
ฑิตฐิตา ชูเขียว สาวน้อยหัวใจสีเขียว
ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติมาก โดยเฉพาะทะเล แต่พอเราได้ยินข่าวเรื่องน้ำมันรั่วไหลลงทะเล
“ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติมาก โดยเฉพาะทะเล แต่พอเราได้ยินข่าวเรื่องน้ำมันรั่วไหลลงทะเล ทำลายสภาพแวดล้อม เราก็รู้สึกว่าเราน่าจะมีทางอนุรักษ์ธรรมชาติได้ดีกว่านี้” ป๊อปแป๊ป- ฑิตฐิตา ชูเขียว เชียร์ลีดเดอร์สาวสวย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเคมีสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาเรียนด้านเคมีสิ่งแวดล้อม ด้วยความหวังที่จะได้ทำงานเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมในอนาคต
เรียนไม่เก่งก็ต้องขยันเท่าตัว
“รู้ตัวว่าเป็นคนชอบทางด้านฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มาตั้งแต่เด็ก พอตอนสอบเข้าเราก็มาดูว่าอะไรที่ตรงกับความชอบของเรามากที่สุด เราเป็นคนที่ชอบธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม ก็เลยเลือกเรียนมาทางด้านนี้ พอเข้ามาเรียนแล้วก็พบว่าการเรียนทางสาขานี้ก็คือการเอาวิชาเคมี ชีวะ ที่เราเรียนชั้น ม.ปลาย มาประยุกต์ใช้ในการรักษาสิ่งแวดล้อมเชิงลึกในการใช้งานจริง และยิ่งทำให้เรารู้ว่าโลกตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก อุณหภูมิโลกสูงขึ้น มีเหตุการณ์ทางธรรมชาติแปลกๆ เกิดขึ้น ก็เพราะสิ่งเหล่านี้มนุษย์เป็นคนทำ พวกเราทุกคนล้วนทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป มีคำๆ หนึ่งที่บอกว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว หมายความถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อโลก เราทิ้งขยะสู่ธรรมชาติกันคนละชิ้น เมื่อรวมกันปัญหาขยะก็เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นเราไม่ต้องรอให้ใครมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เราสามารถแก้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันที่ตัวเราเอง
ป๊อปแป๊ปเล่าให้พี่ๆ ฟังเรื่องการเรียนของเธอต่อว่า ด้วยความที่เป็นคนเรียนไม่เก่ง ปีแรกจึงเรียนได้เกรดเฉลี่ย 2 กว่าๆ แต่พอเรียนปี 2-3 ก็ขึ้นมาเป็น 3 กว่า แรกๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมปีหนึ่งถึงเรียนได้เท่านี้ทั้งที่วิชาปีหนึ่งจะง่ายกว่า พอขึ้นปี 2 ก็เริ่มแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ โดยอ่านหนังสือก่อนเข้าเรียนสักครึ่งชั่วโมงและอ่านซ้ำอีกครั้งหลังเลิกเรียน แล้วก็อ่านทวนอีกครั้ง 1 เดือนก่อนสอบ เพราะรู้ตัวเองว่าเราไม่ใช่คนเก่ง ดังนั้นจึงต้องขยันและอดทนกว่าคนอื่นๆ เวลาเรียนก็จะมีตารางท่องหนังสือไว้ในใจว่าสัปดาห์นี้จะทบทวนบทที่เท่าไหร่ เล่มไหนบ้าง และอ่านครบทั้งหมดอีกครั้งก่อนสอบ 1 เดือน ก็ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าวิชาจะยากขึ้นก็ตาม
แชมป์เชียร์ลีดเดอร์
“ตอนปีหนึ่งที่พี่ๆ เลือกให้เข้ามารับหน้าที่อยู่ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ของภาควิชา ก็รู้สึกภูมิใจแล้วก็กดดันพอสมควร เพราะลีดเดอร์ของภาควิชาเป็นแชมป์มาหลายสมัย จึงต้องฝึกซ้อมหนักมากเพื่อรักษาชื่อเสียงของภาควิชาและคณะ จำได้ว่าตอนนั้นซ้อมตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม บางวันก็ถึงตี 2 แต่สุดท้ายก็ได้เป็นแชมป์เชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยในที่สุด หลังจากนั้นก็ได้รับความไว้วางใจจากพี่ๆให้รับหน้าที่เป็นตัวแทนสถาบันเวลาออกงานโรดโชว์ ตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อแนะนำน้องๆ เรื่องการเข้าเรียนต่อในสถาบันกับน้องๆ ที่สนใจ
แม้ว่าเวลาอ่านหนังสือก็อาจจะน้อยลงไป แต่ถ้ามีเวลาว่างเล็กๆน้อยๆ ในระหว่างการซ้อม เราก็หยิบมาอ่านทบทวนเป็นครั้งคราวเท่าที่เวลาพอมีให้
ส่วนอนาคตอยากจะไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมต่างจังหวัดที่ได้เรียนมาเพื่อคุมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม ก็เป็นความฝันเล็กๆ ตามที่เราอยากจะเป็น แต่ว่าตอนนี้อยากจะลงเรียนภาษาที่ 3 ก่อน ก็ดูเป็นภาษาพม่า น่าสนใจ เพราะว่าพม่าเริ่มเข้ามาเมืองไทยเยอะ และเราอาจจะทำงานกับชาวพม่ามากขึ้น เป็นการเปิดภาษาอาเซียนไปในตัว และถ้าเป็นไปได้มีเวลาว่างก็อยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม”
โลกส่วนตัวของป๊อปแป๊บ
เห็นบุคลิกน้องป๊อปแป๊บจะเป็นคนร่าเริงแบบนี้ แต่เธอก็แอบมีโลกส่วนตัวอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ป๊อบแป๊ปบอกกับพี่ๆ ว่าเป็นคนที่ถนัดการออกกำลังกายคนเดียว เพราะเคยลองหลายๆ กีฬาแล้วรู้ตัวเลยว่าไม่ถนัดจริงๆ อย่างแบดมินตันที่ว่าง่ายๆ ก็ยังเล่นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นวิ่งจะวิ่งได้นานมากๆ ไม่รู้สึกเบื่อ หรือที่คนนิยมเล่นกันที่ผ่านมาอย่าง T25 ก็ชอบเล่นมาก ตอนปิดเทอมเล่นทุกวัน บางวันก็เล่น 2 คลิปซ้อนเอาให้เต็มที่ แล้วก็เล่นแบบออกฟูลคอร์ส ไม่ได้เล่นแบบเบาตามผู้หญิงที่อยู่ขวามือของจอด้วย อะไรที่เล่นคนเดียว ออกกำลังกายคนเดียว ป๊อปแป็บจะเล่นได้หมด
“มีเพื่อนๆ บอกเหมือนกันว่าเราเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่คนเดียว และมักจะมองโลกในแง่ร้าย บางบุคลิกเพื่อนก็บอกว่าเราเป็นคนหม่นๆ เพลงก็ชอบฟังเพลงช้าๆ เศร้าๆ ก็พยายามมองโลกในแง่ดีขึ้น อ่านหนังสือที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ คิดบวกมากขึ้น ภาพยนตร์ที่ชอบก็อย่างเรื่องกวน มึน โฮ ชอบที่เรื่องเหมือนจะดูสนุกแต่สุดท้ายก็ออกแนวเศร้า”
ส่วนแนวทางในการดำเนินชีวิตของป๊อปแป๊บก็คือทำตัวเองให้ดีที่สุด เพราะไม่มีใครทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้นอกจากตัวเราเอง เวลาที่เราเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เราต้องหยุดตั้งสติก่อน อย่าเพิ่งไปกระวนกระวาย คิดก่อน เพราะถ้ายิ่งรีบร้อนก็ยิ่งทำให้เราผิดพลาดมากขึ้น ดังนั้นชีวิตจึงควรมีการคิดเผื่อหรือวางแผนเอาไว้







