
แง่มุมของความแก่
...คุณสลิต
ท่านผู้อ่านที่เคารพ สิ่งหนึ่งที่สังคมของเราปรารถนาอย่างยิ่งก็คือ ความไม่แก่ ความเป็นหนุ่มสาว จะเห็นได้จากสินค้ามากมาย ทั้งที่เป็นอาหารและยาที่อ้างสรรพคุณบำรุงกำลัง คืนความสดใส เครื่องสำอางมากมายที่ใช้เพื่อชะลอความแก่และริ้วรอยต่างๆ อีกทั้งยังมีคลินิกเสริมความงามช่วยลดร่องรอยของความแก่อยู่เต็มเมือง จึงเป็นความจริงที่ว่า คนเรากลัวความแก่
แต่อย่างไรเสียความแก่ หรือ
“ชรา” นั้นในทางธรรมแล้วเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะอะไร ? ก็เพราะว่าเมื่อล่วงขณะที่เราเกิดมาแล้ว เราก็แก่ลงทันที เพราะชราเป็นผลของ “ชาติ” เพราะอาศัยชาติเป็นเหตุ ชราก็ตามมา นี่เป็นหลักของ “ปฏิจจสมุปบาท”กล่าวคือ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นแล้วผลย่อมตามมา เป็นความเกี่ยวเนื่องกัน ระหว่างเหตุและผลต่างๆ แต่เราจะเห็นความเป็นไปหรือไม่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“
ชรา” ที่เป็นผลของชาตินี้ ได้แก่ ความแก่ของโลกียวิบาก และกัมมชรูป (หมายถึง รูปธรรมที่เกิดจากกรรม) คือ เมื่อวิบากและกัมมชรูปเหล่านี้เกิดขึ้นเป็น “ชาติ” แล้ว ย่อมมีขณะที่ตั้งอยู่ เรียกว่า “ฐิติ” และฐิติขณะของโลกียวิบากและกัมมชรูปนี้เองเรียกว่า “ชรา”ดังนั้น ทั้งนามและรูปเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ถึงความตั้งอยู่ในลำดับต่อมา ขณะที่กำลังตั้งอยู่หรือเป็นไปอยู่นั้น ก็เรียกว่า
“ชรา” แล้วแต่การที่คนส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยเห็น
“ชรา” หรือความแก่ในวัยเด็กหรือหนุ่มสาวนั้น นั่นเป็นเพราะชรามีหลายประเภท บางประเภทเป็นความชราที่ปกปิด ยังไม่ปรากฏอาการให้เห็น แต่ก็ไม่ใช่ว่าความชราไม่เป็นไป วันนี้ MQ จึงขอนำเอาเรื่องของความชราที่มีถึง 9 อย่าง คือวโยวุทธิชรา คือ ความชราที่เกิดขึ้นตามลำดับ โดยมีอาการปรากฏต่างๆ เช่น ผมหงอก ฟันหัก หนังเหี่ยว เส้นเอ็นปรากฏ หลังโกง เป็นต้น
สันตติชรา คือ ความแก่ของรูปนามที่เกิดขึ้นติดต่อกันเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย จนถึงตาย อุปมาเหมือนคนที่เป็นไข้ ในขณะที่ไข้กำลังขึ้นนั้น เปรียบได้กันสันตติชาติ เมื่อไข้ค่อยๆ ลดลง เปรียบได้กับสันตติชรา
ขณิกชรา คือ ฐิติขณะของรูปและนามที่ปรากฏเกิดขึ้นสืบต่อกันโดยอาการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ที่เป็นขณะเล็ก
ปากฎชรา คือ ความชราที่ปรากฏชัด ได้แก่ วโยวุทธิชรานั้นเอง
ปฏิจฉันนชรา คือ ความชราที่ปกปิดไม่สามารถมองเห็นได้ ได้แก่ ความชราของนามธรรม
อวีจิชรา คือ ความชราที่ไม่มีทางรู้ได้ ได้แก่ ความเสื่อมของแก้ว หิน พระอาทิตย์ พระจันทร์ เด็ก หญิงสาว ชายหนุ่ม เป็นต้น
สวีจิชรา คือ ความแก่ที่มีทางให้รู้ได้ ได้แก่ ความเสื่อมของรถ บ้าน สถานที่ต่างๆ วัตถุสิ่งของต่างๆ และคนแก่ สัตว์แก่ ต้นไม่แก่ เป็นต้น
ปรมัตถชรา คือ ฐิติขณะของรูปและนาม เหมือนขณิกชรา
บัญญัตติชรา คือ ความชราต่างๆ ที่นอกจากขณิกชรา
โดยทั่วไปแล้วชรา ที่ปรากฏจะปรากฏแก่คนที่มีอายุมากๆ เพราะ ชรา ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
“แก่ขึ้น” (อภิกกมชรา) กับ “แก่ลง” (ปฏิกกชรา)เมื่อเด็กแก่ขึ้น ก็คือโตขึ้น ตามลำดับ จนกระทั่งสุดเขต ก็จะแก่ลงตามลำดับ
เมื่อแก่ลง อาการผมหงอก ฟันหัก หนังเหี่ยว ตามัว จะปรากฏ จนกระทั่งตาย
ที่เป็นเช่นนี้เพราะอำนาจของ ชิรณเตโช คือ เตโชธาตุหรือธาตุไฟ ที่ทำให้เสื่อมโทรม
เมื่อเราทั้งหลายมีความแก่เป็นธรรมดา และมีอยู่ทั่วทุกคนตั้งแต่เด็กมาแล้วนั้น เราจึงไม่ควรประมาท ไม่ว่าความชราจะปรากฏแก่เราแล้วหรือไม่ ปรากฏมากปรากฏน้อย เพียงใด เราไม่ควรประมาทเลย ไม่ควรจะมานั่งกลัวต่อความชราให้มากจนเกินไป เพราะมันเป็นธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ควรใช้ความชราโดยเฉพาะที่ปรากฏให้เห็นนั้นเป็นเครื่องเตือนใจให้เร่งรีบ กระทำความดี สร้างบุญกุศล และละเลิกการกระทำบาป
เพราะต่อจากชรา ก็คือ
“มรณะ” นั่นเอง เมื่อนั้นก็สายเสียแล้ว... ถ้าท่านกลัวความชราจริงๆ แล้ว ควรมาสร้างเหตุให้ไม่เกิดอีกจะดีกว่า เพราะเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ การแก้ทางโลกนั้นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ อย่างดีก็แค่ชะลอความปรากฏของความชราลงได้บ้างเท่านั้นเอง ...
เพราะเมื่อเกิดมาแล้วจะมาแก้ไม่ให้ชรานั้นทำไม่ได้เลย







