posttoday
‘แฟชั่น คือ การเดินทาง’ ปภัสรา จันทร์พ่วง เดไวเลอร์

‘แฟชั่น คือ การเดินทาง’ ปภัสรา จันทร์พ่วง เดไวเลอร์

01 มกราคม 2558

จากลูกสาวนายทหาร ลี่-ปภัสรา จันทร์พ่วง เดไวเลอร์ ผันตัวเองมาทำธุรกิจนำเข้าแว่นกันแดดด้วยเงินลงทุนก้อนเล็กๆ เพียงไม่กี่แสนบาท

โดย...วราภรณ์

จากลูกสาวนายทหาร ลี่-ปภัสรา จันทร์พ่วง เดไวเลอร์ ผันตัวเองมาทำธุรกิจนำเข้าแว่นกันแดดด้วยเงินลงทุนก้อนเล็กๆ เพียงไม่กี่แสนบาท และประสบความสำเร็จมากมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มสูงถึง 50 ล้านบาททีเดียว และเมื่อสมรสกับนักธุรกิจผู้มั่งคั่งชาวสวิส เธอเดินหน้าสานฝันความรักในแฟชั่น โดยเฉพาะแว่นกันแดดจากเดิมนำเข้าเพียงแบรนด์เดียว คือ “สมาร์ทตี้” จากสวิตเซอร์แลนด์ เธอขยายธุรกิจมานำเข้า “โพล่าร์” แบรนด์แว่นกันแดดจากอิตาลีอีก 1 แบรนด์ ภายใต้บริษัท ไทยลีดเดอร์ โกลบอล เทรด โดยเธอรั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และนั่งบริหารอีกหนึ่งบริษัทในตำแหน่งเดียวกันที่บาวเวอร์ เอเชีย

ปภัสรา เล่าให้ฟังว่าสมัยเด็กๆ คุณพ่อของเธอลาออกจากการรับราชการทหารไปเป็นวิศวกรที่ต่างประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศกับคุณพ่อทำให้ปภัสราเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติมาตลอด และระหว่างที่เรียนก็ได้ช่วยคุณพ่อทำงานตั้งแต่อายุ 16 ทำให้เธอพบว่า ตนเองชอบงานขายและชอบบรรยากาศของการขาย เธอจึงเริ่มทำงานเป็นพนักงานจากบริษัทต่างๆ ในตำแหน่งเซลส์ และด้วยความที่ไม่ชอบหยุดนิ่ง มีหัวก้าวหน้าและอยากเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำให้เธอตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจตัวเองเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันเพิ่มมูลค่านำเข้าและเป็นตัวแทนแว่นกันแดด 2 แบรนด์มีมูลค่าตลาดสูงถึง 2 ร้อยล้านบาท สำหรับตลาดทั่วโลก

“ลี่ชอบเดินทางเพราะคิดว่าโลกมีอะไรให้น่าค้นหา ยุคพ่อแม่จะทำธุรกิจต้องขยันอดทน แต่ยุคเราสองสิ่งไม่พอ เราจะต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย มีแนวคิดปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ และพร้อมเปลี่ยนตลอดเวลา อีกทั้งต้องก้าวให้ทันโลกตลอด ที่สำคัญดูเทรนด์ตลาดออก เราจะใช้แนวทำการตลาดแบบยุคเก่าๆ ไม่ได้ จะเติบโตได้เราต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย”

เธอมองว่า แฟชั่นก็เหมือนกับการเดินทางยิ่งเดินทางมาก ก็ยิ่งเพิ่มพูนประสบการณ์ เห็นโลกและตลาดแฟชั่นที่กว้างมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ปภัสราสนใจในแว่นกันแดด เพราะเธอชอบแฟชั่น ชอบเห็นของสวยๆ งามๆ แว่นกันแดดก็ถือเป็นของชิ้นสำคัญและในการช่วยปรับลุคให้ดูเท่และมีคาแรกเตอร์ อีกทั้งยังช่วยถนอมสายตาได้ดีอีกด้วย

