
นาฬิกาทรงคุณค่าทางใจ ของมนาเทศ อันนวัฒน์
เรื่องของนาฬิกาก็เรื่องหนึ่ง เรื่องของสำคัญที่มีคุณค่าทางใจก็เรื่องหนึ่งของเก็บสะสมของ “จูเนียร์” มนาเทศ อันนวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
เรื่องของนาฬิกาก็เรื่องหนึ่ง เรื่องของสำคัญที่มีคุณค่าทางใจก็เรื่องหนึ่งของเก็บสะสมของ “จูเนียร์” มนาเทศ อันนวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มส่งเสริมการตลาด ศูนย์การค้าสยาม พารากอน จึงไม่ใช่อื่นใด นอกจากนาฬิกาโรเล็กซ์ของบิดาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
อันที่จริงบทความนี้ต้องใช้ชื่อว่า นาฬิกาที่ทรงคุณค่าทางใจและรองเท้าที่ทรงคุณค่าต่อภาพลักษณ์ (ฮา) ในลำดับแรกคงต้องบอกก่อนว่า จูเนียร์นั้นให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเองแค่ไหน ก็ไม่น่าแปลก เพราะโดยหน้าที่การงาน เขาต้องดูแลรับผิดชอบในส่วนการตลาดของศูนย์การค้าใหญ่ถึงสองแห่ง โดยเฉพาะด้านไลฟ์สไตล์ ภาพลักษณ์และบุคลิกภาพส่วนตัวจึงเป็นอะไรที่ “ปล่อย” ไม่ได้ รองเท้าและสูทนับเป็นของสะสมที่โปรดปรานที่สุด แต่เมื่อถามถึงของสะสมที่มีคุณค่าต่อจิตใจ จูเนียร์พูดเลยว่า ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากนาฬิกาเรือนสำคัญของบิดา ซึ่งมอบให้ก่อนจะเสียชีวิต
นาฬิกาเรือนนี้ Rolex Oyster Perpetual เป็น Platinum Diamond รุ่นโบราณ (Day/Date) หรือรุ่นแรกๆ ที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นโรเล็กซ์วินเทจรุ่นอนุรักษนิยม (ฮา) โดยเจ้าของคนแรกก็คือคุณปู่ ก่อนจะส่งต่อถึงบิดา มนตรี อันนวัฒน์ นาฬิกาเรือนนี้บิดาใส่ติดมือตลอดชีวิต ก่อนที่จะเสียชีวิตได้ถอดจากมือส่งให้ นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างยิ่งยวด ไม่ใช่เพราะราคาค่างวด (7 หลัก) แต่เพราะมันคือนาฬิกาที่ส่งต่อมาถึงเขา
“3 เจเนอเรชั่นครับสำหรับนาฬิกาเรือนนี้ ก็เพราะเหตุนี้นาฬิกาโบราณเก่าๆ เรือนนี้ จึงถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อผมอย่างที่สุด อย่างไรก็ตามไม่ได้หยิบมาใส่บ่อยนัก เพราะเป็นของเก่ามาก และโดยส่วนตัวไม่ชอบเพชรพลอย แต่ทุกครั้งที่หยิบมาดูหรือขัดถูทำความสะอาดก็ได้ความรู้สึกดีๆ พลังงานดีๆ เต็มตื้นทุกครั้งที่ได้สัมผัส” จูเนียร์ เล่า
