
กับดักตัวเลข
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ไม่รู้จะเชื่อใครดี!!!
จากที่เคยฝังหัวกันมานมนานว่าการออกกำลังกายให้ได้ประสิทธิภาพคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อทุกหยดที่เสียไป จะต้องทำต่อเนื่องเกินอย่างน้อย 30 นาที
เหตุผลก็เพราะเป็นเวลาที่เพียงพอจะเผาผลาญพลังงานจนถึงระดับที่สามารถไปดึงเอาพลังงานสะสมที่แปรรูปเป็นไขมันออกมาใช้
บ้างก็ว่าหาก หัวใจ ปอด ตับ ม้าม ฯลฯ ได้เอ็กเซอร์ไซส์ได้เกิน 30 นาที จะทำให้ระบบกลไกในร่างกายได้ฟิตแอนด์เฟิร์ม เลือดลมสูบฉีดปรี๊ดปร๊าด
บ้างก็ว่า ช่วยลดอัตราเสี่ยงหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ ป้องกันความเสี่ยงเกิดเบาหวาน ป้องกันความดัน ป้องกันกระดูกพรุน
ทว่าสูตร 30 นาทีที่ว่านี้ ยังต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอให้ได้ 34 ครั้ง/สัปดาห์ ถึงจะเห็นผลเป็นที่ประจักษ์
แต่กระนั้นก็มิวายจะมีเสียงทักท้วงว่าสูตรนี้อาจะเบาเกินไป มิช่วยให้ร่างกายผอมเพรียวได้ทันตา ถ้าจะให้ดีต้องเพิ่มเวลาเป็น 4560 นาที
แต่ความเชื่อนี้กำลังถูกท้าทาย...
เริ่มตั้งแต่ T25 หลักสูตรติวเข้มที่ถูกยกให้เป็นไบเบิลของคนอยากหุ่นดี แต่ไม่มีเวลา ออกมาลบล้างความเชื่อเดิมๆ
เมื่อ Shaun T เทรนเนอร์ชื่อดังที่คิดค้นสูตรออกกำลังกายวันละ 25 นาที ต่อเนื่อง 5 วัน/สัปดาห์ ติดต่อกัน 60 วัน แถมโฆษณาว่าได้ผลเหมือนออกกำลังกาย 1 ชม.เต็ม
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม T25 ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ปลุกคนออกมาขยับแข้งขยับขาได้อย่างทรงพลัง แม้จะเป็นกระแสที่มาไวไปไว มีทั้งฝ่ายที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว
น่าสนใจตรงระยะเวลา 5 นาทีที่ถูกลดทอนลงไปจากมาตรฐานการออกกำลังกาย 30 นาทีนั้น ต้องถูกทดแทนด้วยรูปแบบการออกกำลังกายที่เข้มข้นมากขึ้น
อีกด้านหนึ่งความเข้มข้นดังกล่าวกลับถูกมองว่าคาบเกี่ยวกับความหักโหมที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้บาดเจ็บมากกว่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรง แถมยังเป็นอันตรายกับคนบางกลุ่มโดยเฉพาะพวกที่มีโรคประจำตัว
ทั้งที่จะว่ากันจริงๆ แล้ว 5 นาทีที่หายไป จาก 30 นาที แทบไม่มีความหมายสลักสำคัญอะไรมากนักเป็นแค่กิมมิกเล็กๆ ที่ถูกปั้นมาเป็นหนึ่งในจุดขาย
ล่าสุด Anna Altman เทรนเนอร์ดังจากนิวยอร์ก ออกมานำเสนอวิธีการออกกำลังกายแนวใหม่ใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาที ก็ได้ประสิทธิภาพเท่าแบบครึ่งชั่วโมง
แน่นอนว่าระยะเวลาแค่ช่วงต้มบะหมี่สุกนี้ ย่อมเป็นที่เคลือบแคลงว่าจะสามารถบรรจุรูปแบบการออกกำลังกายที่ทรงพลานุภาพได้เท่ากับการออกกำลังกาย 30 นาที
ยิ่งน่าตกใจเมื่อไปดูรายละเอียดแต่ละท่า ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 30 วินาที อาทิ หมุนแขน วิดพื้น ยืดแขน ฯลฯ ที่เทรนเนอร์บรรยายสรรพคุณว่าจะทำให้หัวใจเต้นแรง ปอดแข็งแรง ใช้กล้ามเนื้อเต็มที่ เผาผลาญไขมันได้ในระดับสุดยอด แม้จะเน้นไปที่แขนก็ยังช่วยเผาผลาญแคลอรี แถมทำให้พุงแบนราบ
ไม่เพียงแค่หลักสูตรกวดวิชาออกกำลังกายจากสองเทรนเนอร์นี้เท่านั้น ปัจจุบันคอร์สเร่งด่วนของคนอยากออกกำลังกายแต่มีเวลาน้อยมีเกลื่อนกลาดอยู่ในโลกไซเบอร์