“ลี่ชอบสินค้าแฟชั่น เมื่อก่อนลี่เคยทำงานกับบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแว่นกันแดดยี่ห้อหนึ่ง แต่เรามองว่าเขายังไม่มีตัวแทนในไทยและเอเชีย ซึ่งตอนนั้นตลาดเอเชียคนยังไม่มองไทย แต่จริงๆ แล้วตลาดเอเชียมีศักยภาพ เราจึงเริ่มทำตลาดแว่นกันแดดในเมืองไทยก่อน และเมื่อเรารักษาคุณภาพสินค้าให้ดีที่สุด ลูกค้าจึงอยู่กับเราถึงทุกวันนี้ ลี่เริ่มแรกทำธุรกิจแฟชั่นก็เริ่มจากเป็นตัวแทนจำหน่ายแว่นกันแดดเลย เพราะคิดว่าแว่นกันแดดเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นอยากเปลี่ยนแบรนด์มานำเข้าแว่นกันแดดจากอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์บ้าง เพราะอย่างโพล่าร์แฟชั่นเขาไปเร็วมากเปลี่ยนคอลเลกชั่นทุกๆ 3 เดือนครั้ง เป็นแบรนด์ที่แฟชั่นจ๋ามาก อย่างเทรนด์แฟชั่นสำหรับปี 2015 คือ เน้นความเบาบาง ใช้เลนส์ปรอท และใช้วัสดุคาร์บอนซึ่งมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ดูสปอร์ตมากขึ้น” หน้าที่ของกรรมการผู้จัดการดูเหมือนจะนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างอย่างเดียว แต่ไม่ใช่สำหรับปภัสราเพราะเธอบริหารแบรนด์ โดยลงลึกไปในรายละเอียดคือ เป็นผู้เลือกซื้อสินค้าเอง เลือกคอลเลกชั่นมาวางจำหน่ายด้วยตัวเองทั้งหมด และเธอตั้งเป้าว่าจะบุกตลาดเอเชียให้มากขึ้น

“แว่นกันแดดบางรุ่น เราไปบรีฟกับโรงงานที่ผลิตเลยว่าวัตถุดิบที่ใช้ต้องเป็นแบบนี้ เรามีทีมดีไซเนอร์ในการออกแบบเป็นชาวอิตาลีทั้งหมด เขาออกแบบให้เหมาะกับผู้หญิงเอเชียอยู่แล้ว ตัวเลนส์ต้องดีซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้แฟชั่นจะเปลี่ยนไปแต่คุณภาพตัวเลนส์ลูกค้าจะชอบอยู่อย่างนั้น ปัจจุบันคนไทยชอบคุณภาพโพลาไรท์ 9 ชั้น ซึ่งมีคุณภาพที่ดีที่สุดสำหรับแว่นกันแดดตอนนี้ โพล่าร์เรานำเข้าจากอิตาลี รูปแบบทรงแว่นกันแดดจึงแฟชั่นทันสมัยสูง มีรูปทรงเคิร์ฟเล็กที่เหมาะกับรูปหน้าคนยุโรปซึ่งมีใบหน้าที่เล็ก เหมาะกับคนที่มีใบหน้ารูปไข่สำหรับสาวเอเชีย อีกทั้งมีสีสันที่เก๋ ลูกเล่นมากกว่า ส่วนสมาร์ทตี้นั้นเหมาะกับหน้ารูปคนเอเชียอยู่แล้ว ใบหน้าคนเอเชียจะมีเอกลักษณ์คือความกว้างของใบหน้า ซึ่งรับกับกรอบแว่นมากกว่า สมาร์ทตี้จะเน้นฟังก์ชั่นและแฟชั่น และเน้นคุณภาพของเลนส์ อย่างโพล่าร์เราเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายที่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด บวกเกาหลี มัลดีฟส์ ศรีลังกา บูรไน สมาร์ทตี้เรามีโรงงานผลิต และเป็นตัวแทนจำหน่ายไปทั่วโลกเราจึงออกแบบได้เต็มที่”

