
ฉลองคริสต์มาสแบบผู้ดีอังกฤษ
คริสต์มาส (วันที่ 25 ธ.ค.ของทุกปี) คือวันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าพระองค์ประสูติวันไหน
คริสต์มาส (วันที่ 25 ธ.ค.ของทุกปี) คือวันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าพระองค์ประสูติวันไหน ทว่า ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ได้ระบุว่าเป็นวันที่ 25 ธ.ค. (ตั้งแต่ ค.ศ. 4) ตามปฏิทินระบบจูเลียน ซึ่งตรงกับวันที่ 7 ม.ค. ตามปฏิทินเกรกอเรียนที่ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ชาวคริสต์ส่วนใหญ่ก็ยังยึดในขนบเดิมที่ว่า วันที่ 25 ธ.ค. เป็นวันคริสต์มาส แต่ก็มีบางแห่งที่ระลึกวันประสูติของพระเยซูกันตั้งแต่ 25 ธ.ค. ไปจนถึง 7 ม.ค. เลยก็มี
ในแต่ละแห่งของโลกนั้นฉลองคริสต์มาสแบบแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่นอกจากแต่ละบ้านจะประดับประดาต้นคริสต์มาส ประดับบ้านด้วยแสงไฟ และอื่นๆ แล้ว ยังมักเตรียมของขวัญ การ์ดอวยพรให้คนที่รัก และที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ อาหารมื้อพิเศษแห่งการเฉลิมฉลอง
สำหรับที่ประเทศอังกฤษ ชาวเมืองผู้ดีมักจะร่วมรับประทานมื้อพิเศษฉลองคริสต์มาสกับตอนบ่ายของวันที่ 25 ธ.ค. หากเป็นมื้อคลาสสิก สิ่งที่ต้องมีบนโต๊ะอาหารหลักๆ แล้วก็ได้แก่ ไก่งวงอบ หรือถ้าบ้านไหนเศรษฐกิจไม่ใคร่ดีก็อาจจะเปลี่ยนเป็นสัตว์ปีกอย่างอื่นก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ห่าน ไก่ เป็น หรือนกพิราบ ก็ไม่ผิด เสิร์ฟพร้อมสตัฟฟิ่ง เกรวี่ แครนเบอร์รี่ซอส หรือแครนเบอร์รี่เจลลี่
นอกจากนี้ยังมีพวกเนื้อสัตว์อื่นๆ อย่างหมูบด หรือเทอร์รีน เดวิล ออน ฮอร์สแบ็ก (เบคอนยัดไส้ด้วยผลไม้แห้ง) มันฝรั่งอบ (ต้ม หรือแมชโปเตโต้) ด้านจานผัก นิยมเลือกรับประทานกะหล่ำดาว (Brussels sprouts) และหัวพาสนิป (Parsnips) โดยมักจะนำไปต้มหรืออบไอน้ำ รับประทานเคียงกับบรรดาอาหารคาวต่างๆ ปิดท้ายด้วยของหวานที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ คริสต์มาสพุดดิ้ง (หรือพลัมพุดดิ้ง) รวมทั้งพายต่างๆ หรือขนมไทรเฟิล รับประทานกับเนยบรั่นดีหรือครีม
แรกเริ่มเดิมที คนอังกฤษไม่เสิร์ฟไก่งวงเป็นจานหลักของมื้อคริสต์มาส หากนิยมห่านอบมากกว่า จนกระทั่งราวศตวรรษที่ 16 ที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ทรงโปรดฯ ให้เสิร์ฟไก่งวงบนโต๊ะเสวย หลังจากนั้นชาวผู้ดีต่างก็หันมานิยมไก่งวงจนกลายเป็นประเพณีไป เว้นไว้ก็แต่บรรดาชนชั้นแรงงานที่ยังนิยมเสิร์ฟห่านเป็นจานเด็ดมื้อคริสต์มาสอยู่
