posttoday
9 ล้าน 9 ปี วันปลอดหนี้ของ รฐา โพธิ์งาม

9 ล้าน 9 ปี วันปลอดหนี้ของ รฐา โพธิ์งาม

27 กันยายน 2557

หากใครติดตามข่าวคราวของ “หญิงรฐา โพธิ์งาม” ตามสื่อบันเทิงต่างๆ จะพบว่าเธอเป็นหญิงแกร่งที่สามารถชำระหนี้สินที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

หากใครติดตามข่าวคราวของ “หญิง-รฐา โพธิ์งาม” ตามสื่อบันเทิงต่างๆ จะพบว่าเธอเป็นหญิงแกร่งที่สามารถชำระหนี้สินที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี ของคุณแม่ของเธอ “น้อย โพธิ์งาม” ได้อย่างสำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์

เธอทำได้อย่างไร

เธอใช้พลังกำลังใจมากน้อยแค่ไหนในการต่อสู้ฝ่าฟัน วันนี้เธอจะมาบอกเล่าให้เราฟังครับ

“ต้องเท้าความก่อนว่า ในตอนนั้นแม่ของหญิงมีหนี้สินที่เป็นเงินสด 5 ล้านบาท บ้านอีก 4 ล้านบาท รวมเป็น 9 ล้านบาท ตอนที่หญิงรู้ว่าแม่มีหนี้สินเยอะขนาดนี้ หญิงอายุ 22 ปี เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ปี 3 เชื่อไหมว่าพอข่าวเรื่องแม่มีหนี้สินมากขนาดนี้ลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันต่อมานักข่าวมารอเต็มหน้าบ้าน หญิงช็อก เลยไม่ไปเรียนเป็นอาทิตย์ๆ อาจารย์ก็โทรศัพท์มาถามว่าเมื่อไหร่จะมาเรียน หญิงเลยบอกอาจารย์ไปว่าถ้าหญิงพร้อม หญิงจะไป อาจารย์ก็ถามว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ถ้าเธอหนีวันนี้ พรุ่งนี้ก็หนีอีก ต่อให้เธอหนี เธอก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้ เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว ยอมรับและอยู่กับมันสิ วันรุ่งขึ้นหญิงไปเรียนเลย ถามว่าอายมั้ย อาย แต่เราเข้าใจมัน เมื่อยอมรับได้ จบ เราก็แค่เริ่มต้นใหม่”

ในวันนี้ วันที่ รฐา มีอายุ 31 ปี เธอบอกเล่าว่า เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนั้น นั่นถือเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอมาจนถึงวันนี้ การมีหนี้สินของแม่ของเธอ บวกกับวงการเพลงในตอนนั้นเริ่มซบเซา ทำให้เธอกลายเป็นคนเปิดรับโอกาสต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสเล็กๆ หรือโอกาสใหญ่ๆ เพียงเพราะเธอมีเป้าหมายคือ “เงิน” ที่จะมาช่วยคุณแม่ของเธอลบล้างหนี้ให้หมดสิ้น

“หญิงเชื่อว่า ถ้าหญิงไม่เจอเหตุการณ์เหล่านั้น ทุกวันนี้หญิงอาจเป็นคนที่เรื่องมากมากกว่านี้ก็เป็นได้ สิ่งที่โชคดีของหญิงคือ หญิงได้ล้ม หญิงเลยพร้อมที่จะรับ พอวันที่หญิงขาด หญิงเลยต้องการ หญิงเลยเปิดรับและพร้อมจะเรียนรู้ทุกอย่าง หากตอนนั้นยังคิดว่าตัวเองเป็นญาญ่าหญิง มีอีโก้ในตัว หญิงคงไม่ไปแคสหนังฟอร์มเล็กอย่างเรื่องแฮปปี้ แฟมิลี่ บังเอิญวันนั้นหญิงมีอีโก้ไม่ได้ หญิงเลือกรับงานไม่ได้ ตอนนั้นคิดแค่ว่าอะไรก็ได้ ขอให้ได้มีงานและมีเงิน”

