posttoday
อินทรีเหล็กดุไล่ถล่มออสซี 4-0

อินทรีเหล็กดุไล่ถล่มออสซี 4-0

14 มิถุนายน 2553

โพโดลสกี, โคลเซ, มุลเลอร์, คาเคา ดาหน้ายิง-เคฮิลล์โดนตะเพิดออสซีจบเกม 10 คน

โพโดลสกี, โคลเซ, มุลเลอร์, คาเคา ดาหน้ายิง-เคฮิลล์โดนตะเพิดออสซีจบเกม 10 คน

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี พบกับ ออสเตรเลีย ที่สนามเดอร์บัน สเตเดียม โดยกุนซือ โยอาคิม เลิฟ วาง  มิโรสลาฟ โคลเซ ยืนกองหน้าตัวเป้า  มี โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, ลูคัส โพโดลสกี คอยขับเคลื่อนเกมรุก ขณะที่ พิม เวอร์บีก กุนซือออสซี่ ตัดสินส่ง ริชาร์ด การ์เซีย ลงยืนกองหน้าแทน โจชัว เคนเนดี โดยมี ทิม เคฮิลล์ เล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ

อินทรีเหล็กดุไล่ถล่มออสซี 4-0

ออสเตรเลียได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 3 เมื่อได้เตะมุมทางฝั่งขวา ลุก วิลเชียร์ เปิดเข้ามาให้ เคฮิลล์ โขกเต็มหัว บอลหลุดไปทางเสาสองติดพวกเดียวกันเอง ก่อนที่บอลกระเด้งมาเข้าทาง ริชาร์ด การเซีย เอี้ยวตัวยิง แต่บอลติดบล็อกกองหลังเยอรมนี

นาทีที่ 7 เยอรมนีได้ลุ้นบ้าง โคลเซ ได้บอลลากเข้าเขตโทษ ก่อนซัดเรียดด้วยเท้าขวาติดเซฟ มาร์ก ชวาร์เซอร์ บอลยังเด้งมาเข้าทางโคลเซ แล้วเปิดบอลเข้ากลางให้ โอซิล วิ่งเข้ามากระโดดยิง แต่บอลแฉลบกองหลังออสซี่ออกไป

ทีมอินทรีเหล็กยังเปิดเกมรุกได้อย่างน่ากลัว และได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีต่อมา จากจังหวะที่ โอซิล ได้บอลบริเวณริมเส้นฝั่งขวา ก่อนแทงทะลุช่องเข้ากรอบเขตโทษให้ มุลเลอร์ วิ่งเข้ามารับบอลแล้วเปิดเรียดเข้ากลางให้ โพโดลสกี วิ่งเข้ามาซัดด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับตุงตาข่าย  แม้ชวาร์เซอร์จะพยายามปัดแล้ว แต่ก็ต้านทางความแรงไม่อยู่

หลังจากนั้น 4 นาที โอซิลก็รับใบเหลืองแรกของเกม จากข้อหาแกล้งพุ่งล้มหวังตบตาผู้ตัดสินเอาฟรีคิก

ออสเตรเลียเริ่มเดิมเกมรุกมากขึ้นหมายทำประตูคืน โดยมีโอกาสลุ้นทั้งจาก เจสัน คูลินา และ ริชาร์ด การ์เซีย แต่ก็ยังไม่เฉียบขาดพอ แถมเกือบโดนประตูที่ 2 ในนาทีที่ 24 เมื่อ โอซิลจ่ายบอลให้ โพโดลสกี หลุดขึ้นไปเกือบถึงริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนบรรจงเปิดเรียดมาหน้าประตูให้โคลเซเข้าชาร์จแบบไม่มีตัวประกบ แต่โคลเซกลับแปบอลออกแบบน่าเขกกะโหลก

อย่างไรก็ตาม ทีมอินทรีเหล็กก็มาได้ประตู 2-0 นาทีที่ 27 จากจังหวะที่ ฟิลิปป์ ลาห์ม เปิดโค้งจากฝั่งขวามาให้ โคลเซ โฉบเข้ามาโขกตัดหน้า ชวาร์เซอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม

แม้จะนำไป 2 ลูก แต่เยอรมนีก็ยังไม่เพลาเกมบุก โดยนาที 31 โคลเซจ่ายทะลุช่องให้ โอซิล หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าเขตโทษไปชิพบอลข้ามตัว ชวาร์เซอร์ ที่ออกมาขวาง แต่ ลูคัส นีลล์ วิ่งตามมาเคลียร์บอลทิ้งออกไปได้อย่างหวุดหวิด

