
เหมืองแร่ทองคำ ขุมทรัพย์อินโดนีเซีย
ทองคำ เป็นแร่โลหะมีค่าชนิดหนึ่งที่มีความสวยงาม หายาก คงทน มูลค่าไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลา และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราได้ง่าย จึงทำให้ทองคำเป็นที่ต้องการของทุกคน
ทองคำ เป็นแร่โลหะมีค่าชนิดหนึ่งที่มีความสวยงาม หายาก คงทน มูลค่าไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลา และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราได้ง่าย จึงทำให้ทองคำเป็นที่ต้องการของทุกคน
จากสถิติ Gold Survey ระบุว่าในปี 2013 ทั่วโลกมีความต้องการบริโภคทองคำ 4,065.5 ตัน โดยเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความต้องการบริโภคทองคำมากที่สุด นำโดยจีนและอินเดียที่มีสัดส่วนความต้องการบริโภคทองคำสูง ถึงร้อยละ 60 ของความต้องการทั้งหมด จากความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่าง ไม่จำกัดนี้เอง จึงทำให้ประเทศที่มีเหมืองแร่ทองคำสามารถสร้างรายได้จากการส่งออก ทองคำได้อย่างมหาศาล สำหรับประเทศในอาเซียนที่มีแหล่งแร่ทองคำอุดมสมบูรณ์จนสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศได้ คือ อินโดนีเซีย
อินโดนีเซียเป็นประเทศผู้ผลิตทองคำรายใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลกตลอดมา ในปี 2013 อินโดนีเซียผลิตทองคำได้ 99 ตัน โดยเป็นผู้ผลิตทองคำในอันดับที่ 10 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียรองจากจีน ทั้งนี้เหมืองแร่ทองคำในอินโดนีเซียกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ เช่น Grasberg Mine ในจังหวัด Papua, Gosowong Mine ในตอนเหนือของจังหวัด Maluku
นอกจากนี้ ยังมีเหมืองในจังหวัด Sumbawa ซึ่งห่างจากทิศตะวันออกของกรุงจาการ์ตา เหมือง Kelian Mine ในจังหวัด East Kalimantan ฯลฯ
ในปัจจุบัน เหมืองทองคำได้ลดปริมาณการผลิตลง อันเนื่องมาจากกฎหมายเหมืองแร่ฉบับใหม่ของอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศใช้ในปี 2009 ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้บริษัทเหมืองต่างชาติลดสัดส่วนการถือครองหุ้นในบริษัทลง ห้ามคนต่างชาติดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจ และการห้ามส่งออกสินแร่ที่ยังไม่ผ่านการถลุง (รัฐบาลกำหนดให้บริษัทเหมืองสร้างโรงงานถลุงในประเทศ)
จากมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะมาตรการห้ามส่งออกสินแร่ที่ยังไม่ผ่านการถลุง ทำให้บรรยากาศการลงทุนลดทอนลงไปอย่างมาก สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งส่วนมากเป็นเจ้าของเหมืองขนาดใหญ่ในอินโดนีเซียจนลดการผลิตลง







