
นุ้มนุ่ม ไร้กลิ่นสาบ เมนูแกะเบบี๋
พูดถึงเนื้อแกะหลายคนหลงใหลในความนุ่ม มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เจือปน ถึงขั้นที่ว่าถ้าไร้กลิ่นกินก็ไปกินอย่างอื่นดีกว่า
โดย...องค์ชายห้า / ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
พูดถึงเนื้อแกะหลายคนหลงใหลในความนุ่ม มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เจือปน ถึงขั้นที่ว่าถ้าไร้กลิ่นกินก็ไปกินอย่างอื่นดีกว่า แต่สำหรับอีกหลายคนเลือกที่จะไม่สั่งเมนูแกะมากิน นั่นก็เพราะกลิ่นอันแสนฉุนเนี่ยแหละ
บางร้านก็พยายามเนียนด้วยการนำเครื่องเทศมาปรุงรสเพื่อดับกลิ่น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ยังมีกลิ่นนั้นเจืออยู่ เอาเป็นว่ามันเรื่องรสนิยมของการกินของแต่ละคน แต่ผมอยากจะบอกคนที่ไม่กินแกะเพราะกลิ่นสาบทั้งที่เคยหลงใหลในความนุ่มหนึบของมันแท้ๆ ว่าเดี๋ยวนี้เขามีแกะที่ไร้กลิ่นสาบมาให้ลิ้มลองกันแล้วนะครับ ที่สำคัญเนื้อยังแสนนุ่มกว่าเดิมเสียอีก
ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ เพราะเนื้อแกะที่ไร้กลิ่นสาบนั้นมีอยู่จริงบนโลกนี้ และก็กินกันมานานตั้งแต่สมัยยุคโรมัน สมัยจักรพรรดิจูเลียส ซีซาร์ ซึ่งก็คือพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอิตาลีนั่นเอง ซึ่งชาวอิตาเลียนส่วนมากอย่างที่รู้กันว่าจะมีความพิถีพิถันในการปรุงอาหารและเลือกเนื้อสัตว์มาประกอบอาหารชนิดที่เรียกว่าเก่งกาจ โดยเฉพาะเนื้อแกะพวกเขาจะเลือกเอาเฉพาะเนื้อแกะจากแกะเบบี๋ที่เลี้ยงด้วยนม และเสริมด้วยนมวัวแทนการกินหญ้าหรือพืช รวมถึงอาหารเสริมอื่นๆ จนกระทั่งลูกแกะถึงวัยหย่านมก็จะนำมาปรุงเป็นอาหารเมนูเด่นๆ ได้หลากหลายเมนู
เชฟอุเทน ไมตรีจิตต์ แห่งห้องอาหารบลูสกาย บาร์ แอนด์ เรสเทอรองต์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว เล่าให้เราฟังอย่างออกรสว่า ความพิเศษของเนื้อแกะที่เพิ่งหย่านมนั้น จะมีสีที่อ่อนกว่า จะออกสีชมพูระเรื่อ นุ่มลิ้นกว่าและไม่เหนียวมาก กระดูกก็กำลังหวาน ที่สำคัญกลิ่นสาบนั้นแทบไม่มีเลย และด้วยความที่อายุของแกะในช่วง 23 เดือนนี้เอง เป็นช่วงที่แกะยังไม่มีฮอร์โมนเด่นชัด ทำให้เนื้อมีคุณภาพที่ดี ไม่มีไขมัน และมีคอเลสเตอรอลต่ำมาก เมื่อนำมาทำเป็นอาหารจะได้เนื้อแกะที่รสชาติดีกว่า เนื้อฉ่ำและสัมผัสได้ถึงความนุ่มจริงๆ ส่วนใหญ่จะนำมาย่างหรืออบจะอร่อยมาก
นอกจากจะเล่าให้ฟังอย่างออกอรรถรส เชฟอุเทนยังลงมือเสกสรรค์เมนูจากเนื้อแกะวัยหย่านมเป็นการตอกย้ำว่ามันไร้กลิ่นสาบ และนุ่มแสนนุ่มเพียงใด
ค่ำวันนั้นเราเริ่มต้นด้วยเมนูสุขภาพ ลิ้นแกะย่างเสิร์ฟพร้อมสลัดมันฝรั่ง สลัดลิ้นลูกแกะที่อ่อนนุ่ม ไร้กลิ่นสาบ นำไปย่างเนื้อจะนุ่ม จากนั้นนำมาตุ๋นจนนุ่ม กินกับสลัดมันฝรั่ง รสชาติจะครีมๆ มันๆ และหอมเครื่องเทศ
ความอร่อยนุ่มตามมาติดๆ กับเมนูเนื้อแกะตุ๋นสไตล์นาวารินเสิร์ฟพร้อมผักสด จะนำแกะมาตุ๋นทั้งตัว ทั้งขา และคอ ด้วยน้ำซุปกระดูกแกะ ซึ่งใช้เวลาตุ๋นประมาณ 6 ชั่วโมง คล้ายกับสตูจนน้ำกระดูกซึมเข้าเนื้อแบบเต็มๆ แกมกับผัก อร่อยแบบเนียนๆ
เมนูที่น่าคบหาอีกเมนู เนื้อแกะสไตล์โมร็อกโกเสิร์ฟคู่มากับคูสคูส เมนูจะเน้นเนื้อส่วนไหล่นำมาแกงในสไตล์โมร็อกโก พูดง่ายๆ คล้ายกับมัสมั่นบ้านเรา แต่จะมีกลิ่นฉุนเครื่องเทศกว่า กินกับคูลคูสที่ผสมลูกเกด รสชาตินุ่มลิ้น
ก่อนตบท้ายมื้ออย่างน่าจดจำกับเนื้อสันในแกะเสิร์ฟพร้อมมะนาวเหลืองเชื่อม สับปะรด และซอสสูตรพิเศษ นำเนื้อสันในแกะไปย่าง แล้วนำมะนาวเชื่อมกับสับปะรดไปผัดได้รสชาติเปรี้ยวหวาน เพิ่มรสชาติด้วยซอสสูตรพิเศษที่ได้จากการเคี่ยวจากกระดูกแกะแล้วนำมาราดอีกที กินคู่กับผักย่าง แหมมันช่างเข้าขากันจริงๆ เชียวครับ
นอกจากนี้ยังมีซี่โครงแกะย่างพร้อมแตงกวาดอง ข้าวโพด ถั่วดำ และซอสน้ำส้มหมักลูกฟิกซ์ และเมนูแกะย่างรวมเสิร์ฟพร้อมซอสรสมินต์ และซอสผักชีไทย ให้ได้ลิ้มลองจากการจัดโปรโมชั่นเนื้อลูกแกะเกรดพรีเมียมที่เลี้ยงด้วยน้ำนม ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.ศกนี้
เอาเป็นว่าถ้าติดใจเนื้อแกะ แต่ไม่ชอบกลิ่นสาบ หรือคนที่ชอบเนื้อแกะตรงมีกลิ่นเฉพาะตัว ก็ลองเปิดโอกาสไปลิ้มลองสิ่งใหม่ๆ ที่อาจทำให้คุณหลงรักเนื้อแกะขึ้นมามากกว่าเดิมก็เป็นได้
ห้องอาหารบลูสกาย บาร์ แอนด์ เรสเทอรองต์ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร. 02-514-1234 ต่อ 4603 และ 4605







