
อร่อยหมูๆ ที่เมืองตรัง
ถ้าเอ่ยชื่อจังหวัด “ตรัง” ผมนึกออกอยู่สี่อย่าง คือ หมูย่าง ติ่มซำ เค้ก วิวาห์ใต้สมุทร ว่าแต่ว่า
โดย...เสก สามย่าน
ถ้าเอ่ยชื่อจังหวัด “ตรัง” ผมนึกออกอยู่สี่อย่าง คือ หมูย่าง ติ่มซำ เค้ก วิวาห์ใต้สมุทร ว่าแต่ว่า เป็นของกินเสียถึงสามอย่าง แสดงว่าเมืองตรังนี้มันต้องมีอะไรดีเกี่ยวกับการกินแน่ ว่าไปแล้วก็เหมือนโชคเข้าข้าง มีโอกาสได้ไปตระเวนเมืองตรังฝ่าฝนชุ่มฉ่ำเที่ยวชิมของอร่อยสมใจอยาก
เพียงหนึ่งชั่วโมงจากกรุงเทพฯ เครื่องบินก็ร่อนลงเฉียดปลายยอดยางพารานำผมเข้าสู่เมืองตรัง ไม่ได้พูดโม้ เพราะมันเฉียดยอดต้นยางลงมาจริงๆ ต้นยางเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองตรัง เพราะเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยที่มีการนำยางพารามาปลูกเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ส่วนถ้าไปลงจังหวัดกระบี่ตอนนี้นั้น ก็ต้องพูดว่าร่อนลงเฉียดยอดปาล์ม
จากสนามบินไม่กี่สิบนาทีก็เข้าสู่ตัวเมืองตรัง หากอยากจะไปให้ถึงวิถีความอร่อยตามแบบฉบับชาวตรัง ก็ต้องเริ่มต้นมื้อเช้าที่ร้านกาแฟหรือร้านติ่มซำ มื้อเช้าจะเป็นมื้อที่อิ่มหนำสำราญที่สุด เพราะวิถีการกินของคนตรังนั้น ด้วยความที่เป็นเลือดผสมจีนกว่า 70% มื้อเช้าจะกินแบบราชา กินแบบฮ่องเต้ คือกินกันเต็มโต๊ะ ทั้งชา กาแฟ ติ่มซำ ติ่มซำหมายถึงกินโน่นนิดนี่หน่อย ชิ้นเล็กๆ หลายชิ้น ซาลาเปา ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว ในตัวเมืองมีร้านติ่มซำให้เลือกหลายร้าน ร้านใหญ่ๆ ก็เช่น ร้านพงษ์โอชา เป็นเก่าแก่ดั้งเดิม (มีสองสาขา) สาขาสองร้านใหญ่อยู่ถนนห้วยยอดใกล้แยกวัดกุฎ มีขนมจีบให้เลือกกว่า 50 ชนิด
ที่ขาดไม่ได้คือหมูย่าง ที่ตรังเป็นธรรมเนียม กินหมูกันตั้งแต่หัววัน หรือไม่ว่าตามงานอะไรก็จะเอาหมูย่างไปสับในงาน ถือเคล็ดว่า ได้กินหมูเเล้ว วันนี้ทั้งวันทำอะไรก็จะหมูๆ หมูย่างเมืองตรังจะย่างทั้งตัว เคี้ยวจะแข็ง และมีรสหวานเป็นเอกลักษณ์เพราะมีส่วนผสมของน้ำผึ้ง บวกกับการใช้เครื่องเทศที่เป็นสูตรเฉพาะที่ให้กลิ่นหอมชวนลิ้มรส
