posttoday
ความรักและการค้นพบ

ความรักและการค้นพบ

25 ธันวาคม 2557

คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อนสาวของผมคนหนึ่งโทรศัพท์มาชวนผมไปดูภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องหนึ่ง ซึ่งผมตอบปฏิเสธเธอไป เนื่องจากผมมีแผนการไว้ในใจว่า ผมจะไปดูหนังสารคดีเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมหมายตาไว้ว่าจะต้องไปดูให้ได้ในเย็นวันอาทิตย์นั่นเอง

คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อนสาวของผมคนหนึ่งโทรศัพท์มาชวนผมไปดูภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องหนึ่ง ซึ่งผมตอบปฏิเสธเธอไป เนื่องจากผมมีแผนการไว้ในใจว่า ผมจะไปดูหนังสารคดีเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมหมายตาไว้ว่าจะต้องไปดูให้ได้ในเย็นวันอาทิตย์นั่นเอง

แต่แล้วพอวันอาทิตย์มาถึง เพื่อนสาวของผมโทรศัพท์มาชวนอีกครั้งหนึ่ง ผมแอบหยุดคิดว่า ถ้าเพื่อนเราชวนดูหนังเรื่องหนึ่งถึงสองครั้ง แม้จะโดนปฏิเสธไปแล้ว แต่ก็ยังโทรมาชวนไปดูอีก แสดงว่าหนังเรื่องนั้นต้องมีอะไรดีเป็นแน่แท้ ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนแผนการ และตอบตกลงไปดูหนังเรื่องนั้นกับเธอ

“ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้” คือภาพยนตร์เรื่องที่ผมพูดถึงครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้พูดถึงเรื่องราวของ เพลง (ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ ที่ถูก คายะ (โซระ อาโออิ) ลูกศิษย์สาวชาวญี่ปุ่น มาขอร้องให้เพลงช่วยบอกเลิกแฟนคนไทยที่ชื่อ ยิม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) เนื่องจากเธอจะต้องไปใช้ชีวิตที่อเมริกา ด้วยความที่ยิมฟังภาษาอังกฤษไม่ออก คายะจึงอัดคลิปเสียงบอกเลิกใส่ทัมบ์ไดรฟ์ แล้วขอร้องให้เพลงช่วยไปเปิดแปลให้ยิมฟัง

เมื่อยิมรู้ว่าถูกบอกเลิกก็โมโหมาก เขาพาลโวยวายใส่เพลงว่าเป็นคนสอนภาษาอังกฤษให้แฟนเขาจนเป็นต้นเหตุให้เธอทิ้งเขาไป ต่อมาไม่นาน ยิมตัดสินใจไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษกับเพลง โดยหวังจะตามไปง้อแฟนที่อเมริกา เพลงไม่อยากรับสอน แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจยอม

ทั้งคู่ใช้ร้านกาแฟเป็นที่เรียนหนังสือ ยิมเป็นช่างเทคนิคในโรงงาน คนที่มีระดับความรู้ภาษาอังกฤษต่ำมาก เพลงจึงต้องพยายามงัดสารพัดวิธีออกมาสอนยิม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกออกเสียง การใช้เหตุการณ์สมมติ หรือแม้แต่การให้อ่านหนังสือนิทาน การสอนเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ยิมก็ยังคงพยายามฝึกตัวเองอย่างไม่ท้อถอย จนเพลงเริ่มเห็นความตั้งใจในตัวเขา

ในขณะเดียวกัน เพลงก็ไปตกหลุมรักกับ พฤกษ์ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) ลูกศิษย์คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ หนุ่มหล่อ ชาติตระกูลดี ผู้เป็นดั่งชายในฝันของผู้หญิงทุกคน ด้วยความเป็นคนโรแมนติก พฤกษ์มักจะขยันหาอะไรมาทำเซอร์ไพรส์เพลงอยู่บ่อยๆ จนบางทีเพลงก็แอบขำในความพยายามของพฤกษ์ จนในที่สุดทั้งสองก็ตกลงเป็นแฟนกัน

ทว่า ระหว่างที่การเรียนการสอนของเพลงและยิมค่อยๆ ผ่านไปในแต่ละวัน ทั้งคู่ต่างก็ค่อยๆ ได้เรียนรู้นิสัยและตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน จนทำให้คนซึ่งเคยดูเหมือนเกลียดกันในตอนแรก กลับค่อยๆ พอกพูนความรู้สึกดีๆ ต่อกันขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทันรู้ตัว

แล้วความสัมพันธ์ระหว่างติวเตอร์และลูกศิษย์คู่นี้จะลงเอยเช่นไร?

ผมเชื่อว่าคนที่ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คงตกหลุมรักจุดเริ่มต้น เรื่องราวความสัมพันธ์ และผลลงเอยของคนทั้งคู่นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น สำหรับผม ผมไม่รู้สึกเสียดายและเสียใจเลยที่ไม่ได้ไปดูหนังเรื่องที่ผมวางแผนจะไปดูตั้งแต่แรก ผมกลับรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ หัวเราะไปกับความตลกโปกฮา น้ำตาซึมไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวละคร ความพยายามในการทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่างของตัวละคร รวมทั้งอมยิ้มไปกับฉากบอกรักของคนคู่นี้ด้วย

ที่สำคัญ ผมชอบมู้ดและโทนของภาพยนตร์เรื่องนี้ มันดูดี ขาว สดใส เหมือนตัวละครทุกตัว ที่ไม่มีสารพิษเคลือบแฝงอยู่ นี่จึงทำให้คนดูไม่ต้องกังวลว่า ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะหดหู่เหี่ยวเฉาหัวใจ จนกลายเป็นคนเดินออกจากโรงแล้วไม่มีความสุข นอกจากนี้ ผมยังชอบฉากงานเลี้ยงงานหนึ่ง ซึ่งมีนักร้องอย่าง สุรสีห์ อิทธิกุล มาร้องเพลง Walk You Home แล้วพระเอกนางเอกต่างช่วยกันแปลเนื้อร้อง แปลไปแปลมา เนื้อหาของเพลงดันเสียดแทงใจ จนคนทั้งคู่เกิดความหวั่นไหว และนำไปสู่การค้นพบว่าทั้งคู่กำลังตกหลุมรักกัน

เอาเป็นว่าไม่สปอยล์มากไปกว่านี้ดีกว่า ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ ถ้าว่าง หาเวลาไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วกันนะครับ แล้วคุณจะค้นพบอะไรบางอย่าง เหมือนที่ผมได้ค้นพบ นั่นคือความรัก

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้

ปี                             2014

ประเทศ                 ไทย

เวลา                        2 ชั่วโมง 2 นาที

ประเภท                 ความรัก/ตลก

กำกับ                      เมษ ธราธร

แสดงนำ                 ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์/ปรีชญา พงษ์ธนานิกร/ภพธร สุนทรญาณกิจ/กรภพ จันทร์เจริญ

โปรดิวเซอร์อย่าง จิระ มะลิกุล เผยว่า เขาได้ไอเดียเด็ดของหนังเรื่องนี้ที่ร้านกาแฟร้านหนึ่ง ซึ่งโต๊ะข้างๆ เขาเป็นติวเตอร์สาวที่กำลังสอนภาษาอังกฤษให้กับช่างฟิตหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอ่อนภาษาอังกฤษเอามากๆ “ผมเกิดความรู้สึกสองอย่างขึ้นพร้อมๆ กัน อย่างแรกคือ ประโยคต่างๆ ที่เขาคุยกันนั้นมันโรแมนติกมาก เพราะว่ามันล้วนแต่เป็นคำถามเรื่องส่วนตัวทั้งนั้น เช่น อายุเท่าไร วันหยุดนี้จะทำอะไร นี่ถ้าผมไม่รู้ว่าเขาสอนภาษาอังกฤษกัน ผมต้องคิดว่าเขาจีบกันอยู่แน่ๆ อย่างที่สองคือ ผมรู้สึกว่าประโยคภาษาอังกฤษปนไทยที่ไอ้หนุ่มช่างฟิตกำลังพยายามด้นอยู่นี่ มันมุขตลกระดับตำนานคลาสสิกเลยนะครับ แล้วทันใดนั้นผมก็ขนลุกขึ้นมา เพราะสองอย่างที่ผมรู้สึกนี่มันรวมเรียกว่า โรแมนติกคอมเมดี้นี่หว่า”

แม้ว่าพระเอกของเรื่องอย่างซันนี่จะเป็นลูกครึ่งที่ต้องมาพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงแบบคนที่อ่อนหัด แต่เขายืนยันว่าเขาเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพียงแต่เมื่อต้องมารับบทคนที่กลัวภาษาอังกฤษ เขาก็พยายามทำให้สำเนียงของตัวเองห่วยลงไปอีก เพื่อให้สมบทบาทการแสดง “แม่ของผมเป็นคนฝรั่งเศส แต่แม่เห่อภาษาไทยตั้งแต่ผมเกิด จะพูดไทยกับผมตลอด ทำให้ผมเป็นลูกครึ่งที่พูดภาษาไทยชัด และพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไม่ได้เป๊ะ (หัวเราะ)”

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่