป็นงานยากที่เราจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เราต้องเล่นด้วยความฉลาด ซึ่งเราไม่สามารถใช้บอลโยนยาวสู้กับพวกเขาได้ เราต้องเล่นบอลเท้าต่อเท้าให้แม่นยำ” ซานตาครูซ กล่าว

นักเตะที่ต้องจับตามอง : ฟาบิโอ คันนาวาโร (อิตาลี) – ลูคัส บาร์ริออส (ปารากวัย)

4 ปีที่แล้ว คันนาวาโรได้ชูถ้วยแชมป์โลก พร้อมซิวรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม แต่ในวัย 36 ปี สภาพร่างกายย่อมโรยราไปตามเวลา ซึ่งต้องคอยดูว่าคันนาวาโรที่มีความเก๋าและประสบการณ์เหลือเฟือจะเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนของทีมอัซซูรี โดยเขาจะโดนทดสอบจาก บาร์ริออส ศูนย์หน้าจากดอร์ตมุนด์ ที่ฟอร์กำลังเข้าฝัก หลังยิงได้ทุกนัดในเกมอุ่นเครื่อง 3 นัดหลังสุด

n ดัตช์ไม่เสี่ยงส่งร็อบเบนบู๊โคนม

เนเธอร์แลนด์ หนึ่งในชาติยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก แต่ไม่เคยสัมผัสการเป็นแชมป์โลก และในศึกเวิลด์คัพ 2010 ทีมกังหันสีส้มจะลงฟาดแข้งนัดแรกกลุ่มอี กับ เดนมาร์ก ที่สนามซอกเกอร์ ซิตี

เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ กุนซือเนเธอร์แลนด์ ยืนยันว่าจะไม่เสี่ยงส่ง อาร์เยน ร็อบเบน ลงลากเลื้อยในนัดนี้ เนื่องจากยังมีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ารบกวน ทำให้ เดิร์ก เคาต์ จอมขยันจากลิเวอร์พูล เตรียมได้โอกาสลงเล่นแทน

“เราเลี่ยงการเจ็บหนักกว่าเดิม ซึ่งตั้งแต่อาร์เยนเจ็บ เขาก็แทบไม่ได้ลงเล่นหรือฝึกซ้อมเลย” ฟาน มาร์ไวจ์ กล่าว

ทั้งนี้ แม้จะขาดร็อบเบน แต่แนวรุกของทีม ฟลายอิง ดัตช์แมน ยังคงน่ากลัว โดย เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ กับ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ต จะคอยปั้นเกมให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงแข้งร้อนที่ซัดไป 4 ประตูในเกมอุ่นเครื่อง 3 นัดหลังสุด

ขณะที่เดนมาร์กก็ยังต้องเช็กอาการเจ็บขาหนีบของ นิคลาส เบนด์เนอร์ จนถึงนาทีสุดท้าย ซึ่งหากกองหน้าอาร์เซนอลลงสนามไม่ได้ คาดว่ากุนซือมอร์เตน โอลเซน จะส่ง ยอห์น ดาล โทมัสสัน กองหน้าจอมเก๋าลงล่าตาข่ายแทน

ชัยชนะของทัพนักเตะโคนมเหนือแข้งดัตช์ครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปเมื่อ 43 ปีที่แล้ว ซึ่งเกมนี้พวกเขาก็ยอมรับว่าเป็นรอง แต่ทุกสิ่งจะไปตัดสินที่ 90 นาทีในสนาม

“ทุกคนเชื่อว่าพวกเขาจะเอาชนะเราได้สบายๆ แต่เราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ซึ่งไม่แน่ว่าผลที่ออกมาอาจจะเซอร์ไพรส์ทุกคนก็ได้” เดนนิส รอมเมลดาห์ล ปีกประสบการณ์สูง กล่าว

ผู้เล่นที่น่าจับตามอง – เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ (เนเธอร์แลนด์) ดาเนียล แอ็กเกอร์ (เดนมาร์ก)

เมื่อร็อบเบนลงไม่ได้ ภาระในแดนกลางส่วนใหญ่จึงจะตกอยู่กับสไนจ์เดอร์ ซึ่งฟอร์มกำลังเข้าฝัก หลังเพิ่งพาอินเตอร์ มิลาน เถลิงบัลลังก์แชมเปียนส์ลีก ขณะที่เดนมาร์กมี แอ็กเกอร์ เป็นนายใหญ่ในแผงหลัง ซึ่งนอกจากเกมรับที่แข็งแกร่งแล้ว แอ็กเกอร์ยังแอบดันขึ้นมาซัดไกลได้น่ากลัว อย่างที่เคยเห็นในการเล่นให้กับลิเวอร์พูล

n ซามูไรหวังฟอร์มดุตามรอยโสมขาว

หลังเกาหลีใต้ประเดิมเวิลด์คัพด้วยฟอร์มสุดหรูอัดกรีซ 20 ชาติบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง ญี่ปุ่น ก็หวังระเบิดฟอร์มเก่งได้บ้างเช่นกันในเกมกลุ่มอี ที่จะพบกับ แคเมอรูน ที่ฟรี สเตต สเตเดียม

“ชัยชนะของเกาหลีใต้เป็นแรงกระตุ้นให้พวกเราได้มาก ต่อไปถึงคราวของทีมเราลงสนามบ้างแล้ว” ทาเคชิ โอคาดะ กุนซือทีมซามูไร กล่าว

ญี่ปุ่นได้ข่าวดีเมื่อ ชุนสุเกะ นากามูระ มิดฟิลด์จอมปั่นฟรีคิก หายเจ็บข้อเท้ากลับมาพร้อมลงบัญชาเกมแดนกลางขณะที่ ไคสุเกะ ฮอนดะ กองกลางจากซีเอสเคเอ มอสโก อาจจะถูกดันขึ้นไปเล่นกองหน้าคู่กับ ชินจิ โอกาซากิ

ขณะที่แคเมอรูนของกุนซือ ปอล เลอ กูเอ็น ยังคงนำทีมมาโดย ซามูเอล เอโต หัวหอกจากอินเตอร์ มิลาน และมี เซบาสเตียน บาสซง กับ ฌอง มากูน เป็นแข้งหลักในแนวรับและแผงกองกลาง ซึ่งทีมหมอผีมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้พวกเขาผ่านเกมรอบสุดท้ายเวิลด์คัพมาแล้ว 5 สมัย ซึ่งไม่เคยแพ้ในเกมนัดแรกที่ลงสนาม โดยชนะ 1 เสมอ 4

นักเตะที่ต้องจับตามอง – ไคสุเกะ ฮอนดะ (ญี่ปุ่น) ซามูเอล เอโต (แคเมอรูน)

นับตั้งแต่หมดยุค ฮิเดโตชิ นากาตะ และฟอร์มที่เริ่มดาวน์ลงไปของนากามูระ สตาร์แดนปลาดิบ ณ นาทีนี้ต้องยกให้กับ ฮอนดะ ที่โดดเด่นเหลือเกินกับซีเอสเคเอ มอสโก โดยเฉพาะลูกยิงไกลที่อันตราย ขณะที่ เอโต ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณมากมาย สำหรับชาวแคเมอรูนแล้ว เอโตก็คือพระเจ้าในสนามฟุตบอลของพวกเขาดีๆ นี่เอง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน