
ตัวเองเป็นใหญ่
สถานการณ์
สถานการณ์
“พราว” สาวสวยสุดเฉี่ยว เปรี้ยวสุดติ่ง ทำงานมายาวนานในฐานะครีเอทีฟไฟแรงแห่งบริษัทโฆษณา ใครๆ ก็รู้แจ้งประจักษ์จริงเรื่องความเก่ง เพื่อนพ้องน้องพี่ซูฮกให้ ส่วนเจ้านายนั้นไม่ต้องพูดเยอะ สั้นๆ พราวเป็นที่รักของเจ้านาย อะไรที่ว่ายากที่ว่าหินที่ว่าโหด พราวฝ่าด่านมาได้และก้าวไปถึงเป้าหมายตามใจประสงค์ ทว่ากว่าที่จ๊อบแต่ละชิ้นจะสำเร็จลุล่วง หรือได้รับคำชื่นชม เบื้องหลังช่างหนักหนาสาหัส เธอต้องฟาดพันฟาดงวงฟาดงาใส่กับเพื่อนร่วมงาน ยิ่งเฉพาะเมื่อการระดมความคิด พราวในฐานะเป็นศูนย์กลาง บอกเลยว่าไม่ง่าย นั่นเพราะเธอไม่เคยยอมใคร ถือตัวเองเป็นใหญ่ตลอด เสนอไอเดียอะไร เธอก็ขัดอย่างเดียว ไม่รับ ไม่เอา ไม่แคร์ ที่สำคัญ ยังไม่มีเหตุผลที่ปฏิเสธ เพียงแค่ให้คำตอบ ก็มันไม่โอเคอ่ะ ตรงกันข้าม เมื่อถึงเวลาที่เธอออกไอเดีย พอมีคนแย้งคนโต้ เธอกลับไม่ใส่ใจ เมินใส่ ตั้งป้อมไม่ยอมรับความคิดเห็นคนอื่นท่าเดียว ทำเอาคนข้างๆ พากันส่ายหน้า เอือมระอากับการตั้งตนเป็นใหญ่ของสาวเก่งรายนี้
ทางออก
คนอย่างพราวดูเหมือนจะมีอยู่ในทุกๆ สังคม เอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่เปิดรับเปิดใจความคิดเห็นคนอื่น แม้ว่าจะเก่งกาจสามารถ ถ้าเจอคนแบบนี้เข้า หลายคนก็พลอยอารมณ์เซ็ง ไม่ไหวจะเคลียร์กับพฤติกรรมไม่ไว้ใจใครและไม่ให้เกียรติคนอื่น พราวจะรู้ตัวมั้ยว่าเธอน่ะกำลังทำให้คนรอบข้างไม่แฮปปี้ สร้างความลำบากใจและอึดอัด ใครเกี่ยวข้องงานกับเธอ เป็นต้องไม่อยากปะทะ ถ้าเธอรู้ตัวว่าเป็นเช่นที่คนอื่นมอง ก็อาจเข้าข่ายบ้าอำนาจ เห็นตัวเองสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด แต่ถ้าเธอยังไม่รู้ตัว
เพื่อนร่วมงานนี่ล่ะต้องบอกต้องเตือน อะไรเหมาะไม่เหมาะ เตือนแล้วไม่เปลี่ยนไม่ปรับ ลองใช้วิธีกดดันด้วยพลังเสียงของทุกคน เสียงเดียวอาจไม่รู้สึก หลายเสียงต้องรู้สึกบ้างว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นไม่ใช่แค่กระทบใจเพื่อนร่วมงาน แต่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีของคนทั้งออฟฟิศ รวมทั้งงานที่รับผิดชอบอยู่ในระยะยาวก็พานจะบรรลัยในไม่ช้า







