posttoday
‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

13 ตุลาคม 2557

4 ปีติดต่อกัน ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ทำการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ตั้งแต่ปี 2555

โดย...พริบพันดาว

4 ปีติดต่อกัน ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ทำการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ตั้งแต่ปี 2555 เรื่อยมาจนถึงปี 2557 นี้ จำนวนปีละ 25 เรื่อง รวมแล้วถึงปัจจุบันก็มี “ภาพยนตร์ไทย” ที่เป็นมรดกชาติทั้งหมด 100 เรื่อง และจะเพิ่มอีกปีละ 25 เรื่องไปทุกปีในอนาคต

แน่นอน คณะกรรมการพิจารณาตัดสินภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ มีหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ มีด้วยกัน 5 ข้อ

1 คุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำ เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสถานที่ กาลสมัย บุคคล เหตุการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับคนไทยและสังคมไทยในมิติต่างๆ เช่น มานุษยวิทยา สังคมวิทยา เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ทั้งในฐานะปัจเจกและกลุ่มหรือมวลชน สามารถทำให้ผู้ชมเข้าถึงและเข้าใจมิติเหล่านั้นในเชิงประวัติศาสตร์หรือความทรงจำ

2 คุณค่าทางศิลปะภาพยนตร์ เป็นผลงานภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์อันแสดงถึงศิลปวิทยาทางด้านภาพยนตร์

3 มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เป็นภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความคิดริเริ่ม หรือไม่มีแบบอย่างมาก่อนในภาพยนตร์อื่นๆ เช่น การนำเสนอของภาพยนตร์นั้นๆ ไม่ว่าการถ่ายทำ การแสดง การตัดต่อ ฯลฯ

4 บูรณภาพ คือความสมบูรณ์ครบถ้วนของผลงานภาพยนตร์ตรงตามต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ ภาพยนตร์ที่ออกฉายแล้วอาจถูกตัดทอน ถูกเสริมเติมแต่งเพิ่มเติม ถูกดัดแปลงไปด้วยเหตุต่างๆ

5 อิทธิพลต่อคนและสังคม ภาพยนตร์ที่สามารถส่งผลกระทบโดยตรง หรือโดยอ้อมต่อปัจเจกชน หรือต่อสังคม ไม่ว่าด้านพฤติกรรม ความคิด ความเชื่อ อารมณ์ ฯลฯ อาจก่อให้เกิดกระแสสมัยนิยม เกิดการเปลี่ยนแปลงค่านิยม ขนบธรรมเนียม ไม่ว่าชั่วระยะสั้นหรือยั่งยืนนาน

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

 

มาดูกันว่า 100 เรื่องที่คัดสรรกันไป รวมทั้งล่าสุดปี 2557 นี้ ที่เพิ่มเข้ามา อาทิ ร.5 เสด็จประพาสกรุงสตอกโฮล์ม, เสด็จอินโดจีน พ.ศ. 2473, Siamese Society, Sound Patch Work, ปัตตานีในอดีต, ข้าวกำมือเดียว , พรายตะเคียน, งานวันชาตะ นายพลตรี หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบ วังสวนกุหลาบ, พี่ชาย, จำเริญจิมมี่, สันติวีณา, ชั่วฟ้าดินสลาย, เศรษฐีอนาถา, รักริษยา, หาบข้าว นวดข้าว สีข้าว แต่งงานภาคใต้, ตลาดพรหมจารีย์, สำเพ็ง, คนทรงเจ้า, คนเลี้ยงช้าง, กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้, กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้, นางนาก, ดอกฟ้าในมือมาร, มนต์รักทรานซิสเตอร์, แฟนฉัน

ทั้งหมดได้รับการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมและวงการภาพยนตร์กันมากน้อยแค่ไหน

เสียงสะท้อนคนวงการหนัง

การพิจารณาทั้ง 4 ปีที่ผ่านมาถึงการขึ้นทะเบียนภาพยนตร์เป็นมรดกของชาติ ต่อสกุล ถิระพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มองว่า เมื่อกล่าวถึงภาพยนตร์ ผู้คนส่วนมากมักจะนึกถึงด้านความบันเทิงเป็นหลักมานาน แต่ว่าที่จริงแล้วภาพยนตร์ก็มีความสำคัญในฐานะบันทึกทางประวัติศาสตร์อยู่ด้วย

