posttoday

จิรายุ คูอมรพัฒนะ เธอเรียกตัวเองว่า นัก · ทำ · ภาพประกอบ

21 ธันวาคม 2557

เราสะดุดตาเธอพร้อมๆ กับจักรยานโตเกียวไบค์สีสวยลายเก๋ที่เป็นฝีมือการออกแบบของเธอ

เราสะดุดตาเธอพร้อมๆ กับจักรยานโตเกียวไบค์สีสวยลายเก๋ที่เป็นฝีมือการออกแบบของเธอ ซึ่งไม่เพียงแต่ผลงานชิ้นนี้เท่านั้น เรายังพบว่าเธอมีผลงานภาพประกอบในแมกกาซีนชั้นนำของเมืองไทยอีกหลายต่อหลายเล่ม คอนเซ็ปต์ภาพประกอบที่ชวนให้ค้นหา เป็นภาพที่เกิดจากการตกผลึกไอเดีย และกลั่นผ่านฝีมือของ “นักทำภาพประกอบ” ที่ร่างสเกตช์จนมั่นใจ บรรจงตัดกระดาษอย่างประณีตแล้วประกอบเข้าด้วยกัน เรียกว่าศิลปะคอลลาจ (Collage) และหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคือ “จิรายุ คูอมรพัฒนะ” หรือ “Jirayu Koo” 

 ด้วยผลงานอันโดดเด่นทำให้เธอได้สังกัดอยู่ใน Agency Rush ประเทศอังกฤษจนถึงปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่ชื่อของเธอจะเป็นที่รู้จักในวงการภาพประกอบทั้งฝั่งยุโรปและอเมริกา หลังจากเรียนจบจากสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขานิเทศศิลป์ กราฟฟิกดีไซน์ จิรายุ บอกว่าเธอเริ่มทำงานกับเอเยนซีโฆษณาที่ JWT อยู่ 2 ปี จึงออกมาเป็นฟรีแลนซ์อยู่หนึ่งปีก่อนไปเรียนต่อ Creative Media Programme ที่ London College of Communication ประเทศอังกฤษ

“ก่อนไปเรียนจิมีโอกาสทำงานภาพประกอบให้กับนิตยสารลิปส์อยู่ด้วย เป็นงานที่ตอบโจทย์ตัวเองด้านความอิสระที่จะสร้างสรรค์ พอเรารู้สึกชอบและสนุกจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จิอยากเรียนต่อ พอไปเรียนที่อังกฤษก็ยังทำงานกับลิปส์อยู่เรื่อยๆ ฝึกฝีมือเพื่อค้นหาสไตล์ของตัวเอง ซึ่งนอกจากการได้เรียน Experimental Typography, Corporate Identity และ Experimental Illustration ซึ่งเป็นอะไรที่สนุกมากแล้ว จิสามารถค้นพบโลกอีกใบหนึ่งเลยก็ว่าได้ เราสามารถเก็บแรงบันดาลใจจากทุกมุมถนนที่เราเดินผ่าน จิได้เห็นงานภาพประกอบที่ใช้ในสื่อต่างๆ มากกว่าในหนังสือ จึงมองเห็นโอกาสที่เราจะสร้างอาชีพได้ในตอนนั้น

จิรายุ คูอมรพัฒนะ เธอเรียกตัวเองว่า นัก · ทำ · ภาพประกอบ

 

“จึงกลับมาดูตัวเองว่าทำอะไรแล้วเราถนัด ทำอะไรแล้วใช้เวลาเหมาะสม ถ้าเกิดเราจะต้องรับงานจากลูกค้า จะต้องบริหารเวลาได้ ก็มาดูว่าที่ผ่านมามีงานชิ้นไหนที่เราสนุกกับมัน ก็ได้คำตอบว่าคอลลาจ จากนั้นก็มุ่งมั่นไปทางคอลลาจ เริ่มเก็บสะสมผลงาน ขณะเดียวกันก็ยังทำงานภาพประกอบให้กับนิตยสารอยู่ เพราะนั่นคือเวทีที่สามารถบ่งบอกสไตล์ของเรา”หลังจากเรียนจบ จิรายุยังตัดสินใจใช้ชีวิตที่ลอนดอนต่อเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์และบ่มเพาะฝีมือ เธอทำเว็บไซต์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานจนเข้าตาเอเยนซี

“งานแรกที่ได้ทำคือภาพประกอบในหนังสือ Fortune 500 เป็นหนังสือของอเมริกา แต่สุดท้ายงานนี้ก็ไม่ได้ตีพิมพ์เพราะ บก.เขาเปลี่ยนคอนเซ็ปต์กะทันหัน แต่เราก็ได้ค่าจ้างนะคะ (หัวเราะ) จากนั้นก็มีงานต่อมาเรื่อยๆ เช่น งานมิวสิคเฟสติวัล ซึ่งเขาเลือกศิลปินมา 22 คนให้ออกแบบกราฟฟิกที่จะใช้งาน ทั้งโปสเตอร์ สูจิบัตร ตั๋ว และสื่ออื่นๆ ตอนนั้นรู้สึกสนุกจังเลย รู้สึกดีกับงาน ก็รวบรวมส่งผลงานไปที่
เอเยนซี พอเขาตกลงรับก็ทำงานเป็นจริงเป็นจัง” เหมือนกับว่าเธอจะไปได้ดีกับงานที่อังกฤษ แต่อะไรทำให้เธอตัดสินใจกลับมาที่เมืองไทย

