
บินตาม...
“แอร์โฮสเตส” หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของหญิงสาว มีคำเปรียบเปรยแล้วเรียกขานกันว่า “นางฟ้า” ภาพพจน์ที่ถูกมอง สวย สูง ขาว หุ่นดี ฟุดฟิดฟอไฟได้คล่องปร๋อ บุคลิกภาพดี แต่ในอีกมุม กว่าที่หญิงสาวสักคนจะก้าวมาสู่อาชีพนี้ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก และเช่นกันทุกอาชีพมีขวากหนามและกลีบกุหลาบรออยู่ระหว่างทาง “ชีวิตนางฟ้า” จึงไม่สวยหรูไปเสียหมด บางทีพวกเขาเรียกแทนตัวเองว่า “นางทาส” เสียอีก ทว่าเรื่องราวความสนุกยามกางปีกบินก็ช่างมีเสน่ห์
“แอร์โฮสเตส” หรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของหญิงสาว มีคำเปรียบเปรยแล้วเรียกขานกันว่า “นางฟ้า” ภาพพจน์ที่ถูกมอง สวย สูง ขาว หุ่นดี ฟุดฟิดฟอไฟได้คล่องปร๋อ บุคลิกภาพดี แต่ในอีกมุม กว่าที่หญิงสาวสักคนจะก้าวมาสู่อาชีพนี้ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก และเช่นกันทุกอาชีพมีขวากหนามและกลีบกุหลาบรออยู่ระหว่างทาง “ชีวิตนางฟ้า” จึงไม่สวยหรูไปเสียหมด บางทีพวกเขา
เรียกแทนตัวเองว่า “นางทาส” เสียอีก ทว่าเรื่องราวความสนุกยามกางปีกบินก็ช่างมีเสน่ห์
“จิรพรรณ พุ่มแก้ว” อดีตแอร์โฮสเตส นำเรื่องราวของนางฟ้ามาบอกเล่าผ่านตัวหนังสือใน “ชีวิตนางฟ้า” จากหญิงสาวที่อยากติดปีกบินท่องไปบนโลกกว้าง จากสายการบินภายในประเทศ จนออกไปสู่สายการบินนานาชาติ แล้วบินไกลถึงเครื่องบินพระที่นั่งขององค์สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งประเทศเศรษฐีน้ำมัน เอาล่ะสิ... มาติดตามชีวิตนางฟ้ากัน
“เกิดจากการที่เราจดไดอารี่ไว้ตั้งแต่วันแรกที่ออกเดินทางจากเมืองไทย คือวันที่ 16 ธ.ค. 2534 วันนั้นนอกจากจะเตรียมของสัมภาระเพื่อนำไปใช้อยู่ใช้กินที่รัฐดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว ยังเตรียมไดอารี่ไป 1 เล่ม เพื่อจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่เราจะได้เจอะเจอด้วยความตื่นเต้น เมื่อเลิกจากการบินกลับมาเมืองไทยแล้ว ตัวหนังสือเหล่านั้นยังอยู่ อ่านย้อนไปแล้วก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่อยากเล่าต่อ อย่างน้อยให้เพื่อนฝูงหรือผู้ที่สนใจ ว่าเราไปอยู่ไปใช้ชีวิตอย่างไรในเมืองแขก ไปบินเป็นยังไง สนุกมากน้อยแค่ไหน เจอะเจอผู้คนต่างชาติต่างภาษาอย่างไรบ้าง พอดีกับกัปตันจากสายการบินที่เคยทำงานอยู่คือ ทรอปิคอลซีแอร์ (Yellow Birds) ท่านอาสาเข้าทำงานเป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารแทงโก้ จึงชวนให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์เรา”
ก่อนมาเป็นหนังสือ เรื่องราวของชีวิตนางฟ้า ได้ตีพิมพ์ในนิตยสารแทงโก้ ตั้งแต่ฉบับที่ 179 เดือน ส.ค. 2554 เดือนละครั้งทุกเดือน จนถึงปัจจุบัน เช่นนั้นจึงมีเนื้อหาเยอะและกว้างมาก เมื่อนำมารวมเป็นเล่ม จึงต้องคัดสรร
“เขียนหลายอย่างมาก โดยเฉพาะประสบการณ์กับเที่ยวบินวีไอพี เพราะเป็นสิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์อย่างนี้ จึงพยายามคิดหัวข้อเล่าเรื่องที่แปลกแตกต่างกันทุกเดือน ว่ากันตั้งแต่เรื่องหน้าตาของเครื่องบินพระที่นั่ง (ของกษัตริย์กาตาร์) อาหารที่เราเสิร์ฟบนเครื่อง และเมืองต่างๆ ของตะวันออกกลางที่เราเคยได้ไปเที่ยว ไปเห็นมา หรือแม้แต่เรื่องชีวิตของลูกเรือท่านอื่นๆ เพื่อนร่วมงานที่มีความแตกต่างกันทั้งทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ภาษา ฯลฯ คัดมาเฉพาะตอนที่เกี่ยวกับประสบการณ์ของเราโดยเฉพาะ ว่ามีสิ่งที่ใฝ่ฝันไว้ เดินไปคว้ามันมาได้อย่างไร