มูลค่าการตลาดเธอตั้งเป้าว่าเราจะยืนเป็นอันดับสามของโลกสำหรับสมาร์ทตี้ เพราะอันดับหนึ่งคือ เรย์แบน สองคือกุชชี่ และเธออยากก้าวขึ้นเป็นอันดับสามของโลก เธออยากบุกไปทำการตลาดที่อินเดียและยุโรปอีกหลายๆ ที่ แม้แว่นกันแดดจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนรักสุขภาพตา แต่น่าแปลกใจที่คนไทยนิยมใช้แว่นกันแดดที่มีคุณภาพน้อยมาก ทำให้คนไทยเป็นต้อกระจกตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งๆ สายตาเป็นสิ่งที่ควรป้องกัน

สำหรับเทรนด์แฟชั่นแว่นกันแดด ปภัสราในฐานะคลุกคลีกับตลาดแว่นกันแดดมานาน เธอบอกถึงเทรนด์แฟชั่นว่า เน้นแนววินเทจ เพื่อให้สอดคล้องกับสไตล์การแต่งตัวของคนเมื่อยุค 50 ปีที่แล้วกำลังจะกลับมา

“รูปทรงแว่นกลับมายุคจากคุณแม่สู่เทรนด์กันแดดปี 2015 ซึ่งเทรนด์ปีหน้า เน้นทรงกลมและแคตอายส์ ลักษณะทรงแว่นกันแดดเหมือนตาแมวเล็กๆ ก้านเป็นพลาสติกสีพาสเทล มีลูกเล่นข้างบนกรอบแว่น มีน้ำหนักเบา แว่นทรงแคตอายส์จะช่วยทำให้ตาผู้หญิงดูเฉี่ยวขึ้น แต่ยังคงความเป็นสปอร์ตเพราะน้ำหนักเบา”

เทรนด์ทรงแว่นกันแดดยอดฮิต ปภัสราเคาะแล้วว่า ทรงแคตอายส์ หรือตาแมวเล็กย้อนยุคหน่อยๆ มาแน่ๆ อีกทั้งยังเข้าได้กับใบหน้าทุกรูปทรง แต่สำหรับผู้หญิงมีกล้ามเธอแนะให้ใส่แว่นกันแดดทรงใหญ่ๆ เพื่อให้ลงมาปิดโหนกแก้ม แต่รูปทรงแว่นกันแดดสิงห์นักบิดก็ฮิตไม่เลิกเหมือนกัน

“แว่นกันแดดทรงสิงห์นักบิดเป็นทรงที่ไม่เคยตกยุคเลย ใส่แล้วช่วยเสริมให้บุคลิกดูเท่ แต่บางคนก็เลือกใส่แว่นกันแดดให้เข้ากับชุดที่ใส่อีก คนจึงนิยมเลือกกรอบแว่นกันแดดที่มีสีสัน เพราะเขาถือว่าแว่นกันแดดก็คือเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง ต้องเลือกให้มีสีสันเข้ากับกิจกรรมที่เขาทำ เช่น กีฬาเอ็กซ์ตรีมออกแบบสปอร์ตไปเล่นที่ทะเลก็จะหยิบแว่นกันแดดมีสีสัน เพื่อให้เขากับไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่”

อย่างไรก็ดี ทางที่ดีจะเลือกแว่นกันแดดให้เหมาะกับรูปหน้าตนเองต้องอาศัยการลองสวมใส่

“ในมุมมองของลี่คิดว่า แว่นกันแดดเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่ม ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี ผู้หญิงลองใส่แว่นกันแดดแล้วจะดูเท่มีคาแรกเตอร์ มีความมั่นใจ ผู้ชายก็เหมือนกัน บางคนมีแว่นกันแดดเยอะมาก บางคนใส่ติดชนิดลืมไม่ได้เหมือนการมีโทรศัพท์มือถือก็มี”