“ดังนั้นหลายประเทศจึงมีการจัดตั้งหอภาพยนตร์เพื่อเก็บรักษาและเสาะหาภาพยนตร์ทุกประเภท ในประเทศไทยก็ตระหนักถึงความสำคัญของภาพยนตร์เช่นกันจึงมีตั้งหอภาพยนตร์ตั้งแต่ พ.ศ 2527 เป็นต้นมา การขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติที่จัดมาเป็นครั้งที่ 4 ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ให้ความสำคัญแก่ภาพยนตร์ในฐานะบันทึกทางประวัติศาสตร์ เมื่อดูรายชื่อภาพยนตร์ 25 เรื่อง จะพบว่าภาพยนตร์ที่ขึ้นเป็นมรดกภาพยนตร์แห่งชาตินั้นมีความน่าสนใจเพราะเป็นภาพยนตร์ที่น่าสนใจในแง่ประวัติศาสตร์เป็นหลัก เช่น ร.5 เสด็จประพาสกรุงสตอกโฮล์ม ถือได้ว่า ร.5 เป็นคนไทยคนแรกที่ปรากฏในภาพยนตร์ก็ว่าได้ งานบันทึกภาพแนะนำส่วนงานต่างๆ ของสถานีวิทยุกระจายเสียงวังพญาไท ซึ่งเป็นสถานีวิทยุแห่งแรกของไทย”

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

 

ต่อสกุล บอกต่อว่า ในขณะเดียวกันก็มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจในแง่ศิลปะภาพยนตร์เป็นหลักปรากฎอยู่ด้วย เช่น “แฟนฉัน” ที่ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของค่ายหนังจีทีเอช รวมถึงสะท้อนภาพสังคมไทยในยุคหนึ่งพร้อมกับให้กำเนิดผู้กำกับที่มีความโดดเด่นอีกหลายๆ คน และ “ดอกฟ้าในมือมาร” เป็นหนังยุคแรกๆ ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในเชิงภาพยนตร์ทดลอง

“เมื่อมองการจัดงานขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติทุกๆ ปี จะพบว่าภาพยนตร์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติจะมีการผสมผสานภาพยนตร์ในยุคเก่าและใหม่อย่างน่าสนใจ น่าจะทำให้คนทั่วไปที่สนใจสามารถรับชมทั้งภาพยนตร์เก่าและใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่หอภาพยนตร์ต้องการในแง่ของการเผยแพร่ได้เป็นอย่างดี”

ในส่วนของบุคลากรที่คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาหลายบริษัท อย่าง พรชัย ว่องศรีอุดมพร กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส บอกว่า ต้องทำความเข้าใจกันก่อนในความหมายของภาพยนตร์ ในที่นี้หมายถึงการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาต่างๆ เป็นภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์ข่าว หรือภาพยนตร์บันเทิงก็ดี ถือว่าเป็นภาพยนตร์

“ผมเห็นด้วย ถ้าเราจะเก็บรักษาและอนุรักษ์ภาพยนตร์เหล่านี้ไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา และเข้าใจความเป็นมาของประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ถ้าถามถึงเห็นด้วยหรือไม่ว่าต้องนำภาพยนตร์เหล่านี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ เพื่อตอบโจทย์ว่าต้องอนุรักษ์ไว้และเป็นการยืนยันว่าไม่มีวันสูญหายอีกต่อไป ข้อนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่ผมยังมีคำถาม คือ หนึ่งทำไมต้องจำกัดเพียงปีละ 25 เรื่องต่อปี สองหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกที่เปิดกว้างมาก และสามภาพยนตร์ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติมีความพิเศษอย่างไร?”

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

 

น้อมรับ ‘ไม่ใช่การคัดเลือกอย่างสมบูรณ์แบบ’

“การที่จะตัดสินว่าหนังดีหนังเลวมันไม่แน่นอน อาจจะเลวในปัจจุบันแต่ในอนาคตคนอาจจะเห็นเป็นของดี หนังที่ดีในปัจจุบัน ในอนาคตอาจจะมีการเห็นว่าไม่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้นเราไม่ตัดสินแทนคนอนาคต แต่เราตัดสินว่ามันมีคุณค่าในปัจจุบัน มันมีอิทธิพลต่อคนยุคปัจจุบันหรือในยุคสมัยของมัน ก็ควรขึ้นทะเบียนเพื่อไม่ให้มันสูญหายเพื่อให้คนได้มาศึกษาเรียนรู้ ตรงนี้เราไม่ถือเป็นปัญหา แต่เราก็น้อมรับฟังทุกความเห็น เพราะไม่มีใครทำอะไรได้สมบูรณ์ที่สุด แล้วค่อยๆ ปรับจุดบกพร่องจุดอ่อน โดม สุขวงศ์ ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เปิดประเด็นของการ พิจารณาตัดสินภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

“ยังไม่ได้ยินเรื่องปัญหาในครั้งนี้ แต่ครั้งแรกๆ ก็มีบ้าง มีคนที่แสดงความเห็นอย่างทำไมที่ได้ไม่เห็นดีเลย ทำไมเรื่องโน้นไม่ได้ อะไรต่างๆ นานา แต่เมื่อมาครั้งหลังๆ คนก็เริ่มเข้าใจ เราไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติทั้งหมด หนังที่ดีเราก็เลือกมา ก็คล้ายศิลปินแห่งชาติ เราก็เลือกมาแต่ก็มีข้อจำกัดเลือกได้ประมาณปีละ 25 เรื่อง”