เมื่อได้มาแล้วได้ไปเจอกับอะไรบ้าง ใช้ชีวิตอย่างไร ความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ ที่เจอ ส่วนใหญ่ก็คือจะนำเอาตอนแรกๆ ที่เขียนเล่าลงไปในนิตยสาร นำมาคัดเอาเฉพาะที่อยากเล่าจริงๆ ในหนึ่งชีวิตช่วงนั้น มีเรื่องให้เล่ามากมายจริงๆ ค่ะ แต่ก็พยายามคัดในสิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ที่จะเล่า อย่างเมืองในตะวันออกกลาง น้อยคนนักที่คิดจะไปเที่ยว หรือซื้อทัวร์ไปเที่ยว ทัวร์ยุโรปกับทัวร์ทะเลทรายร้อนแล้งคนจะเลือกไปไหน นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่เลือกมาเล่าค่ะ เพราะจริงๆ แล้วคงไม่มีใครได้ไปสัมผัสมากนัก หรือหากเป็นเรื่องอาหาร ผู้คนจะชินกับอาหารไทย อาหารยุโรป แต่อาหารแขกน้อยคนนักที่จะให้ความสนใจจริงๆ แล้วประสบการณ์ที่เราได้ไปเห็นไปชิมไปเสิร์ฟอาหารอาหรับระดับวีไอพีมาแล้ว ก็สามารถนำมาเล่าได้ว่ามันเป็นอย่างไร ทำอย่างไร แม้บางครั้งอาจจะต้องค้นคว้าข้อมูลมาเพิ่มเพราะประสบการณ์ล้วนๆ คงจะมีเนื้อหาไม่แน่นพอที่จะเขียนไดอารี่ที่เคยจดๆ ไว้ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดนัก”
แม้ว่าจะเขียนมานานหลายปีแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่จิรพรรณอยากเล่า (อีก) และอยากรวมเล่มอีก “คงเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ อย่างปัญหาครอบครัว ที่ทุกคนทุกชีวิตล้วนแล้วแต่ต้องมี การได้เป็นแอร์ฯ กับลักษณะของอาชีพอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ประกอบกับคนในวัยนี้เป็นวัยต้องมีคู่ซะด้วย หลายครั้งที่จะต้องเลือกระหว่างงานกับการอยู่ให้เป็นที่เป็นแฟนกัน หรือเป็นครอบครัว แต่เราเลือกงานก่อน ดังนั้นเวลามีแฟนกี่คนก็ต้องเลิกรากันไป สรุปว่าอกหักหลายครั้งนะคะ (ฮา)
คิดว่าเล่มนี้เป็นเหมือนประสบการณ์ของคนคนเดียวที่บอกเล่าออกมาให้รู้จักในหนึ่งช่วงชีวิต แต่ยังมีอีกหลายตอนที่เขียนเล่าไว้ในนิตยสารแทงโก้ เป็นเรื่องอื่นๆ อีก อย่างเช่น นินทาเจ้านาย เมาท์เพื่อน แอบแฉผู้โดยสาร ไปเที่ยวเมืองแปลกๆ พากินอาหารแขก ซึ่งใจอยากจะรวบรวมไว้ให้เป็นเล่มภายใต้หัวข้อเดียวกัน คงจะเป็นหนังสือแนวจับเข่าเล่าสู่กันฟัง มากกว่าจะนำเนื้อหาไปใช้อ้างอิงเป็นข้อมูลทางวิชาการ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของสำนักพิมพ์ด้วยค่ะ หากคิดว่ามีผู้อ่านสนใจอ่านและผู้จัดพิมพ์จำหน่ายคิดว่าน่าสนใจพอจะออกไปวางเคียงคู่ แข่งกับหนังสืออีกหลายร้อยเล่มบนชั้นในร้านหนังสือได้ ก็คงได้คั้นกะทิมารวมเป็นเล่มให้ได้อ่านกันมันๆ อีกค่ะ”
ในฐานะผู้เล่า จิรพรรณมุ่งหวังว่า เรื่องราวของเธอจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่ใฝ่ฝันอยากมาทำงานเป็นแอร์โฮสเตส
“อาจจะเป็นแนวทางในการวางแผนอาชีพในอนาคต ถ้าคิดอยากเป็นแอร์ฯ นี้ก็คือหนังสือที่จะบอกให้รู้ว่าจะได้ไปเจอะเจออะไรบ้าง จะได้เตรียมตัวทัน การใช้ภาษาต้องเตรียมให้พร้อมจริงๆ เมื่อรู้แล้วก็ตั้งใจ เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เมื่อเตรียมก่อนก็พร้อมก่อน ชนะคู่แข่งอื่นๆ อยู่แล้ว ส่วนคนที่ไม่สนใจนึกอยากทำอาชีพที่ต้องไปเร่ร่อนอยู่ไม่เป็นที่อย่างเรา คือไม่อยากเป็นแอร์ฯ ก็อาจจะอ่านเอาสนุกค่ะ เพราะหนังสือสอดแทรกความขันไว้ตลอด ตามอารมณ์ผู้เขียนที่นึกสนุกบางทีก็อยากเล่นคำหรือเอาภาษาไทยมาใช้ในทางที่แปลกตาไปบ้าง อ่านแล้วอารมณ์ดีค่ะ แม้จะมีเศร้าบ้างบางตอน (อ้าว)”
ขอให้ผู้อ่านสนุกกับการบินในเที่ยวบินนี้นะคะ