ปภัสรา จันทร์พ่วง เดไวเลอร์

กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยลีดเดอร์ โกลบอล เทรด และบริษัท บาวเวอร์ เอเชีย วัย 34 ปี

การศึกษา : เรียนโรงเรียนนานาชาติมาโดยตลอด เมื่อกลับมาเมืองไทยเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเซนต์เทเรซา และศึกษาต่อปริญญาตรีสาขาการตลาดที่ศรีปทุม

แต่งกายสไตล์ : ลี่แต่งตัวง่ายๆ สบายๆ แต่ไปงานเราต้องแต่งตามคอนเซ็ปต์งาน เราต้องเตรียมอุปกรณ์เสื้อผ้าหน้าผมให้พร้อมและทุกสิ่งต้องเข้าชุดกัน แต่จริงๆ แล้วลี่เป็นผู้หญิงโรแมนติก คลาสสิก ไม่แต่งตัวตามแฟชั่น ในขณะเดียวกันก็ไม่ตกแฟชั่น ชอบสีสันอาจจะเบจ หรือเอิร์ธโทน เรียบแต่มีลูกเล่นที่เครื่องประดับเราชอบผสมผสานกัน

เครื่องประดับ : ลี่ชอบเครื่องประดับโบราณ เพราะสามีก็ชอบของโบราณมากๆ และสะสมไว้ค่อนข้างเยอะ งานโบราณถือเป็นงานศิลปะและแฟชั่นบวกเข้าด้วยกัน เรามีพิพิธภัณฑ์ของโบราณอยู่ที่ศรีลังกา หากมองดูแฟชั่นในอดีตก็สามารถมองย้อนกับมาสู่ยุคปัจจุบันได้ เวลาได้กลิ่นไม้โอ๊ค 100 ปี หอมจริงๆย้อนกับมาสู่ยุคปัจจุบันได้ เวลาได้กลิ่นไม้โอ๊ค 100 ปี หอมจริงๆ

แบรนด์เสื้อผ้าโปรด : ชอบมากๆ คือ อิซเซ มิยาเกะ ดูนักออกแบบมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เขาไม่เปลี่ยนสไตล์ไปตามแฟชั่นหรือยุคสมัย เป็นตัวของตัวเองเช่นเดียวกับเรา ซึ่งชอบแต่งตัวในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร

รองเท้า : ลี่ชอบแบรนด์กลางๆ เช่น ไนน์เวสท์ ก็เป็นรองเท้าที่แฟชั่นดี สีสดๆ ที่เราชอบเพราะสูงและสวย ใส่แล้วสบายเหมาะกับเรา อย่างชาแนลกับ กุชชี่เราก็ใส่ รองเท้าแบรนด์ไทยอีกหลายๆ แบรนด์ก็ชอบค่ะ

กระเป๋า : ลี่ชอบแบรนด์ไทย สินค้าเอสเอ็มอีไทย หรือสินค้าโอท็อปหลายแบรนด์ออกแบบกระเป๋าได้น่าสนใจใบหนึ่งตกราคา 4-5 หมื่นก็ซื้อ หรือผ้าซิ่นทอผืนละหมื่นก็ซื้อ เพราะเวลาที่เราไปใช้นำไปใส่ที่ต่างประเทศเขาจะเห็นว่าเราเก๋ เพราะทุกคนถือกระเป๋าแบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลก แต่เราถือกระเป๋าลายหนังจระเข้ของไทย ใครเห็นก็ชอบ เข้ามาสอบถามและอยากได้ ลี่จึงค่อนข้างภูมิใจกับสินค้าไทยมากๆ กระเป๋าลายผ้าทอนี่เก๋มากๆ ในสายตาชาวต่างชาติ

ข่าวล่าสุด

เบนซิน แก๊สโซฮอล์ กลุ่มดีเซลทุกชนิด ตบเท้า  ขึ้นราคา มีผล  4 มิ.ย.69

เบนซิน แก๊สโซฮอล์ กลุ่มดีเซลทุกชนิด ตบเท้า ขึ้นราคา มีผล 4 มิ.ย.69