โดม บอกว่า คณะกรรมการพิจารณาตัดสินจะเปลี่ยนไปทุกปี เพราะต้องการความหลากหลาย

“โครงการนี้เราเลียนแบบมาจากสหรัฐอเมริกา เขาจะประกาศเป็นรัฐบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.ของสภาคองเกรสเลย แล้วเกณฑ์ที่จะมาตัดสินในการขึ้นทะเบียนว่าหนังเรื่องไหนสมควรได้รับการขึ้นทะเบียนก็มีอยู่ 45 ข้อ ก็คล้ายๆ กับทางสหรัฐ เช่นหนังเรื่องนั้นต้องมีคุณค่าในทางศิลปะ หรือในทางที่มีบทบาทมีอิทธิพลต่อสังคมต่อบุคคล และเสี่ยงทีต่อการที่จะสูญเสีย หรือสูญหาย ยิ่งจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเพื่อเก็บรักษาไว้ ความสมบูรณ์ของฟิล์ม เช่น มีเต็มทั้งเรื่อง ซึ่งบางเรื่องจะเหลือไม่ถึง อย่างที่ขึ้นทะเบียนไป หนังเรื่อง “โชคสองชั้น” มีฟิล์มแค่ 1 นาทีเท่านั้น จากความยาวเต็ม 70 นาที ซึ่งกรรมการอาจจะเห็นว่าเป็นหนังที่หายาก เป็นหนังเรื่องแรกที่มีพระเอกนางเอกเดินเรื่อง อุตส่าห์เหลือตั้ง 1 นาที เหมือนกับไดโนเสาร์ที่ค้นพบกระดูกแค่นิดเดียว แต่จากชิ้นนี้ทำให้นักโบราณชีววิทยาสามารถต่อเป็นไดโนเสาร์ทั้งตัวได้ เขาก็ยอมขึ้นทะเบียนให้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีหนังให้ดูได้อยู่ ไม่ใช่มีแต่วิญญาณ ต้องมีชิ้นส่วนเพื่อขึ้นทะเบียนแม้จะมีไม่เต็ม

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

 

“หนังที่ยังมีความร่วมสมัยอยู่ อย่างเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หนังเรื่อง “ลุงบุญมีกลับชาติมาเกิด” มีคนบอกว่าไม่เห็นเก่าเลย หนังเพิ่งผ่านไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เรื่องคุณสมบัติเขาก็มีเข้าเกณฑ์หลายข้อมีคุณค่าทางศิลปะ เป็นประวัติการณ์เพราะเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้รางวัลระดับโลก อีกข้อหนึ่งที่ทำให้คณะกรรมการตัดสินใจง่ายขึ้นก็คือ เสี่ยงต่อการสูญเสีย เพราะในประเทศไทยไม่มีต้นฉบับเหลืออยู่ เพราะเขาทำส่งต่างประเทศ และเราเคยมีตัวอย่างหนังบางเรื่องที่ฟิล์มเนกาทีฟเสีย มีก๊อบปี้ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเมื่อมีคุณสมบัติด้านอื่นอยู่แล้ว และมีความเสี่ยงที่จะไม่มีฟิล์มเก็บไว้ แม้จะไม่ใช่หนังเก่ามากเราก็ขึ้นทะเบียน เพราะจะได้เก็บรักษาไว้ในเมืองไทย พยายามขอต้นฉบับหรือก๊อบปี้ที่ดีที่สุดมาเก็บไว้”

การดำเนินการพิจารณาขึ้นทะเบียนภาพยนตร์เป็นมรดกของชาติที่ทำมา 4 ปีแล้ว ผลสุดท้ายนอกจากได้ขึ้นทะเบียนหนังแล้ว ก็เป็นปรากฏการณ์ว่าหนังได้ผลในการสร้างความเข้าใจทำให้เกิดความตระหนักของประชาชนว่า มันมีค่าเป็นมรดกของชาติเหมือนกับจิตรกรรม ประติมากรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ ถ้าไม่เก็บจะสูญหายไป โดม ขยายความถึงหนังที่ยังมีความร่วมสมัย หรือยังใหม่อยู่แต่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติว่า

“หนังแฟนฉัน ก็เหมือนกับสองปีที่แล้วที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร เรื่อง“7 ยอดมนุษย์”คนก็บอกว่ามันไม่เห็นเป็นหนังดีอะไร ไม่น่าจะถึงขั้นขึ้นทะเบียน แล้วที่กรรมการให้เหตุผลก็คือ เป็นหนังที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในเวลานั้น มีผลต่อจิตใจ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เลือกแต่หนังดี หรือคลาสสิก บางเรื่องอาจจะเป็นหนังที่เลวมากถูกด่า แต่มันมีอิทธิพลต่อสังคมสามารถเปลี่ยนแปลงต่อสังคมได้อะไรต่างๆ หากกรรมการเห็นตรงนี้ก็จะขึ้นทะเบียนเพื่อให้เป็นมรดกตกทอด คนรุ่นหลังจะได้มาศึกษา

