
ณัฏฐินี ติยะวัชรพงศ์ ดีไซน์และอาหารคือสองสิ่งที่รัก
เขาใหญ่ จุดหมายปลายทางสุดฮอตของนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ อาจไม่ใช่ดินแดนที่ แพม-ณัฏฐินี ติยะวัชรพงศ์ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านมิดวินเทอร์ กรีน
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
เขาใหญ่ จุดหมายปลายทางสุดฮอตของนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ อาจไม่ใช่ดินแดนที่ แพม-ณัฏฐินี ติยะวัชรพงศ์ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านมิดวินเทอร์ กรีน ปักหมุดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝัน เพราะชื่นชอบทะเลเป็นทุนเดิม แต่หลังจากเปิดใจสัมผัสบรรยากาศอันโรแมนติกแห่งขุนเขา ทำให้เธอตกหลุมรักเขาใหญ่ได้ไม่ยาก และด้วยมีแพชชั่นในเรื่องอาหาร เธอและสามีจึงลงขันกับหุ้นส่วนอีก 2 คน เปิดร้านอาหาร “มิดวินเทอร์ กรีน” ที่เขาใหญ่
“ครอบครัวเรามักมาพักผ่อนที่เขาใหญ่ ทำให้เราเข้าใจนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ว่าต้องการอะไร ดังนั้นเมื่อตัดสินใจทำร้านอาหาร เราจึงทำร้านอาหารที่เป็นมากกว่าร้านที่มีแค่ของอร่อย ด้วยการเนรมิตร้านให้เป็นปราสาทสีขาว ภายในตกแต่งสไตล์ยุโรปตอนเหนือ มีบริการและอาหารรสเลิศรอต้อนรับผู้มาเยือน พ่วงด้วยร้านขายของสำหรับปิกนิก จำหน่ายไวน์ ไส้กรอก อาหารประเภทกูร์เมต์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากร้านอาหารในย่านนี้”
แพมบอกว่าชื่อ มิดวินเทอร์ กรีน ล้อมาจากวรรณกรรมของเชกสเปียร์ เรื่อง Midsummer Night’s Dream ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่แพมชอบมาก แต่พอมาตั้งชื่อร้าน เราเปลี่ยนเป็นมิดวินเทอร์ กรีน เพราะสำหรับคนไทยและนักท่องเที่ยวที่มาเขาใหญ่ฤดูหนาวคือ ช่วงเวลาโรแมนติกที่น่าดึงดูดและค้นหา
นอกจากธุรกิจร้านอาหาร แพมยังสวมอีกบทบาทด้วยการเปิดบริษัทดีไซน์ Natine Design รับตกแต่งทั่วไป และบริษัท Blue Brick ซึ่งหุ้นกับเพื่อนทำรับเหมา อินทีเรียร์ ทั้งหมดแพมบอกว่าทำเพราะใจรัก แม้ไม่ได้ร่ำเรียนมาด้านนี้โดยตรง
“ตอนจบปริญญาตรีด้านไฟแนนซ์มา แพมทำงานด้านบริหารการเงิน จนวันหนึ่งมีโอกาสมาทำงานที่บริษัทอินทีเรียร์ แพมเลยเริ่มรู้ตัวว่าเรามีแพชชั่นในงานดีไซน์ แต่จะให้ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านนี้โดยตรงก็ยังไม่มั่นใจ เลยเลือกไปเรียนปริญญาโทที่เคมบริดจ์สาขาเรียลเอสเตท ไฟแนนซ์ ซึ่งสอนเรื่องการลงทุนควบคู่ไปกับการดีไซน์”