9 ล้าน 9 ปี วันปลอดหนี้ของ รฐา โพธิ์งาม

 

สำหรับการเคลียร์หนี้สิน รฐา เผยว่า เธอหันหน้ามาคุยกับคุณแม่ของเธออย่างตรงไปตรงมา โดยเริ่มจากการให้คุณแม่ของเธอลิสต์รายชื่อเจ้าหนี้พร้อมจำนวนเงินมาให้หมด โดยการเริ่มเคลียร์หนี้สินจะเริ่มเคลียร์ให้เฉพาะคนที่มีลายลักษณ์อักษร หรือมีหลักฐานที่ชัดเจนมายืนยัน

“เมื่อหญิงมีรายชื่อเจ้าหนี้พร้อมจำนวนเงินแล้ว พอหญิงทำงานได้เงิน หญิงจะกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อมาชำระหนี้ แล้วหญิงก็ไปชำระหนี้ถึงบ้านเจ้าหนี้แต่ละรายเลยนะ ไปจัดการชำระ และให้เขาเซ็นเอกสารให้เสร็จสรรพเรียบร้อย เคลียร์ไปทีละส่วนๆ ถามว่าหญิงไม่คืนเงินให้เจ้าหนี้เหล่านี้ได้มั้ย หญิงไม่คืนให้ก็ได้ เพราะอายุความของแต่ละคนมันเกิน 10 ปีแล้ว แม่หญิงก็ล้มละลายแล้ว แต่หญิงเชื่อว่าเราต้องจัดการสิ่งเหล่านี้ให้จบสิ้น หญิงอยากให้เรื่องราวมันยุติแค่ตรงนี้ เรายืมเขามาแสนสองแสน แต่เงินเหล่านี้เมื่อเราไปคืนเขา เขาอาจเอาเงินไปเลี้ยงลูก ไปใช้จ่ายที่จำเป็นของเขา มีเจ้าหนี้คนหนึ่งเคยบอกหญิงว่า เขาไม่ได้ต้องการทวงเงินเราหรอก แต่เขาอยากเห็นวันที่เราเอาเงินไปคืนเขาได้ต่างหาก พอเราไปคืนเขาได้จริงๆ หลังจากนั้นกลายเป็นว่าเขากลับเอ็นดูเรา ให้โอกาสในการทำงานกับเรา พอหญิงได้รับสิ่งเหล่านี้กลับมา น้ำตาไหลเลยนะ เหมือนเราเจอเรื่องที่แย่ๆ แต่เราก็ยังมีมุมดีๆ ให้ได้เก็บไว้ในความทรงจำ”

รฐา เผยว่า คนที่เป็นหนี้ต้องยึดหลักบอกคำไหนต้องเป็นคำนั้น “คุณบอกจะคืน คุณก็ต้องคืน เวลาหญิงพูดคำไหน หญิงต้องทำให้ได้ ที่ผ่านมาหญิงอดทนกับการชำระหนี้ มีน้อย ชำระน้อย มีมาก ชำระมาก แต่มีเมื่อไหร่ต้องรีบชำระให้เขาเมื่อนั้น ถามว่า ถ้าหญิงยอมแพ้หรือพูดคำไหนไม่เป็นคำนั้นตั้งแต่วันนั้น หญิงคงไม่มีวันนี้ ทุกวันนี้หญิงไม่ได้เป็นคนใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ซื้อเสื้อผ้าบ้าง แต่ไม่ได้เยอะ หญิงได้เงินเท่าไหร่ หญิงจะแบ่งไว้สำหรับสิ่งนี้สิ่งนั้น กันเป็นส่วนๆ หญิงได้เรียนรู้ว่าเราไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท หากเราใช้เงินมากจนเกินไปโดยไม่ระมัดระวัง ใช้เงินมากจนไม่มี จนต้องไปหยิบยืมเงินชาวบ้านเขาจนเป็นหนี้ หากชีวิตพัง ทุกอย่างพังหมดเลย เรื่องนี้จึงสอนให้หญิงได้รู้ว่า ชีวิตต้องมีแพลนเอ แพลนบี แพลนซี และแพลนดี และที่สำคัญที่สุด อย่าใช้เงินโดยประมาท”

