
จุดวัดความสำเร็จของ อมรเทพ จาวะลา
นักเศรษฐศาสตร์ที่กำลังเนื้อหอม อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ผู้ได้ชื่อว่ามีทักษะการสื่อสารที่ดี สามารถอธิบายและแสดงความคิดเห็นด้วยลีลาการพูดที่ฉาดฉาน ลื่นไหลและมีชีวิตชีวาอย่างน่าฟัง
นักเศรษฐศาสตร์ที่กำลังเนื้อหอม อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ผู้ได้ชื่อว่ามีทักษะการสื่อสารที่ดี สามารถอธิบายและแสดงความคิดเห็นด้วยลีลาการพูดที่ฉาดฉาน ลื่นไหลและมีชีวิตชีวาอย่างน่าฟัง
เศรษฐกิจมหภาคที่หนักและเครียดกลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนการใช้ชีวิตที่ง่ายๆ สบายๆ ของชายหนุ่ม วันนี้มาทำความรู้จักในอีกแง่มุมของนักเศรษฐศาสตร์ผู้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ อมรเทพ ในวัย 36 ปี ได้ร่วมงานกับธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งแต่ปี 2556 หลังจากนั้น 8 เดือน เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักวิจัย คนทั่วไปมองเขาว่าเป็นคนหนุ่มหัวก้าวหน้าที่ได้มาเร็วทั้งเงินและตำแหน่ง หากอมรเทพชี้ว่า ไม่ใช่เลย! สำหรับเขาแล้ว เงินและตำแหน่งเป็นเรื่องรอง
ค้นหาตัวเองเจอตั้งแต่วัยเรียน เดิมมีภูมิลำเนาที่ จ.ลำปาง พ่อแม่ส่งมาเรียนกรุงเทพฯ อยู่กับพี่ชายและญาติ ต้องรับผิดชอบตัวเอง ตระหนักเองว่าต้องตั้งใจเรียนหนังสือ แม้ไม่มีพ่อแม่มาคอยดูแล จุดนี้คงทำให้เป็นผู้ใหญ่เร็ว (ฮา) จุดหักเลี้ยวอยู่ในช่วงเรียนมัธยมฯ ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ยุคนั้นเด็กเก่งต้องเอนทรานซ์เข้าคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ “แรกๆ ก็คิดอยากเรียนตามเพื่อน ทำตามค่านิยมส่วนใหญ่ แต่ถึงเวลาจริงกลับถอยจากกระแสมาตั้งหลัก นับเป็นจุดแรกที่ผมเริ่มกระบวนการคิด คิดว่าทำไมต้องเหมือนคนอื่น ก็มาตั้งคำถามว่าเราชอบอะไร แทบจะเรียกว่าเป็นไม่กี่คนที่ถอยออกมาแล้วตั้งคำถาม” อมรเทพ เล่า
ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เล่าว่า พยายามมองภาพกว้างว่าตัวเองอยากเป็นอะไรในอนาคต ลองอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ศึกษาจากคนที่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดก็พบว่าตัวเองชอบเศรษฐกิจ จึงเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะอยากเรียนภาพกว้างเชิงวิเคราะห์
ผลของการได้เข้าศึกษาในคณะที่ชอบ อมรเทพอ่านมากกว่าหนังสือเรียน ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาจบเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ถึงจุดนี้จึงรู้ด้วยตัวเองอย่างชัดเจนว่า หาสิ่งที่ชอบให้เจอ แล้วจะทำได้โดยไม่ต้องมีใครมาบอกให้ทำ
“ควรตั้งกระบวนการคิดตั้งแต่ต้น ไม่เช่นนั้นเราจะเรียนหรือทำงานที่ไม่เหมาะกับเรา ต้องทนทำงานที่ไม่ชอบ ตรงกันข้ามถ้าพบงานที่ชอบเมื่อไหร่ จะไม่มีคำว่าทำงานอีกต่อไป กลายเป็นเราทำเพราะรู้สึกอยากทำ” อมรเทพ เล่า
การทำงานในปัจจุบันคือการสื่อสารและเชื่อมโยง หากก่อนหน้านี้คือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม อมรเทพศึกษาต่อต่างประเทศจนจบปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ประชากร โดยอาจารย์เห็นศักยภาพว่านอกจากทำวิจัยเรื่องประเทศไทยได้ดีแล้ว ก็ยังถ่ายทอดสิ่งที่เรียนให้คนต่างประเทศเข้าใจได้ จึงได้รับโอกาสเป็นผู้จัดสอนอบรมในสาขาวิชาในหลายประเทศ เช่น แอฟริกา อเมริกาใต้ กับอีกหลายประเทศในเอเชีย
ผู้เรียนมีหลากหลาย ตั้งแต่ระดับอาจารย์ถึงนักวิจัยอาวุโส จากนั้นก็ใช้โอกาสไปเป็นนักวิจัยอยู่ประเทศญี่ปุ่นพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาทำงานด้านงานวิจัยวิชาการอยู่ทีดีอาร์ไอ ถึงจุดหนึ่งคิดว่างานที่ทำไม่ได้สร้างอิมแพค หรือผลกระทบต่อสังคมเท่าที่ใจต้องการ ใช่! การเป็นนักวิจัยความต้องการคือสังคมและการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า“ได้ทำงานในสาขาที่เรียนก็จริง แต่ทำไมยังรู้สึกไม่พอใจ ถึงจุดหนึ่งก็ถามตัวเอง เราทำวิจัยเชิงนโยบาย เชิงวิชาการ ก็หวังว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้แต่มันน้อยมาก ในที่สุดจึงเปลี่ยนมาทำวิจัยเชิงธุรกิจ หวังว่างานของเราจะช่วยธุรกิจในระบบให้เติบโตได้ เปลี่ยนแปลงได้”
อมรเทพเข้าสู่วงการธนาคาร เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้พบกับ บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บันลือศักดิ์มักเป็นคนแรกที่ยกมือถามกลางงานสัมมนา ขณะที่ตัวเขาเองเป็นคนชอบตั้งคำถามและยกมือถามเช่นกัน เมื่อถึงเวลาที่บันลือศักดิ์เกษียณ เขาก็ถูกทาบทามให้มาดูแลสำนักวิจัยฯ
“ผมอยากให้คนเห็นคุณค่าของงานวิจัย ทิศทางเศรษฐกิจที่นำไปใช้ประโยชน์ จุดวัดความสำเร็จของผม จึงไม่ใช่เม็ดเงินหรือตำแหน่ง แต่คือการที่มีคนนำงานวิจัยของเราไปใช้ต่อยอด”
เมื่อถามถึงความสำเร็จและเป้าหมายต่อไป นักเศรษฐศาสตร์หนุ่มกล่าวว่า ณ ขณะนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไปต่อ ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ที่ต้องวิเคราะห์และสื่อสาร ก็ต้องหาวิธีสื่อสารให้ทุกคนตระหนักรู้และเข้าใจ ลุกขึ้นและเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดแน่ๆ ในอนาคต
“เมื่อเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงกับภูมิภาคเกิดขึ้น แต่ถ้าเรายังอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ทำในสิ่งเดิมๆ เราจะไม่สามารถสู้กับใครได้เลย งานของผมจึงไม่ใช่ขอบข่ายแค่องค์กรในไทย ยังมีอะไรอีกเยอะในภูมิภาคที่เราจะเข้าไปทำ”พบแล้วต้องกล้าเปลี่ยน อมรเทพเล่าว่า เขาเจอคนหลายคนที่พอใจอยู่กับงานประจำเดิมๆ ทั้งที่มีศักยภาพ แต่ไม่ไปไหน ไม่ยอมใช้ศักยภาพเต็มที่เพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง จุดนี้เป็นจุดที่ต้องผลักดัน โลกเปลี่ยนแปลง คนต้องเปลี่ยนแปลง ถ้างานที่ทำอยู่เมื่อ 10 ปีที่แล้วมันใช่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งโตขึ้น ความรู้เรามีมากขึ้น เราอาจต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวไปสู่จุดใหม่ของชีวิต