แน่นอนว่า ด้วยสองบทบาทที่เดินไปคู่กัน แถมเพิ่งจะเป็นคุณแม่ของลูกน้อยวัย 9 เดือน ทำให้แพมแทบไม่มีเวลาว่าง เธอบอกว่า จันทร์-ศุกร์ จะอยู่กรุงเทพฯ แต่สุดสัปดาห์จะมาเขาใหญ่ เรื่องการแบ่งเวลา แพมบอกว่าสำคัญมาก ในฐานะเวิร์กกิ้งมัม เธอบอกว่ามีทางเลือก 2 ทาง คือ พาลูกไปทำงานด้วย กับทิ้งลูกไว้ที่บ้าน ซึ่งเธอเลือกอย่างแรก เพราะไม่เช่นนั้นด้วยงานที่รัดตัว อาจไม่ได้เจอลูกเลย ที่สำคัญเธอเชื่อว่า การพาลูกไปเปิดโลก เจอสิ่งต่างๆ มากเท่าไหร่ ลูกยิ่งได้เรียนรู้
สำหรับงานอดิเรกในวันพักผ่อน แพมบอกว่า ตั้งแต่มีลูก ยิ่งทวีความยุ่ง แต่ถ้ามีเวลาการพักผ่อนที่ดีที่สุดของเธอ คือ การอ่านหนังสือ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เธอหยุดคิดเรื่องงาน อย่างไรก็ตามถึงงานจะยุ่ง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องแฟชั่นการแต่งตัว แพมยอมรับว่า แม้ไม่ตามเทรนด์จ๋า แต่ก็ไม่น้อยกว่าคนอื่น
“แพมมีสไตล์ของตัวเอง เน้นแต่งแล้วเราคิดว่าดูดี มั่นใจ ปกติแพมจะแต่งตัวค่อนข้างเรียบ ไม่หวาน แต่ถึงไม่แต่งตัวตามเทรนด์ แต่เรารู้นะว่าเทรนด์ไหนมา เพราะอย่างที่บอกว่าเราทำงานดีไซน์ ไม่ใช่รู้แต่เรื่องสถาปัตยกรรม แต่เทรนด์แฟชั่นหลายๆ อย่างก็มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้”
สำหรับแอกเซสซอรี่ แพมบอกว่าไม่เน้นเช่นกัน เพราะเธอให้ความสำคัญกับเรื่องคัตติ้งและเนื้อผ้ามากกว่า เธอเชื่อในคำว่า “Less is More” แค่เอาชุดเรียบๆ มาจับคู่กับแหวน ตุ้มหู นาฬิกาก็พอแล้ว
“อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การแต่งตัวของแพมสมบูรณ์ คือ รองเท้า แพมเป็นคนที่ชอบรองเท้ามาก ตอนไปฮันนีมูนที่อิตาลี ฝรั่งเศส ซื้อรองเท้ากลับมา 26 คู่ แต่ปรากฏกลับมาแล้วรู้ว่ากำลังจะมีน้องพอดี (หัวเราะ) แพมว่าแพมมีรองเท้าไม่ต่ำกว่า 200 คู่ที่บ้านนะ แต่ละสีก็มีหลายแบบ เพราะแพมชอบใส่รองเท้าแมตช์กับสีกระเป๋า”
แพมยอมรับว่ามีรองเท้าหลักร้อยคู่ บางคู่ก็ไม่ได้ใส่ หรือใส่ครั้งเดียวและจะกลับมาใส่อีก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใส่เสียที เพราะบางคู่ใส่ในชีวิตจริงยาก แพมบอกว่าด้วยงานที่ต้องออกไซต์งาน รองเท้าบางคู่ก็ไม่เหมาะจะนำมาใส่
“แพมจะมีรองเท้าสำรองในรถประมาณ 2-3 คู่ เผื่อออกไซต์งานแล้วเย็นต้องไปงานเลี้ยง เวลาใครขึ้นรถแพม สิ่งแรกที่แพมจะบอกคือ ระวังรองเท้าแพมด้วยนะคะ (หัวเราะ)”
สำหรับอนาคต แพมบอกว่า มีความฝันหนึ่งที่คิดไว้นานแล้ว และชีวิตนี้ต้องทำให้ได้ คือ อยากเปิดโรงเรียนอนุบาล เพราะรักเด็กและชอบที่จะสอน แพมบอกว่า แต่ก่อนถ้ามีเวลาเธอจะสวมบทคุณครูแนะแนวให้น้องๆ ที่โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ แต่ช่วงหลังตารางงานแน่นเลยห่างหายไป
“นี่คือความฝันที่แพมตั้งใจและคิดว่าต้องเป็นจริง เพียงแต่เมื่อไหร่จะถึงเวลาเท่านั้น” ผู้บริหารสาวคนสวยกล่าวทิ้งท้าย