ในส่วนของขนมคริสต์มาสพุดดิ้งนั้น เสิร์ฟกันมานมนานตั้งแต่ยุคกลาง ก่อนจะมีไทรเฟิล พายชิ้นเล็กๆ คริสต์มาสเค้ก หรือยูลล็อกเค้กเข้ามาสมทบสมัยเก่าก่อนทางตอนใต้ของอังกฤษจะมีประเพณี เรียกว่า วาสเซลลิง (ชายแต่งตัวเป็นต้นแอปเปิ้ล) เดินไปเยี่ยมเยือนตามบ้านหลังวันคริสต์มาส ที่จะต้องต้อนรับขับสู้ด้วยเพลงคริสต์มาสแครอล และไซเดอร์ร้อนๆ ที่เรียกว่า แอปเปิ้ลวาสเซล โดยนำผลผลิตไซเดอร์ที่ดีที่สุดมาต้มร้อนคล้ายๆ กรูห์ไวน์ของเยอรมนี พร้อมเสิร์ฟให้วาสเซลลิง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีในฤดูกาลหน้า แต่ปัจจุบันเหลือเพียงประเพณีบ็อกซิ่งเดย์ (วันแกะของขวัญ) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีฟุตบอลนัดสำคัญให้เชียร์กันแทน
มาที่บ้านเรา อยากฉลองแบบอังกฤษจะไที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่ร้านแฮร์รอดส์ ทีรูม ร้านหรูจากประเทศอังกฤษ กับบรรยากาศที่เพิ่งปรับโฉมใหม่เพื่อฉลองครบรอบ 1 ปีไปหมาดๆ โดยยังคงความเรียบหรู ดูดี สไตล์อังกฤษ และบรรยากาศสุดคลาสสิกตามแบบฉบับ เน้นการใช้ธีมสีขาวไวท์เพิร์ล สีทองอร่าม และสีเงิน เพื่อสะท้อนความสง่างามของบริติช ทีรูม และไลฟ์สไตล์อันมีระดับ โดดเด่นด้วยรถม้าสีเขียวซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของแฮร์รอดส์ ต้นคริสต์มาส และตุ๊กตาหมี มิสเตอร์ กรีน แมน ผู้รับหน้าที่เป็นซานตาคลอสส่งมอบความสุขและให้การต้อนรับอยู่ด้านหน้าร้าน
แฮร์รอดส์ ทีรูม ยังได้ครีเอทหลากหลายเมนูรับคริสต์มาสที่หารับประทานได้ยาก สำหรับช่วงเฉลิมฉลองนี้ อย่างเช่น พายไก่งวง ที่นำเอาสูตรแบบคิชลอร์เรนมาปรุง แต่เปลี่ยนแฮมด้านในเป็นแฮมไก่งวง นอกจากนี้ยังมีเชฟเพิร์ด พาย ที่เสิร์ฟมาอย่างหรูหราในถ้วยทรงสูง โดยเปลี่ยนส่วนผสมจากเนื้อวัวสูตรดั้งเดิม เป็นเนื้อไก่งวงเช่นเดียวกัน โปะหน้าด้วยแมชโปเตโต้สุดสวยเนียนนุ่ม ฯลฯ
หากที่แฮร์รอดส์ ทีรูมเน้นมากๆ ในช่วงเฟสทีฟนี้ ก็คือทัพของหวาน มีตั้งแต่ของน่ารักๆ อย่างจินเจอร์เบรดจำลองตึกแฮร์รอดส์ จินเจอร์เบรดสำหรับตกแต่งรูปหมีคริสมาสต์ 2014 “แจสเปอร์” และรูปหมี “กรีนแมน” สัญลักษณ์สำคัญของทีรูม ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน
ตามด้วยของหวานกินอิ่มอีกเพียบ ตั้งแต่เวรี่ เบอร์รี่ คริสต์มาส สโคน คริสต์มาส ปาเนตโตเน ยูล ล็อก หรือเค้กรูปขอนไม้ มาร์ชเมลโล ช็อกโกแลต บราวนี่ บริติช คริสต์มาส โรล โกลเด้น ช็อกโกแลต แล้วก็ เฟสทีฟ มาการง รสชาติใหม่อย่างแครนเบอร์รี่ พิสตาชิโอ และไวท์ ช็อก ราสพ์เบอร์รี่ และอีกหลากหลายเมนู (มีให้เลือกชิมเลือกซื้อเป็นของขวัญ วันนี้-5 ม.ค.ศกหน้า) และยังมีไฮทีเซตพิเศษสำหรับช่วงเทศกาลให้ลองชิมกันตลอดเดือน ธ.ค.อีกด้วย
ใครกำลังมองหาบรรยากาศฉลองคริสต์มาสเหมือนอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน สามารถไปสัมผัสได้ที่แฮร์รอดส์ ทีรูม ชั้นจี ศูนย์การค้าสยามพารากอน และแฮร์รอดส์ เดอะ แพลนเทชั่น รูมส์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี







