posttoday
เทศกาลปีใหม่กับภัย ‘น้ำเมา’

เทศกาลปีใหม่กับภัย ‘น้ำเมา’

27 ธันวาคม 2557

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สังคมไทย “โฟกัส” เรื่องภัยจากน้ำเมาเป็นลำดับแรกๆ เห็นได้จากแคมเปญรณรงค์ที่กระหน่ำเผยแพร่ตลอดเดือน ธ.ค. โดยเฉพาะปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สังคมไทย “โฟกัส” เรื่องภัยจากน้ำเมาเป็นลำดับแรกๆ เห็นได้จากแคมเปญรณรงค์ที่กระหน่ำเผยแพร่ตลอดเดือน ธ.ค. โดยเฉพาะปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสถิติชัดเจนว่าเกินครึ่งของผู้ที่ขับขี่แล้วประสบเหตุล้วนแต่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินระดับมาตรฐาน

ช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีแนวคิดจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง “ห้ามขายน้ำเมา”ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขณะนั้นมีทั้งเสียงตอบรับและคำติติง จนกระทั่งที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อวันที่19 ธ.ค.ที่ผ่านมา “ซื้อเวลา” ด้วยการมีมติให้ “ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อน” เนื่องจากจะทำลายบรรยากาศรื่นเริง

จริงอยู่ที่ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนจากพฤติกรรมไม่รับผิดชอบอย่าง “เมาแล้วขับ” สามารถระงับได้ด้วยกฎหมายที่รุนแรง แต่การที่สธ.จะออกกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลปีใหม่ เท่ากับเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ “ดื่มอย่างรับผิดชอบ” ใช่หรือไม่

แล้วอะไรคือหลักประกันว่า เมื่อออกกฎหมายนี้แล้วจะทำให้นักดื่มไม่ “กักตุน-ตุน” น้ำเมา หรือสามารถลดปริมาณการดื่มในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้จริง

ในหลากหลายประเทศมีกฎหมายที่ก้าวหน้า คำถามคือประเทศไทยไม่เคยศึกษาสิ่งเหล่านี้เลยหรือ? ยกตัวอย่างเช่น ที่ญี่ปุ่นเอาผิดรุนแรงกับผู้ที่เมาแล้วขับ หนำซ้ำผู้ที่นั่งข้างๆ กับคนขับก็จะมีความผิดด้วยฐานสมรู้ร่วมคิด

ยังไม่นับโทษการยึดใบขับขี่ยาวนานถึง 3 ปี(กว่าจะได้ใบขับขี่ ต้องผ่านการอบรม เสียค่าใช้จ่ายหลายแสนบาท) นอกจากนี้กฎหมายยังเอาผิดกับผู้ที่ก่ออุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต อย่างรุนแรงมาก

ญี่ปุ่นเปิดรับดื่มเหล้า ขายเหล้าเต็มที่ แต่จะเห็นว่าประชาชนของเขาดื่มกันอย่างรับผิดชอบถ้าเมาก็จะนอนหน้าร้านหรือป้ายรถเมล์เพื่อให้สร่างเมาก่อน บางคนเดินทางไหวก็เลือกใช้รถแท็กซี่หรือรถไฟฟ้า นั่นเพราะมิเช่นนั้นหากขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุ จะโดนโทษหนักไม่คุ้มค่ากัน

นอกจาก “เมาแล้วขับ” ที่สังคมไทยโฟกัสทุกๆ สิ้นปี และกิจกรรม “นับศพ” ตลอดช่วง 7 วันอันตรายแล้ว สิ่งที่ สธ.ย้ำนักย้ำหนาคือ “ห้ามดื่มเหล้าแก้หนาว” แต่ทว่าก็ยังพบอัตราการสูญเสียจากสาเหตุที่ป้องกันได้อยู่อย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ.ก็ออกมาย้ำอีกว่า เป็นห่วงในช่วงอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะความเชื่อของประชาชนที่ว่าการดื่มสุราจะช่วยแก้หนาว ดื่มแล้วร่างกายอบอุ่น จึงไม่สวมเสื้อกันหนาว

“ขอเรียนว่าความรู้สึกอุ่นจนร้อนวูบวาบในช่วงแรกหลังดื่มสุรานั้น เกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว ซึ่งจะมีผลทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนและน้ำออกทางผิวหนัง จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลง และหากดื่มจนเมาหลับไปโดยไม่ได้ดูแลร่างกายอบอุ่นอย่างเพียงพอ อาจทำให้เสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ” นพ.ณรงค์ ระบุ

ทุกๆ ปีจะมีประชาชนเสียชีวิตจากการดื่มสุราแล้วหนาวตาย โดยสถิติปี 2557 จากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบรายงานผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอากาศหนาวจำนวน 82 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ามีประชาชน 19% เชื่อว่าการดื่มสุราทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น

ทางด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากแจ้งเตือนว่า ในช่วงปีใหม่นี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นจับกุมผู้ขับขี่ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเข้มงวด โดยยืนยันว่าจะเอาจริง จับจริง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่