นักเตะเมืองเบียร์ยังบุกมาเป็นระลอก ลาห์มได้บอลแถวเขตโทษฝั่งขวา เปิดมาให้ ซามี เคดิรา ลอยตัวโขกหลุดกรอบ จากนั้นนาที 41 โพโดลสกีครองบอลทางกราบซ้าย แล้วจ่ายให้ โอซิล วิ่งทะลุขึ้นมารับบอลหลุดเดี่ยว ก่อนเเตะหนี ชวาร์เซอร์ ที่ปรี่ออกมาปิดมุม แต่ดันแตะแรงไปหน่อย บอลจึงหลุดออกหลังอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้ครึ่งแรกเยอรมนียังนำอยู่ 2-0

เริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึงนาที นีลล์รับใบเหลืองจากการไปเข่าใส่โคลเซขณะลอยตัวขึ้นโหม่งบอล หลังจากนั้น นักเตะแดนจิงโจ้เปิดเกมรุกเข้าใส่หวังตีไข่แตกให้ได้เร็วที่สุด และน่าจะได้จุดโทษ เมื่อ การ์เซีย โหม่งบอลไปโดนมือ เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์ ในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน มาร์โก โรดริเกวซ ไม่เป่าฟาวล์

นาที 54 เยอรมนีต่อบอลขึ้นเกมมาได้สวย ก่อนที่ ลาห์ม จะผ่านเรียดจากฝั่งขวาเข้ากลาง โอซิล วิ่งข้ามหลอก บอลเลยมาถึง มุลเลอร์ ปั่นด้วยซ้ายข้ามคานไปนิดเดียว และหลังจากนั้น 2 นาที สถานการณ์ของออสเตรเลียยิ่งแย่หนักลงไปอีก เมื่อเคฮิลล์ พุ่งเสียบหนักใส่ ชไวน์สไตน์เกอร์ ผู้ตัดสินโรดริเกวซ ชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น เยอรมนีเปิดเกมรุกได้ง่ายขึ้น โดยนาที 60 เคดิราลากบอลฝ่าแผงหลังออสเตรเลียเข้าเขตโทษ บอลขลุกขลิกหลุดมาเข้าทางปืนของโคลเซ แต่หัวหอกจากบาเยิร์น มิวนิกซัดไปติดเซฟของชวาร์เซอร์ เช่นเดียวกับจังหวะถัดมาในนาทีที่ 62 โพโดลสกีได้จังหวะซัดจากกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่ ชวาร์เซอร์ ยังปัดป้องไว้ได้อีกครั้ง

เยอรมนียังคงพับสนามบุกอย่างต่อเนื่องจนมาได้ประตูที่ 3 ในนาทีที่ 68 หลังจาก โพโดลสกี เลี้ยงเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษก่อนไหลให้ มุลเลอร์ ล็อกหลบ เคร็ก มัวร์ หนึ่งจังหวะ แล้วซัดเรียดด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาด้านในเด้งเข้าประตูไป

แข้งออสซี่เริ่มถอดใจและเสียประตูที่ 4 จากจังหวะะที่ โพโดลสกี ครองบอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย แล้วจ่ายให้ โอซิล สปีดขึ้นมารับบอลเกือบถึงเส้นหลัง ก่อนเปิดมาหน้าประตูให้ คาเคา ซึ่งเพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม วิ่งเข้ามาแปง่ายๆเป็นประตู 4-0 ในนาทีที่ 70

เยอรมนีเริ่มผ่อนเกมลง ทำให้ออสเตรเลียเริ่มได้เปิดเกมรุกบ้างในนาทีที่ 84 สกอตต์ ชิปเปอร์ฟิลด์ ผ่านบอลจากกราบซ้ายเข้ามาให้ เบรตต์ โฮลแมน ยิง แต่บอลไปตรงตัว มานูเอล นอยเออร์ นายด่านทีมอินทรีเหล็ก

ช่วงเวลาที่เหลือต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้จนกระทั่งผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลา เยอรมนีจึงประเดิมศึกเวิลด์คัพ 2010 อย่างสวยงาม ด้วยชัยชนะเหนือออสเตรเลียขาดลอย  4-0

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม

เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, อาร์เน ฟรีดริช, เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์, ซามี เคดิรา, โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล (มาริโอ โกเมซ น.74), ลูคัส โพโดลสกี (มาร์โก มาริน น.82), มิโรสลาฟ โคลเซ (คาเคา น.69)

ออสเตรเลีย : มาร์ก ชวาร์เซอร์, ลุค วิลเชียร์, เคร็ก มัวร์, ลูคัส นีลล์, สกอตต์ ชิปเปอร์ฟิลด์, คาร์ล วาเลรี, วินซ์ เกรลลา (เบรตต์ โฮลแมน) , เบรตต์ เอเมอร์ตัน (ไมล์ เจดิแนก น.74), เจสัน คูลินา, ริชาร์ด การ์เซีย (นิกิตา รูคาวิตส์ยา น.64), ทิม เคฮิลล์

ผู้ตัดสิน :  มาร์โก โรดริเกวซ (เม็กซิโก)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน