
นิทรรศการแรงบันดาลใจ
มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา จัดนิทรรศการแห่งแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชนไทย “สามขัตติยนารีแห่งสยาม : ทรงสร้างเพื่อประโยชน์สุขของคนไทย”
โดย...วรากรณ์
นับเป็นโอกาสอันดีที่วังรื่นฤดี โดยมูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา จัดนิทรรศการแห่งแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชนไทย “สามขัตติยนารีแห่งสยาม : ทรงสร้างเพื่อประโยชน์สุขของคนไทย” ด้วยการน้อมนำพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 5 หรือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา
สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่จัดนิทรรศการนี้ขึ้นมาเพื่อร่วมฉลองในโอกาสที่่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศยกย่องให้สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ประจำปี 2556 และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวาระครบ 150 ปี แห่งพระราชสมภพที่ขัตติยนารีทั้งสามพระองค์ทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนม์ชีพ และนำความรู้ความสามารถมาทรงใช้ให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติบ้านเมืองและพสกนิกรชาวไทยเสมอมา โดยนิทรรศการจะจัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค. ณ พระตำหนักวังรื่นฤดี
‘นาถแห่งแผ่นดิน’ สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ
นิทรรศการได้รวบรวมพระราชกรณียกิจของทั้งสามพระองค์เข้าไว้ด้วยกันผ่านการบอกเล่าผ่านพระราชกรณียกิจและเครื่องประดับที่มีความงดงามของทั้งสามพระองค์ จุดประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ
หัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการจัดงาน กล่าวว่าก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองและจิตสำนึกเพื่อประเทศชาติให้กับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่ได้เข้าชมได้น้อมนำพระราชกรณียกิจของทั้งสามพระองค์ที่ทรงบำเพ็ญมาโดยตลอดพระชนม์ชีพมาเป็นแบบอย่างในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น
“ทั้งสามพระองค์มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันทางสายเลือด กล่าวคือ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 หรือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นพระราชชนนีของรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีก็ยังทรงเป็นพระสุณิสา หรือลูกสะใภ้ ส่วนสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ก็ทรงเป็นพระเจ้าหลานเธอ หรือหลานสาว ซึ่งทรงมีความเกี่ยวเนื่องกันทางสายเลือด”
ม.ร.ว.ปิยฉัตร ฉัตรชัย กล่าวว่า นิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 “นาถแห่งแผ่นดิน” เป็นเรื่องราวพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สิ่งของจัดแสดงที่สำคัญที่พลาดชมไม่ได้ ได้แก่ เหรียญแฟเบร์เช่ศิลปะของรัสเซีย เป็นเหรียญอันงดงามที่พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเป็นส่วนพระองค์เพื่อพระราชทานแด่บุคคลที่กระทำคุณงามความดี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคคลผู้นั้น
“ในสมัยนั้นขณะที่รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสยุโรป จึงทรงมอบหมายให้สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงสำเร็จราชการแทนพระองค์ จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำของพระราชทานให้ข้าราชบริพารที่ถวายงานใกล้ชิดเป็นที่ระลึก ซึ่งสะท้อนความมีพระราชหฤทัยรักพระสหายใกล้ชิด” ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าว