นอกจากนี้ ก็คือนาฬิกาโรเล็กซ์อีกเรือนที่บิดาได้มอบให้เช่นกัน เรือนนี้ราคาไม่แพงมาก เป็นหลักแสนบาท มีสีทองคำอร่ามเรือง ก็ให้ความรู้สึกที่ดีดุจเดียวกัน ส่วนของเก่าที่เก็บสะสมอีกอย่างหนึ่ง เป็นของสะสมที่จูเนียร์เองเริ่มทยอยซื้อเก็บตั้งแต่เริ่มทำงาน ได้แก่สูทและรองเท้าที่ปัจจุบันมีเก็บไว้กว่า 100 คู่ กับสูทอีกกว่า 100 ตัว ในชั้นนี้นำมาให้ดูเฉพาะรองเท้าคู่โปรดของเก่าที่ไม่รักกันจริง ไม่ยอมให้ดูนะเนี่ย
“ด้วยงานที่ทำ ต้องแต่งตัวและต้องดูแลภาพลักษณ์ ก็ทำให้สนใจเรื่องการแต่งกาย โดยเฉพาะรองเท้ากับสูทไม่ว่าเจอที่ไหนเป็นต้องวิ่งเข้าใส่ตลอดเวลา ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน (ฮา)” จูเนียร์ เล่า
กิเลสที่ตัดไม่(เคย)ได้ รองเท้าส่วนใหญ่ซื้อต่างประเทศ โดยเฉพาะอังกฤษและอิตาลีที่ชอบในดีไซน์และคุณภาพการตัดเย็บพิถีพิถัน ยี่ห้อโปรดมีตั้งแต่ดิออร์ หลุยส์ วิคตอง และโดเช่ กาบาน่า อาจกล่าวได้ว่าทุกครั้งที่ไป เป็นอันต้องซื้อติดมือติดเท้ากลับมาด้วยทุกครั้ง เรื่องตลกก็คือ เมื่อต้องหยิบรองเท้าเพื่อมาให้โพสต์ทูเดย์ถ่ายรูปในวันนี้ ก็พบว่ามีหลายคู่ทีเดียวที่ซื้อเก็บไว้จนลืม ยังไม่ได้ใส่เลย อย่างนี้ก็มี
จูเนียร์ เล่าว่า ไม่มีคู่ไหนที่ใส่ประจำ หรือสีประจำ การแต่งกายขึ้นอยู่กับสีอะไร ฤดูอะไร นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากัน สำคัญคือสไตล์ที่ต้องรู้ในตัวเอง ปกติคือเชิ้ตกับสแลกที่ใส่ในวันทำงาน แต่ถ้าต้องออกงานแบบปัจจุบันทันด่วน ก็จะมีสูทและรองเท้าที่สแตนบายหรือเก็บสำรองแขวนไว้ที่ห้องทำงานเสมอ เพราะฉะนั้นก็จะไม่พลาด (ฮา) คำแนะนำสำหรับการแต่งตัวของผู้ชายคือ คำว่ากาลเทศะ ดูให้ถูกให้ควร
สีที่ต้องมีในตู้เสื้อผ้าคือ สีน้ำเงิน เทา ดำ ทั้งแบบที่เป็นทางการและแบบลำลอง ส่วนรองเท้าแนะนำให้มีอย่างน้อย 3 คู่ คือ 1.รองเท้าผูกเชือก สีดำ เรียบร้อย 2.รองเท้าหนังแบบสวม สีเข้มหน่อย ที่ใส่ได้ทุกวัน 3.รองเท้าผ้าใบ คู่นี้สำหรับงานลุย หรือต้องไปในที่ที่ไม่อยากให้รองเท้าคู่สวยเปื้อน สามคู่นี้ต้องมีติดตัว ติดออฟฟิศ หรือติดรถไว้ เรื่องของสีก็สำคัญ เสื้อผ้ารองเท้าของผู้ชายควรมีสีขาว สีน้ำเงินและสีดำ อย่างน้อยก็สามสีนี้เพื่อมิกซ์แอนด์แมตช์
“ในทรรศนะส่วนตัวของผม ผมคิดว่าผู้ชายไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเป็นสีเดียวกันตั้งแต่หัวจรดเท้า เราอาจมีลูกเล่นได้นิดหน่อย เช่นที่รองเท้า หรืออาจจะใส่ถุงเท้าที่มีสีสันขึ้นมานิดหนึ่ง แฟชั่นเป็นอะไรที่ติดตัวนะ เทรนด์ต้องได้ แต่งง่ายๆ ก็ได้ แต่ขอให้มีอะไรที่สะดุดตา” จูเนียร์ เล่า