แค่ลองเคาะคำว่า HIIT หรือ High Intensity Interval Training สารพัดหลักสูตร แต่ละท่วงท่าการออกกำลังกายก็จะไหลออกมาให้ดูอยู่ตรงหน้า มีให้เลือกตั้งแต่คอร์สสั้นมากสั้นน้อย 525 นาที
แถมการันตีสรรพคุณครอบจักรวาล ลดไขมัน ลดความอ้วน กระตุ้นระบบการเผาผลาญ มากกว่าคาดิโอธรรมดา อย่างเช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ถึง 9 เท่า เหมาะกับทั้งคนต้องกาฟิตหุ่นไปจนถึงเรียกความฟิตนักกีฬา
ยิ่งคิดยิ่งมีคำถาม ทั้งสงสัย ทั้งเคลือบแคลง
ไม่ว่าจะเรื่องสรรพคุณของท่วงท่าลีลาการออกกำลังกายสุดวิเศษที่แสนจะธรรมดา แค่เรียงร้อยมาไว้เป็นเซตเดียวกัน จะสามารถกลับกลายเป็นสุดยอดเคล็ดลับวิชา ที่คนทั่วทั้งบู๊ลิ้มต่างถวิลหาให้ได้ครอบครอง
ถ้าจริง จอร์จ กับ ซาร่า คงต้องอุทานว่า “โอ้จอร์จ สุดยอดมาก” และปิดกิจการขายเครื่องออกกำลังกายสุดวิเศษไปทำมาหากินอย่างอื่น
นอกจากเรื่องสรรพคุณว่าจะสามารถเห็นผลได้จริงหรือไม่ ทำได้จริงหรือไม่แล้ว แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือประเด็นสังคมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบนี้ แม้แต่กิจกรรมอย่างการออกกำลังกายยังต้องตระหนี่กันถึงขนาดนี้เชียวหรือ
สัดส่วนเวลาที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ควรจะถูกปรับลด น่าจะเป็นเวลาที่ใช้ไปกับด้านอื่นๆ เพื่อมาเพิ่มให้กับการออกกำลังกายหรือไม่
คล้ายกับตลกร้ายของนักธุรกิจคนหนึ่ง ตอนเช้าเขามักวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำในเส้นทางที่คุ้นเคย วันหนึ่งเกิดค้นพบทางลัด ที่พาตัวเขาถึงจุดหมายเร็วขึ้น ประหยัดทั้งเวลา ประหยัดทั้งแรง และเลือกใช้เส้นทางนี้มาตลอด
การประเมินความคุ้มค่าของแต่ละสิ่งในชีวิตจึงไม่อาจวัดได้ด้วยไม้บรรทัดอันเดียวกันไปซะทั้งหมดทุกเรื่อง
ในวันที่สังคมกำลังตั้งไข่ “ปฏิรูป” หลายคนยังดูจะสนใจให้น้ำหนักกับ “เปลือก” มากกว่า “แก่น” มาถกเถียงเอาเป็นเอาตายกับจำนวน สส. มากกว่าสนใจระบบคัดกรอง ไปจนถึงระบบควบคุมการทำงาน
แน่นอนในมุมหนึ่ง “ตัวเลข” เสียงของ สส. ถือว่ามีความสำคัญ หากพรรคไหน กลุ่มการเมืองไหนสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ย่อมสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และควบคุมกลไกการทำงานในสภา
ที่ผ่านมาจึงเกิดปัญหาไล่ซื้อตัว ควบรุม ยุบรวมพรรค เพียงเพื่อให้ได้เสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเกินครึ่งไม่มีปัญหากวนใจในการขับเคลื่อนต่างๆ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นปัญหาเผด็จการเสียงข้างมากไม่ฟังเสียงข้างน้อย
นี่จึงเหมือนกลายเป็นโจทย์ที่ต่างฝ่ายต่างคิดหาสูตรที่มา สส. สว.ให้ตอบโจทย์ของตัวเอง ด้านนักการเมืองก็ต้องการคิดสูตรให้ตัวเองได้เปรียบในการโหวต ทั้งจำนวน สัดส่วนที่มา อีกฝั่งต้องการจำกัดอำนาจนักการเมือง จึงโยนข้อเสนอต้องการให้ลดจำนวน สส.ระบบเขต เพิ่ม สส.ระบบสัดส่วน มาแก้ปัญหา
แต่บทเรียนที่ผ่านมายืนยันด้วยตัวเองมาโดยตลอดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนตัวเลข เพราะแม้จะผ่านทั้งระบบ 400/100 375/125 ปัญหาไม่ได้ลดลงแถมยังหนักข้อมากขึ้น
ตรรกะที่ดูจะมีปัญหาเช่นนี้ย่อมไม่อาจคาดหวังผลลัพธ์ที่จะออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการออกกำลังกาย หรือจำนวน สส. จึงอาจจะเป็นเพียงแค่กับดักทางตัวเลขที่ทำให้เราติดอยู่ในวังวน ยากจะก้าวพ้น