“หาตัวเองให้เจอ หาตัวเองให้พบ อะไรที่มันอยู่ในตัวคุณแล้วคุณสามารถเก็บสิ่งนั้นไว้ได้ทุกที่ สิ่งนั้นมีแต่จะพัฒนาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะการพูด การวิเคราะห์ ทักษะการเขียน การสื่อสาร นำสิ่งที่คุณมีไปใช้ให้เกิดมูลค่า”
สำหรับบัณฑิตจบใหม่ อย่ามองเงินเป็นเรื่องหลัก คนที่เริ่มต้นชีวิตงาน ถ้ายึดติดเรื่องเงิน ยึดติดความมั่นคงอีก 10 ปี ก็เหมือนเดิมเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ไปไหน แต่ถ้าเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยความกล้า และค้นหาอย่างสุดกำลัง สุดท้ายคือรางวัลใหญ่ที่จะได้เจอคุณค่าในตัวเอง
“ก่อนเริ่มทำงาน ผมเป็นอาสาสมัครที่อเมริกา ขออาสาทำงานวิจัย ไม่ได้เงินเดือน แต่ทุ่มเททำจนดึกดื่น งานวิจัยของผมถูกนำไปพัฒนาต่อจนมีมูลค่ามหาศาล ทุกวันนี้คนก็นึกถึงเรา ถ้าผมคิดเรื่องเงินก่อน คงพลาดโอกาสดี” อมรเทพ เล่า
เก็บตกชีวิตนอกห้องทำงานของหนุ่มนักเศรษฐศาสตร์ อมรเทพมีเชื้อสายอินเดีย กินมังสวิรัติตลอดชีวิต ชอบทำสมาธิขณะออกกำลังกาย บุคคลต้นแบบของเขาอยู่ในวรรณกรรมตอน ป.3 นั่นคือโจโฉจากสามก๊ก แม้โจโฉจะมักใหญ่ใฝ่สูง แต่ก็เป็นคนเก่งที่ใช้คนเป็น มีความสามารถเป็นผู้นำ มีความเด็ดขาด และให้โอกาสคน บอกให้ก็ได้ว่าในชีวิตจริง แอบดึงจุดดีของโจโฉมาใช้บ่อยๆ &O5532;
อมรเทพ จาวะลา
อายุ 36 ปี
ชื่อเล่น บีท (มาจากคำว่า ปัญจาบี ในภาษาอินเดีย หมายถึง ผู้กล้า)
การศึกษา
2539 มัธยมปลายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
2543 ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง)
2551 ปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทุนการศึกษา
- ทุนการศึกษาเต็มจำนวน (Full Scholarship) จากอีสต์เวสต์เซ็นเตอร์มหาวิทยาลัยจากอีสต์เวสต์เซ็นเตอร์มหาวิทยาลัยฮาวาย สหรัฐอเมริกา 2544-2548
- ทุนภูมิพล รางวัลเรียนดีเยี่ยม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2543
- ทุนการศึกษาเต็มจำนวนสำหรับนักศึกษาผลการเรียนดีเยี่ยม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2540-2543
- ทุนแลกเปลี่ยนของมูลนิธิสิงคโปร์นานาชาติ (Singapore International Foundation-SIF) 2542 มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore)ประวัติการทำงาน
2556-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
2555-2556 ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)
2554-2555 ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัย ฝ่ายธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย
2552-2554 นักวิชาการ ฝ่ายวิจัยนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
2551-2552 การอบรมระดับหลังปริญญาเอก (Post-doctoral) อีสต์เวสต์เซ็นเตอร์ (East-West Center) ฮาวาย
2550-2551 นักวิชาการรับเชิญ มหาวิทยาลัยนิฮอน ญี่ปุ่น