รวมทั้งเหรียญเฉลิมพระชนมพรรษา 50 พรรษาของพระองค์เมื่อปี พ.ศ. 2456 หรือเหรียญหมู ซึ่งเป็นเหรียญที่พระราชทานให้กับบุคคลที่เกิดในปีนักษัตรเดียวกัน อีกทั้งด้วยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงเป็นเจ้านายสตรีที่ประกอบด้วยวิสัยทัศน์หลากหลายด้าน ด้านหนึ่งที่ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ คือ การให้การศึกษากับสตรี พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการให้การศึกษากับสตรีไทยในสมัยนั้น เพื่อยกให้มีความงามสง่าด้วยการศึกษาประดุจเครื่องประดับชั้นสูง การที่ทรงให้สตรีมีความสามารถอ่านออกเขียนได้ รู้เรื่องความเป็นไปของโลก เพื่อยังประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ เพื่อให้ต่างชาติต่างภาษาตระหนักว่า คนของสยามไม่ได้ล้าหลังหรือป่าเถื่อนแต่อย่างใด โดยทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ตั้งโรงเรียนและบำรุงโรงเรียนต่างๆ ในพระราชอาณาจักรอย่างจริงจัง และทรงใส่พระทัยเสมอมา
ในส่วนนี้ของประกอบนิทรรศการชิ้นสำคัญที่ไม่ควรพลาดชม ได้แก่ ผ้าทรงสะพัก ผ้าทรงอายุกว่า 100 ปี ที่ทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่่่่ 5 แสดงถึงฝีมือชาววังชั้นสูง และเก็บรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดที่มีลวดลายของงานประณีตศิลป์ที่มีความละเอียดงดงาม
ขัตติยนารีผู้ปิดทองหลังพระ
การแสดงนิทรรศการส่วน 2 คือ “ขัตติยนารีผู้ปิดทองหลังพระ” แสดงถึงพระประวัติและพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี สิ่งของที่จัดแสดงชิ้นสำคัญๆ ได้แก่ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้น 1 ที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันพระราชทานให้แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยเฉพาะเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลปัจจุบัน ซึ่งมีความงดงามมาก ซึ่งเหรียญรัตนาภรณ์นี้เป็นเหรียญที่สำคัญอันเป็นเครื่องหมายยืนยันของการทรงงานด้วยพระทัยบริสุทธิ์ มิได้ปรารถนาลาภยศและสรรเสริญ หากเป็นที่ประจักษ์และรู้เห็นประดุจทอง
ในส่วนนี้ยังมี “ผ้าถักนิตติ้งฝีพระหัตถ์” ของพระองค์เอง ที่ทรงถักเพื่อเตรียมไว้บริจาคให้ทหารผ่านศึกใส่ไว้ในถุงพระราชทานโดยไม่ทรงบอกว่าใครเป็นผู้ถัก อันสะท้อนว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง
ด้วยสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงเป็นเจ้านายสตรีที่ทรงประกอบพระกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ทรงยังรับเป็นองค์อุปถัมภ์ของสถาบันการศึกษาและกิจการ อาทิ กิจการลูกเสือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนราชินี โรงเรียนวิเชียรมาตุ เป็นต้น
สร้อยมุกที่หายไปกับลมหายใจเพื่อผู้อื่น
ส่วนที่ 3 “สร้อยมุกที่หายไปกับลมหายใจเพื่อผู้อื่น” แสดงพระประวัติและพระกรณียกิจของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 ที่ทรงประกอบด้วยวิริยะและพระอุตสาหะอย่างที่คนรุ่นหลังควรยึดเป็นแบบอย่าง เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้านายสตรีที่อยู่ในเหตุการณ์บ้านเมืองที่พลิกผันหลายต่อหลายเหตุการณ์ เช่น สงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งการเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหันของพระบรมราชสวามี ทำให้ทรงพบความยากลำบากทั้งหลายประดังเข้ามา แต่มิทรงย่อท้อต่ออุปสรรคด้วยทรงมีพระภาระที่ต้องผดุงพระเกียรติยศแห่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ ผู้ทรงเป็นพระราชธิดาอย่างสูงสุด จึงทรงวิริยะที่ทรงเรียนและพัฒนาพระสติปัญญาเพื่อให้ทรงสามารถเป็น “แม่” ที่ลูกในวัยยังทรงพระเยาว์จะได้ทรงพักพิงอย่างสง่างาม ไม่ว่าจะทรงประทับอยู่ ณ ที่ประเทศอังกฤษในยามข้าวยากหมากแพง หรือที่เมืองไทย ก็ยังไม่ทรงลืมว่าจะต้องทรงมีพระกรณียกิจเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับแผ่นดินไทย
