
ชุดขาวหักปีกหงส์
เป็นคิวของฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม บิ๊กแมตช์ “หงส์แดง” เปิดแอนฟิลด์รับ “ราชันชุดขาว”
โดย...ราชันเบอร์ 23
เป็นคิวของฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม บิ๊กแมตช์ “หงส์แดง” เปิดแอนฟิลด์รับ “ราชันชุดขาว” ทั้งสองทีมใส่กันเต็มที่แน่ แฟนบอลห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!!
กลุ่มบี
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) เรอัล มาดริด (สเปน)
สนาม : แอนฟิลด์ เวลา : 01.45 น.
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มี 3 คะแนน มีปัญหาในการจัดทีมเล็กน้อยเมื่อจะไม่มี ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ มามาดู ซาโก้ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ แต่ข่าวดีคือ โจ อัลเลน น่าจะฟิตกลับมาทันลงสนามและได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงด้วย ขณะที่แดนหน้า มาริโอ บาโลเตลลี จะได้รับโอกาสเป็นตัวจริงต่อไป แม้ฟอร์มช่วงหลังจะไม่ดี โดยจะได้ประสานงานกับ ราฮีม สเตอร์ลิง และ อดัม ลัลลานา ในแนวรุก
“มันเป็นงานหนักสำหรับเรา มาดริดเป็นทีมที่มีนักเตะระดับเวิลด์คลาสหลายคน เราจะไม่จับตายใครเป็นพิเศษ โรนัลโดเป็นนักเตะที่พิเศษ พัฒนาการของเขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วิธีการที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นยอดดาวยิงเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ เราจำเป็นต้องหาทางหยุดเขา แต่มันก็ยังมีอันตรายในตำแหน่งอื่นๆ ของสนาม คุณมี โมดริช, โครส นักเตะที่มีเทคนิคมหัศจรรย์ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งบอลสั้นและยาว แต่เราก็มีกองเชียร์หนุนหลัง ผมจะกระตุ้นให้พวกเขาทำหน้าที่ให้ดีเพื่อแฟนบอล” ร็อดเจอร์ส กล่าว
ขณะที่ ริกกี แลมเบิร์ต กองหน้าจอมเก๋าของลิเวอร์พูล เชื่อว่าการเล่นที่แอนฟิลด์และมีแฟนหนุนหลังมีสิทธิที่จะช่วยให้ทีมชนะ
“นี่คือสโมสรลิเวอร์พูล และนี่คือเรา เราไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกมาหลายปี แต่นักเตะทุกคนจะรู้สึกเหมือนบ้านในเกมนี้ มันไม่มีเกมไหนใหญ่กว่า เรอัล มาดริด อย่างไรก็ตามเราสามารถเอาชนะทุกทีมได้ โดยเฉพาะการเล่นที่แอนฟิลด์ เมื่อแฟนตะโกนหนุนเราเต็มเสียง ผมรู้พวกเขาเป็นทีมที่ยากจะแพ้” อดีตกองหน้าเซาแธมป์ตัน กล่าว
ด้าน เรอัล มาดริด จ่าฝูงเก็บชัย 2 นัดรวด มีปัญหาในการจัดทัพ เมื่อจะไม่มี แกเร็ธ เบล ที่มีอาการบาดเจ็บที่สะโพกรบกวน โดยคาดว่า อิสโก จะได้รับโอกาสลงสนามแทนและดัน ฮาเมส โรดริเกซ ขึ้นไปเล่นในแดนหน้าประสานงานกับ คริสเตียโน โรนัลโด และ คาริม เบนเซมา ขณะที่ เซร์คิโอ รามอส จะกลับมามีชื่อในทีมอีกครั้ง
“เราจะไม่ประมาททีมอย่างลิเวอร์พูลแน่ สมัยผมคุมเชลซี เราเคยเจอกันหลายครั้ง มันไม่ง่ายแน่ในการไปเยือนแอนฟิลด์” คาร์โล อันเชล็อตติ กล่าว
ความน่าจะเป็น : ฟอร์มต่างกันลิบลับ “หงส์แดง” ได้เปรียบแค่เล่นในบ้านเท่านั้น ทรงบอล ความสามารถนักเตะ สู้ “ราชันชุดขาว” ไม่ได้แน่ หากคิดจะแลกหมัดมีแต่เจ็บตัว
สกอร์ที่คาด : เรอัล มาดริด บุกชนะ 3-0
กลุ่มดี
อันเดอร์เลชต์ (เบลเยียม) – อาร์เซนอล (อังกฤษ)
สนาม : สต๊าด ค็องสต็องท์ ฟานเดน สต๊อค เวลา : 01.45 น.
อันเดอร์เลชต์ มีแค่แต้มเดียว จำเป็นต้องชนะหากต้องการเข้ารอบ เกมนี้จะไม่มี ฟาบริซ เอ็นซากาลา ที่บาดเจ็บหัวเข่า แต่จะได้ตัว แอนโธนี ฟานเดน บอร์เร กองหลังตัวเก่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้ เจ้าบ้านมีสถิติที่ไม่ดีนักในการพบกับทีมจากอังกฤษ โดยสถิติเจอทีมจากเกาะอังกฤษ 28 ครั้ง เก็บชัยได้เพียง 6 ครั้งเท่านั้น
“อาร์เซนอลเป็นทีมที่ดีในยุโรป แต่เราได้เล่นในบ้านท่ามกลางแฟนบอล แม้ว่าสถิติที่ผ่านมาเรามักจะทำผลงานไม่ดีเมื่อเจอกับทีมจากอังกฤษ สถิติมีไว้ทำลาย ผมเชื่อว่าหากนักเตะเล่นได้ตามแผน และทุ่มเทเหมือนตอนฝึกซ้อมเราจะเก็บชัยได้ในที่สุด” เบสนิค ฮาซี กุนซืออันเดอร์เลชต์ กล่าว
ด้านอาร์เซนอลมี 3 แต้ม มีปัญหาในการจัดทีมพอสมควร เมื่อจะไม่มี วอจเซียค เชสนีย์ ที่ติดโทษแบน ขณะที่ ดาบิด ออสปินา ก็ยังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ดาวรุ่งอย่าง เอมิเลียโน มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูมือ 3 จะได้ลงเฝ้าเสาในรอบ 2 ปี เช่นเดียวกับแนวรับ คัลลัม แชมเบอร์ส จะได้เป็นตัวจริงแทน โลร็องต์ กอสเซียลนี ที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่แนวรุกยังคงมี แดนนี เวลเบ็ค เป็นตัวทีเด็ดเช่นเคย
“เรามีปัญหานักเตะเจ็บหลายตำแหน่ง ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวได้มาก แต่เราต้องการ 3 แต้ม ได้กำชับให้นักเตะทุกคนมุ่งมั่น” เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส กล่าว
ความน่าจะเป็น : อาร์เซนอลมีปัญหานักเตะเจ็บหลายราย เห็นได้ชัดในเกมไล่ตีเสมอฮัลล์ 22 แต่ยอมรับว่า เวลเบ็ค ยังเป็นตัวทีเด็ด น่าจะสร้างความปั่นป่วนให้กองหลังคู่แข่งได้
สกอร์ที่คาด : อาร์เซนอล ชนะ 2-1