มาต่อกันที่มื้อเที่ยง มื้อนี้จะกินแบบคนใช้แรงงาน ถ้ายังอยู่ในตัวเมืองก็ต้องข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ขาหมู และข้าวแกงใต้ ต้องรีบกินให้ตรงเวลา ถ้าเลยบ่ายสองโมงไปจะหากินตามร้านยาก เพราะฉะนั้นจะออกไปหาซีฟู้ดกินก็ดี แหล่งอาหารซีฟู้ดก็ต้องไปใกล้ทะเล อาทิ อ.กันตัง เมืองท่าเรือ มีปลาในกระชังเลี้ยงมาก ปลาตูหนา (ว่ากันว่าพระยารัษฎานุประดิษฐ์ชอบกิน) หรือหาดปากเมง เป็นซีฟู้ดสไตล์พื้นเมืองน้ำจิ้มรสเด็ด และ อ.หาดสำราญ ตามแต่สะดวก ส่วนร้านที่ผมไปกินอยู่ อ.สิเกา ชื่อว่าบ่อหินฟาร์มสเตย์ เป็นวิสาหกิจชุมชน ทีเด็ดอยู่ที่ปูปลาสดชาวบ้านเลี้ยงเอง แนะนำปลากะพงขาวทอดน้ำปลา แกงส้มปลากะพง ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว ปูม้านึ่งเสิร์ฟมาจานใหญ่แทะกันสนุกมือ
มาถึงมื้อเย็น จะกินแบบราชินี คือกินอ่อนๆ พวกข้าวต้ม ในตัวเมืองมีหลายร้านกินแบบข้าวต้มกุ๊ย พอเริ่มเย็นจะเริ่มคึกคัก ร้านข้าวต้มจะเปิดตั้งแต่ 5 โมงถึงตี 1 ส่วนของหวานล้างปากก็ลองมองหาโรตี หรือไอศกรีมกะทิ
มาถึงปักษ์ใต้ทั้งที เชื่อว่าคงอยากกินอาหารใต้แบบจัดเต็มซักมื้อสองมื้อ ก็คงจะไม่ผิดหวัง เพราะร้านอร่อยในจังหวัดตรังมีบริการอยู่แทบจะทุกทิศ เส้นเพชรเกษม จาก อ.ห้วยยอด มุ่งเข้าตัวเมือง แนะนำร้าน “รุ่งมณฑา” อยู่ขวามือ เขต ต.ลำภูรา เมนูปักษ์ใต้ทั่วไป มีของแปลกใหม่ อาทิ ส้มตำผลไม้ ใส่แอปเปิ้ล ลองกองซึ่งมีมากในพื้นที่ ลาบปู ใช้เนื้อปูม้าแน่นๆ โดยรวมอาหารรสชาติอร่อย แต่ไม่เข้มข้นมาก อีกร้านอยู่ถนนเพชรเกษมเหมือนกัน แต่ฝั่งออกจากเมืองมา 22 กม. มุ่งไปพัทลุง อยู่บนเขาพับผ้า ชื่อร้าน “เขาพับผ้า” ร้านเน้นอาหารท้องถิ่น พื้นบ้าน รสชาติกลมกล่อม เมนูเด็ดต้องสั่ง แกงกะทิเห็ดแครง แกงไก่บ้านกับหยวกกล้วย ต้มส้มปลา ของแถมเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเหมือนอยู่บนดอยเมืองเหนือ
เมื่อตระเวนชิมอาหารอร่อยจนอิ่มหนำแล้ว ก่อนกลับก็ต้องไม่ลืมของฝาก ที่แน่ๆ มีเค้กเมืองตรัง เป็นเค้กมีรูมีหลายรสให้เลือก หาซื้อได้สะดวกทั้งในเมืองและนอกเมือง ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ขนมของฝากเมืองตรัง นอกจากเค้กแล้วยังแตกขยายไปเป็นขนมเปี๊ยะ ขนมจีบไส้สังขยาคล้ายกะหรี่ปั๊บ เรียกได้ว่าเมืองตรังนี่เป็นเมืองขนมแป้งอบก็ว่าได้ เพราะทำขายมากมายนับร้อยสองร้อยเจ้า อร่อยพอกัน แต่เจ้าทีเด็ดก็มี แถวลำภูราต้องลองสืบเสาะดีๆ หน่อย
ก่อนจากเมืองตรัง ผมก็มีสิ่งหนึ่งที่คาใจ เห็นเขาบริโภคหมูกันมากมายเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ ก็เลยชักอยากจะทราบว่า วันหนึ่งคนตรังกินหมูกันกี่ตัว