สิ่งของจัดแสดงที่สำคัญ ได้แก่ “สร้อยมุกพระราชทาน” สีทองสุกปลั่ง ที่ทรงได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสร้อยมุกส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ แล้วยังทรงมีจดหมายพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 7 อันทรงแสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยอันห่วงใยที่มีต่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา และพระนางเจ้าสุวัทนาฯ เป็นอย่างมาก
“สร้อยไข่มุกพระราชทานที่ทรงได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสร้อยมุกส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงนำไข่มุกเพียงบางเม็ดออกมาเพื่อทรงจำหน่าย และนำเงินที่ได้นั้นมาใช้จ่ายในยามขัดสน เพราะรัชกาลที่่่่่ 7 เคยรับสั่งว่า เผื่อจะต้องใช้ก็ให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ สมฐานะของสมเด็จเจ้าฟ้า เมื่อยามขัดสนเมื่อไหร่ก็ขายได้ แต่ให้เหมาะสมก็แล้วกัน เพราะในสมัยสงครามความเป็นอยู่ของทั้งสองพระองค์และข้าราชบริพารเต็มไปด้วยความขัดสน อันเนื่องจากภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ยังทรงขวนขวายหาความรู้ด้วยการนำเงินทุนดังกล่าวไปลงทุนต่างๆ แล้วยังทำมีเงินพอที่จะใช้จ่ายเลี้ยงดูพระธิดาอย่างสมพระเกียรติ ร่วมทั้งยังแบ่งปันเพื่อการสาธารณกุศลอีกด้วย” ม.ร.ว.ปิยฉัตร ผู้นำชมนิทรรศการเล่า
พระตำหนักรื่นฤดีอันเรียบง่าย
นอกจากนิทรรศการส่วนอื่นๆ แล้วประชาชน ร่วมทั้งนิสิต นักศึกษาที่มาเข้าชมพระราชประวัติและเครื่องประดับส่วนพระองค์ของทั้งสามขัตติยนารีแล้ว ยังจะได้เห็นความเป็นอยู่อันเรียบง่ายของสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ เช่น เปียโนโบราณ ที่ตั้งประทับที่ห้องโถงกลาง ที่รัชกาลที่ 6 ทรงเปียโนมาแล้ว โดยคีย์เปียโนทำจากงาช้าง หรือของประดับอื่นๆ ที่ยังคงตั้งเสมือนจริงอยู่ภายในพระตำหนักเสมือนสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ ยังทรงมีพระชนม์อยู่ สะท้อนถึงการทรงมีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย
“ตามทางเดินในพระตำหนัก ประชาชนจะได้เห็นของเล่นและข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าฟ้าที่มีใช้เฉพาะพระยศชั้นเจ้าเท่านั้น ซึ่งจะประดับด้วยอัญมณีสวยงาม เช่น เครื่องถ้วย เครื่องชาม กาน้ำ ปิ่นโต เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก และมีมูลค่าประเมินมิได้” ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าว
หากชมนิทรรศการแล้วยังไม่จุใจ ภายในบริเวณวังรื่นฤดียังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วม เช่น ห้องโถงกลางพระตำหนัก ยังมีพระฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 6 ประดับอยู่บนฝาผนังในฉลองพระองค์ชุดทรงออกศึกสีแดง อันทรงสะท้อนว่าพระองค์เตรียมออกศึกเพื่อสู้รบกับอริราชศัตรูที่จะมากล้ำกรายประเทศสยาม ประชาชนสามารถถวายสักการะได้ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการถักนิตติ้ง ซึ่งเป็นงานอดิเรกของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ ที่จัดให้ผู้เข้าชมได้ร่วมกันถักคนละเล็กละน้อย เพื่อสร้างเป็นผ้าผืนใหญ่ เช่น ผ้าพันคอ ก่อนจะตัดส่งไปให้กับองค์กรการกุศลเพื่อแจกให้กับผู้ชรา และหรือผู้จำเป็นต้องใช้ต่อไป
ที่เก๋อีกจุดคือ การออกร้านน้ำชาจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวันที่ยกมาไว้ที่วังรื่นฤดี ที่ประชาชนสามารถมานั่งจิบน้ำชายามบ่ายได้ ตลอดจนร้านจำหน่ายของที่ระลึก และร้านค้าอื่นๆ สำหรับผู้เข้าชมนิทรรศการได้พักผ่อนอิริยาบถอีกด้วย