“ตอนที่ได้งานจากเอเยนซี เป็นสองปีสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย แรกๆ งานเยอะเพราะเราก็ถือเป็นศิลปินหน้าใหม่ลูกค้าอาจจะตื่นเต้น แต่เพราะศิลปินมีเยอะขึ้น ลูกค้าก็ต้องการความแปลกใหม่เรื่อยๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจหลายอย่าง งานแต่ละงานงบก็น้อยลง ก็เลยตัดสินใจกลับมาเมืองไทยดีกว่า แต่ก็ยังส่งงานให้กับที่โน่นอยู่” จิรายุบอกว่า มีหลายคนเรียกเธอว่าอิลาสเตเตอร์บ้างล่ะ กราฟิกดีไซน์บ้างล่ะ แต่เธอขอเรียกตัวเองว่านักทำภาพประกอบ เพราะนี่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเธอที่สุดแล้ว

จิรายุ คูอมรพัฒนะ เธอเรียกตัวเองว่า นัก · ทำ · ภาพประกอบ

 

“จิจะเรียกตัวเองว่า นักทำภาพประกอบแต่สไตล์งานของจิเป็นงานคอลลาจ ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นตัดกระดาษแปะบนพื้นผิวกระดาษเสมอไป อาจจะเป็นกระดาษกับอย่างอื่น หรือวัสดุอื่นๆ ซึ่งจิก็ได้ทำแล้วทั้งบนแพ็กเกจจิ้ง บนเฟรมจักรยานหรือบนหินอ่อน ก็ได้ทดลองทำมาแล้ว”นอกจากงานภาพประกอบแล้ว งานอดิเรกอื่นๆ ยังชักนำงานใหม่ๆ มาให้เธอทำอยู่เสมอ

“จิกลับมาเมืองไทยได้ 4 ปีแล้ว งานภาพประกอบก็ยังทำอยู่เรื่อยๆ แต่มีงานฟู้ดสไตลิสต์ในชื่อ “WeareKinkin” จิว่าเราทำอะไรหลายๆ อย่างมันรู้สึกดีต่างกัน เพราะเวลาเราทำอะไรอย่างเดิมนานๆ แล้วเปลี่ยนไปทำอีกอย่างหนึ่ง จะทำให้เรารู้สึกสดชื่น เหมือนการทำงานของเรามันสดใหม่ตลอดเวลา” เมื่อถามถึงขั้นตอนการทำงาน จิรายุบอกว่า ไม่ว่าเธอจะทำงานอะไรจะมีสิ่งที่เหมือนกันคือ “ตีโจทย์ สเกตช์และสเกตช์”“คนอื่นอาจจะทำได้โดยไม่สเกตช์ แต่สำหรับจิจะใช้เวลาสเกตช์งานกับคิดงานนานกว่าทำงานจริง เราต้องสเกตช์จนเราพอใจก่อนจะลงมือทำจริงๆ เมื่อก่อนจะเป็นเด็กใจร้อนไม่ต้องสเกตช์ ทำเลยจะได้เสร็จเร็ว ถ้ามันฟลุกก็เสร็จ แต่ว่าชีวิตเราไม่ได้ฟลุกบ่อยๆ ถ้าไม่แม่นเราก็จะตัน แล้วไม่มีทางไป สุดท้ายงานก็ไม่เสร็จ งานก็ไม่ดีเราถามว่าชีวิต 4 ปีหลังกลับจากอังกฤษเป็นอย่างไร สาวหน้าเก๋บอกว่า

“สำหรับจิแล้วชีวิตช่วงนี้ค่อนข้างลงตัว ทำงานมาระยะหนึ่ง รู้ว่าเราชอบอะไรและเราก็ได้ทำและเต็มที่กับมัน มีคนที่เห็นว่าเราทำอะไรอยู่ และมอบความท้าทายใหม่ๆ ให้เราได้สนุกกับงานชิ้นใหม่ๆ เสมอ จากงานอดิเรกก็ขยันกับมัน ก็สร้างรายได้ได้ด้วย เป็นช่วงที่ค่อนข้างดี ยุ่งมากแต่ก็สนุกมากเพราะทำงานหลายอย่าง มีหมวกหลายใบ ทำให้มีเรื่องสนุกตื่นเต้นตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ทุกอาชีพควรมีความขยันและขยันอย่างถูกทาง เวลาเราทำงานก็ต้องรู้ว่าเราไม่ได้รับผิดชอบแค่ตัวเราเองต้องรับผิดชอบลูกค้า ก็ต้องพัฒนาตัวเองไปในจุดนั้น สุดท้ายมันก็จะออกมาเป็นสไตล์ เป็นทักษะเฉพาะตัวเป็นงานที่แฮปปี้ทุกฝ่าย” จิรายุบอกอย่างยิ้มแย้ม

ข่าวล่าสุด

เตือนประชาชน เช็ค AIS ก่อนแชร์! ลดข่าวคลาดเคลื่อน กรณีเรือบรรทุกน้ำมัน