“หลังๆ ก็มีประชาชนส่งรายชื่อเข้ามาเยอะ ซึ่งถ้าหนังไม่มีอยู่เราก็ขึ้นทะเบียนไม่ได้ อย่างขึ้นทะเบียนปีนี้มีหนังเรื่อง“สันติ-วีณา”ซึ่งมีคนเสนอชื่อมาตั้งแต่ปีแรก แต่ไม่มีฟิล์มเราก็ถือว่าหายสาบสูญไป เป็นหนังของคุณรัตน์ เปสตันยี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ส่งไปประกวดในต่างประเทศแล้วได้รางวัล ก็เป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ ที่หอภาพยนตร์มีอยู่เป็นเศษฟิล์มยาวเพียง 5-6 นาที บอบช้ำมาก เป็นก๊อบปี้ 16 มม. แล้วฉายกันจนปรุหมดแล้ว ก็มีความคิดเห็นว่าไม่ควรขึ้นทะเบียนกว่าจะได้ฟิล์มที่ดีกว่านี้ แทนที่จะทำให้คนรู้สึกดีมันกลับทำลาย เพราะเหมือนกับเห็นคนป่วยโคม่า ไม่น่าชื่นชม จนกระทั่งปีนี้ เราได้รับคำตอบจากหอภาพยนตร์ที่รัสเซียและจีนว่าเขามีก๊อบปี้อยู่ เพราะประเทศจีนเคยซื้อไปฉายเมื่อปี 2497 ที่รัสเซียก็เช่นเดียวกัน เราก็เลยนำเสนอคณะกรรมการซึ่งเห็นควรกับการขึ้นทะเบียนเพราะจะได้ไปตามหาฟิล์ม เวลานี้ก็ขอทำก๊อบปี้เพื่อนำกลับมาอยู่ นี่คือผลของการขึ้นมรดกของชาติได้ง่ายขึ้นด้วย”

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

 

การขึ้นทะเบียนภาพยนตร์เป็นมรดกของชาติมีผลในเรื่องการรณรงค์เพื่อให้คนหันมาสนใจหอภาพยนตร์แห่งชาติมากขึ้น เพราะคนมักคิดว่าหอภาพยนตร์ฯ เก็บแต่หนังเก่า ในมุมมองของโดม เขาถือว่าหนังไม่ว่าเก่าหรือใหม่เป็นมรดกของชาติได้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้ เวลาจะเก็บก็ไม่ได้รอให้เก่าถึงจะเก็บ ถ้ารอบางทีมันสายไปแล้ว หนังที่กำลังสร้างอยู่ในปัจจุบันทางหอภาพยนตร์ฯ ก็คอยมองคอยศึกษา และมองไปในอนาคตด้วยว่าหนังจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หอภาพยนตร์ฯ ไม่ใช่เป็นที่เก็บของเก่า แต่เป็นที่ๆ คอยศึกษาและเฝ้ามองวัฒนธรรมของภาพยนตร์

ชม 100 ภาพยนตร์มรดกของชาติได้ที่ไหน

ผู้ที่สนใจเข้าชมภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติทั้ง 4 ครั้ง สามารถติดต่อขอชมได้ที่ ห้องสมุดและโสตทัศนศึกษา เชิด ทรงศรี,หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ศาลายา นครปฐม และภาพยนตร์สถาน ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-482-2013-14 ต่อ 111 หรือwww.fapot.orgหรือwww.facebook.com/thaifilmarchivepage

“หนังแฟนฉัน ก็เหมือนกับสองปีที่แล้วที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร เรื่อง “7 ยอดมนุษย์” คนก็บอกว่ามันไม่เห็นเป็นหนังดีอะไร ไม่น่าจะถึงขั้นขึ้นทะเบียน แล้วที่กรรมการให้เหตุผลก็คือ เป็นหนังที่มีอิทธิพลต่อผู้คนในเวลานั้น มีผลต่อจิตใจ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เลือกแต่หนังดี หรือคลาสสิก บางเรื่องอาจจะเป็นหนังที่เลวมา

‘ภาพยนตร์มรดกของชาติ’100 เรื่อง คุณค่าที่คู่ควร

 

ข่าวล่าสุด

สภาฯ มติเอกฉันท์ 455 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. ฉบับอิเล็กทรอนิกส์

สภาฯ มติเอกฉันท์ 455 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ก.ล.ต. ฉบับอิเล็กทรอนิกส์