สำหรับข้อแนะนำในการเก็บรักษารองเท้า จูเนียร์ เล่าว่า คนรักรองเท้าหลายคน มีปัญหาในการเก็บรักษารองเท้าคู่เก่า บางคู่รักมาก แต่ก็ยับเยินไปเพราะระมัดระวังไม่ดี มีข้อแนะนำดังนี้ ตัวดันทรงที่มาพร้อมกับตอนซื้อ ให้เก็บไว้อย่าทิ้ง ทุกครั้งที่ถอดเก็บนำตัวดันทรงใส่ไว้ด้วยทุกครั้ง เพื่อรักษาทรงและเพื่อช่วยเรื่องการระบายอากาศ ถ้าไม่มีตัวดันทรง ใช้ทิชชู่แทนได้ นอกจากนี้คือก้อนดับกลิ่นที่ต้องมีใส่ไว้
“นานๆ ก็อย่าลืมนำออกมาทำความสะอาด ฉีดสเปรย์กันน้ำ และสำคัญที่สุดคือใส่บ้าง อย่าปล่อยทิ้งไว้แบบไม่ใส่เลย” จูเนียร์ เล่า
ของสะสมในมุมมองของจูเนียร์ เขากล่าวว่าของเก่ามีคุณค่าทางใจ เก็บรักษาไว้ด้วยใจ จะมีพลังขับดัน ขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนเข็มทิศที่ชี้นำเราไปในทางที่ถูกต้อง เตือนสติว่าเราคือใครและเราเกิดมาเพื่ออะไร ส่วนภาพลักษณ์ก็ส่งผลต่อการทำงาน ทุกอย่างเกื้อหนุนกัน นั่นคือการทำหน้าที่ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
วิธีการดูแลรักษารองเท้า
1.ทำความสะอาดรองเท้าทุกครั้งหลังจากการสวมใส่ และพ่นสเปรย์รักษารองเท้าตามชนิดของวัสดุที่ใช้ทำรองเท้า (หากเป็นไปได้ควรทำคืนก่อนที่จะทำการสวมใส่)
2.เมื่อรองเท้าเปียกให้ตากให้แห้งก่อนในอุณหภูมิห้อง โดยวางรองเท้าไว้ให้ไกลจากเครื่องทำความอุ่น ยัดกระดาษเข้าไปในรองเท้าเพื่อให้กระดาษช่วยดูดซับความชื้น
3.ใช้ที่ใส่รองเท้า ช่วยในการสวมใส่ทุกครั้งเพื่อช่วยไม่ให้บริเวณส้นเท้าเสียทรง
4.ห้ามเหยียบบริเวณส้นเท้าเวลาถอดรองเท้า เพื่อลดการเสียรูปทรงและการแยกตัวของพื้นรองเท้า
5.ห้ามดึงบริเวณที่เป็นเข็มขัดที่ใช้ประดับรองเท้า แผ่นยาง หรือสิ่งประดับอย่างอื่น ในขณะทำการสวมใส่รองเท้า
6.ไม่ใส่รองเท้าที่มีส้นสูงไปเดินตามก้อนกรวด พื้นที่ปูด้วยหิน บริเวณที่มีหิมะปกคลุมหรือพื้นที่เฉอะแฉะ
7.ไม่ใส่รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าที่ทำจากหนังแท้ รองเท้าที่มีพื้นรองเท้าที่ติดกาวอย่างผิดวิธี หรือจากวัสดุที่ทำจากสิ่งทอในวันที่มีฝนตก
8.สำหรับการทำความสะอาดรองเท้าหนัง ทำความสะอาดรองเท้าจากฝุ่นและสิ่งสกปรกโดยกระดาษชุบน้ำ ใช้ครีมสำหรับรองเท้าทาบางๆ แล้วขัดให้เป็นเงา
9.ส่วนการทำความสะอาดรองเท้ากำมะหยี่ หรือหนังกลับ ใช้แปรงพิเศษที่ใช้กับหนังประเภทนี้เท่านั้น ทำการแปรงสิ่งสกปรกออกจากรองเท้า แล้วใช้น้ำยาพิเศษที่ใช้ในการทำความสะอาด (ในกรณีที่ใช้แปรงอย่างเดียวไม่พอ) ไม่ควรขัดหรือถูพื้นผิวของรองเท้าอย่างแรง เมื่อสะอาดแล้วใช้สเปรย์ไร้สี หรือพ่นสเปรย์สีเดียวกับรองเท้าที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ







