
ปาฏิหาริย์คืนลอยกระทง
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนลอยกระทงที่เพิ่งผ่านไปนี้เอง ตอนนั้นเที่ยงคืนตรง ผมเอาจักรยานออกไปปั่นออกกำลังกายใต้แสงจันทร์เพ็ญสกาว ภายในหมู่บ้านจัดสรรอันเงียบสงบ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนลอยกระทงที่เพิ่งผ่านไปนี้เอง ตอนนั้นเที่ยงคืนตรง ผมเอาจักรยานออกไปปั่นออกกำลังกายใต้แสงจันทร์เพ็ญสกาว ภายในหมู่บ้านจัดสรรอันเงียบสงบ
การปั่นจักรยานตอนกลางคืนเป็นกิจกรรมอันแสนโปรดปราน เพียงแต่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มันกลายเป็นงานเครียดๆ “ปั่นไปค้นหาไป”
เนื่องจากแมวโอเลี้ยง แมวพม่าสีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งรับมาเลี้ยงได้ไม่กี่เดือน เกิดหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ละวันที่ผ่านไปความหวังก็เริ่มเลือนราง เป็นไปได้มากที่โอเลี้ยงจะไปแล้วไปลับ ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วไม่ว่าเป็นหรือตาย
บางคืนระหว่างปั่นไป ผมได้กลิ่นเน่าลอยมาจางๆ ก็จะพยายามสูดหาที่มาของกลิ่น มันโชยมาจากบ้านหลังไหนนะ? เพราะในหมู่บ้านนั้น หลายหลังมีคนซื้อแล้วแต่ยังไม่ย้ายเข้ามา เป็นที่โปรดปรานของพวกแมว
ดมไปดมมา ก็พบว่ากลิ่นเน่าๆ นั้น มาจากถุงขยะหน้าบ้านคนซักหน่อย แหะๆ
การปั่นใต้แสงจันทร์วนมาถึงรอบที่ 2 เหมือนผมหูแว่ว ได้ยินเสียงแมวหง่าว “วาว!” ทะลุเสียงเพลงที่เสียบหูฟังดังสนั่นอยู่ เมื่อเหลียวหลังไปมองก็เห็นแมวสีน้ำตาลเข้มหมอบอยู่ กำลังมองตามหลังผมมา เล่นเอาเบรกแทบไม่ทัน
ผมวนจักรยานกลับไปช้าๆ มองจนแน่ใจว่าเป็นแมวพม่าสีน้ำตาลปลอด ไม่มีแต้มขาวใดๆ เจือปน มีปลอกคอพร้อมกระพรวนห้อยอยู่ด้วย ใช่แล้ว โอเลี้ยงที่หายไป ผมนั่งลงกับพื้น แล้วเรียก “โอเลี้ยง!”
โอเลี้ยงควบปุเลงมาหาผม พร้อมกับร้อง “วาว! วาว! วาว!” เห็นเลยว่าท่าวิ่งมันผิดปกติ ดูโคลงเคลงตุปัดตุเป๋ เมื่อมาถึงตัว โอเลี้ยงก็ส่งเสียงครืดๆๆๆ ซุกไซ้ถูไถอย่างดีใจสุดขีด
โอเลี้ยงอยู่ในสภาพน่าเวทนามาก ผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ขาหลังแทบไร้เรี่ยวแรง คนละเรื่องกับแมวหง่าวหนุ่มน้อยที่กำยำล่ำบึ้ก มันคงไม่ได้กินอะไรเลยตลอด 14 วันที่หายไป แต่ก็ยังมีลมหายใจอยู่ โดยไม่มีส่วนใดแตกหัก
สำหรับผมเอง นี่เป็นนาทีอันประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิต เหมือนปาฏิหาริย์ที่ผมไม่รู้จะขอบคุณใครดี พระแม่คงคาท่านก็คงไม่เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ซะด้วยซี!