9 ล้าน 9 ปี วันปลอดหนี้ของ รฐา โพธิ์งาม

 

สำหรับคนที่มีหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้เพียง 1,000 บาท หรือ 1 หมื่นบาท หรือ 1 แสนบาท รฐา เผยว่า ต่อให้เรามีหนี้สินมากน้อยเพียงใด ถ้าเราไม่รีบชำระ ต่อให้อยู่ที่ไหน ทำอะไร ชีวิตก็ไม่มีความสุข

“กินข้าวยังไม่มีความสุขเลยค่ะ หรือคิดอยากดูหนังสักเรื่อง แค่คิดเรายังไม่มีความสุขเลย มีเงินก็ต้องรีบใช้ อยากบอกว่าการมีหนี้สิน เราสามารถลบล้างได้ คุณอาจมองว่าหญิงเป็นดารา มีงานมาก ก็หาเงินได้มาก เลยลบล้างหนี้ได้เร็ว แต่หญิงคิดว่าเราไม่ควรเอาตรงนี้มาเป็นมาตรวัด ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพใด หาเงินได้มากน้อยแค่ไหน คุณก็ต้องทำงานใช้หนี้ คุณมีทุกข์เพราะมีหนี้สินหลักแสน หญิงมีทุกข์เพราะหนี้สินหลักล้าน จำนวนเงินที่ต้องชดใช้ของเราต่างกัน แต่เรามีทุกข์เพราะหนี้สินเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราอย่ามองตรงนี้ เราควรมองที่วิธีการชำระหนี้มากกว่า ซึ่งหญิงขอบอกเลยว่าการชำระหนี้มันมีวิธีการตั้งมากมาย ถ้าเราตั้งใจคืนเขา เราสามารถผ่อนชำระตามกำลังที่เรามี อยู่ที่ใจเรา ว่าเราจะคืนเขาไหม ถ้าเราตั้งใจคืนเขา เราคืนได้ ในมุมของหญิง หนี้ไม่ใช่เรื่องไม่ดี มันดีนะ ดีในแง่ของการเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว เราต้องไปให้ถึง แต่ถ้าใครไม่มีหนี้หรือคอยแต่จะสร้างหนี้ มันย่อมดีกว่าอยู่แล้วค่ะ (ยิ้ม)”

เคยมีชอบพูดติดตลกว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย รฐา เผยว่า อยากให้คนที่ชอบพูดแบบนี้เปลี่ยนแปลงวิธีคิดของตัวเองเสียใหม่ วันนี้ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย พรุ่งนี้ก็ย่อมไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แล้วมันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายชีวิตของคุณก็จะพัง ล้มละลาย และกลายเป็นคนที่หมดสิ้นไปแล้วซึ่งความสุขอันแท้จริง

“ทุกวันนี้หญิงมีความสุขกับความเรียบง่ายของชีวิตมากถึงมากที่สุดค่ะ หญิงสามารถนั่งกินข้าวแบบง่ายๆ กับแม่ที่บ้านได้ นั่งดูทีวีอยู่กับแม่ที่บ้านได้ เพราะชีวิตของเราสองคนมีความสุขดีเหลือเกิน คุณแม่เคยพูดกับหญิงว่า ความสุขที่แท้จริงมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ทุกวันนี้หญิงแอบคิดเล่นๆ ว่า ถ้าหญิงเป็นอะไรไป หญิงไปแบบสบายใจเลยนะ เพราะหญิงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกแล้ว อยากทำอะไร หญิงก็ได้ทำแล้ว แม่ก็มีความสุขดีแล้ว หญิงสามารถตายตอนนี้ได้เลย เพราะหญิงเข้าใจได้แล้วว่าความรู้สึกแบบตายตอนนี้ได้เลยนะกับอยากตายจังเลย มันคนละฟีลกัน ที่หญิงรู้สึกว่าหญิงสามารถตายวันนี้ได้ นั่นเป็นเพราะชีวิตหญิงเดินทางผ่านวิกฤตมาจนถึงจุดที่ชีวิตโล่งโปร่งสบายดีแล้ว จนไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรือกังวลอะไร”

9 ล้าน 9 ปี วันปลอดหนี้ของ รฐา โพธิ์งาม

 

นอกเหนือจากงานละครที่ตอนนี้เธอกำลังถ่ายทำละครอยู่ 2 เรื่อง นั่นคือ เลือดมังกร กับ สุดแค้นแสนรัก ทางช่อง 3 เธอยังเป็นหนึ่งในคอมเมนเตเตอร์รายการ The Face รายการชื่อดังที่นำเข้าจากต่างประเทศ เธอยังได้ลงทุนทำธุรกิจอาหารเสริม D24 ร่วมกับเพื่อนๆ นอกวงการอีกด้วย

“เชื่อไหมว่า ความเด็ดขาดและความคมชัดของการตัดสินใจ หญิงได้มาจากการอดทนต่อสู้กับการชำระหนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันส่งผลดีต่อการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตของหญิงในทุกวันนี้ หญิงสามารถบริหารชีวิตและหน้าที่การงานของหญิงได้ จากชีวิตที่ติดลบ หญิงสามารถทำให้มันกลายเป็นบวกได้ มันยากมากนะ ที่จะมีชีวิตที่เป็นบวก แต่หญิงก็สามารถทำได้”

เมื่อถามถึงเรื่องความรัก รฐา เผยว่า เหมือนพระเจ้าไม่อยากให้เธอมีแฟน เพราะมีแต่คนส่งงานดีๆ มาให้เธอได้ทำ

“ปีหน้าหญิงจะมีละครเรื่อง อีพริ้งคนเริงเมือง ทางช่อง 8 มีภาพยนตร์ มีละคร มีละครเวที งานเหล่านี้มันมีเข้ามา ซึ่งก็ยาวไปจนถึงปลายปี ไหนจะลุยเรื่องธุรกิจตัวนี้ ซึ่งมีความมุ่งหวังอยากให้เป็นธุรกิจที่รองรับตัวหญิงในอนาคตอีก แค่นี้หญิงก็ไม่มีเวลาให้กับความรักแล้วค่ะ (ยิ้ม)”

รฐา ได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่า เธอต้องขอบคุณกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้เธอกลายเป็นคนที่พร้อมจะสู้กับตัวเอง “ใครดูถูก ยิ่งทำให้เรามีแรงฮึดสู้ ยิ่งทำให้เราอยากก้าวไปให้ไกลที่สุด เมื่อหญิงเชื่อว่าหญิงทำได้ หญิงก็ต้องทำให้ได้ และเมื่อหญิงทำได้สำเร็จแล้ว สิ่งที่หญิงได้รับกลับมามันคือความภาคภูมิใจ เอาเป็นว่าหญิงขอเป็นกำลังใจให้คุณทุกคน เชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราทำได้ เราผ่านพ้นทุกอุปสรรคปัญหา เพื่อพบเจอความสุข ความสำเร็จ และความภาคภูมิใจของชีวิตได้ในท้ายที่สุด”

9 ล้าน 9 ปี วันปลอดหนี้ของ รฐา โพธิ์งาม

 

ข่าวล่าสุด

ศึกชิงแชมป์เจ้าแห่งพลังงาน "มิเตอร์ TOU vs โซลาร์เซลล์" ใครประหยัดจริง?

ศึกชิงแชมป์เจ้าแห่งพลังงาน "มิเตอร์ TOU vs โซลาร์เซลล์" ใครประหยัดจริง?