การต่อสู้ของ ดีชั่ว
โดย...นกขุนทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
โดย...นกขุนทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
สร้างสรรค์งานศิลปะมาหลายปี มีผลงานร่วมจัดแสดงกับศิลปินอื่นๆ ก็หลายครั้ง แต่ครั้งนี้นับเป็นการแสดงผลงานจิตรกรรมไทยร่วมสมัยครั้งแรกของศิลปินนาม “มหัทธนา ปฐมสุข” ในนิทรรศการ “เทพพิทักษ์ธรรม” ที่นำเสนอผลงานสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้กันระหว่างความดีและความเลวที่บังเกิดขึ้นภายในจิตใจมนุษย์ และผู้ประกอบแต่กรรมดีนั้น เทพเทวาย่อมมาพิทักษ์รักษา
“เทพในผลงานของผมเป็นเทพเจ้าโบราณที่คนไทยนับถือบูชา เช่น พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ ครบทุกวัน พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง แต่ตอนนี้คนเริ่มไม่รู้จักและหันไปนับถือบูชาอย่างอื่น เทพเหล่านี้รู้จักในวงที่แคบลงอย่างในพวกโหราศาสตร์ ทุกวันนี้คนนับถือเทพองค์ใหม่ๆ ผมต้องการนำเสนอว่า ถ้าคนทำดีจะมีเทพที่สนับสนุน ปกป้อง อย่างตอนเป็นคนถ้าทำความดีมากๆ ตายไปก็ไปเป็นเทพ แล้วกลับมาช่วยเหลือคนที่ทำความดี”
มหัทธนา นำเสนอแนวคิดว่า โดยธรรมชาติของโลกมักมีสองสิ่งควบคู่กันอยู่เสมอ เช่น มีมืดย่อมมีสว่าง มีกลางวันย่อมมีกลางคืน มีน้ำขึ้นย่อมมีน้ำลง มีความอุดมสมบรูณ์ย่อมมีความแห้งแล้ง ภายในจิตใจของมนุษย์ก็เฉกเช่นเดียวกัน มีสองสิ่งประกอบกันอยู่ นั่นคือ ความดีและความเลว ยามใดที่สติสัมปชัญญะครบถ้วนบริบูรณ์ กุศลกรรมก็บังเกิด แต่ยามใดที่สติสัมปชัญญะลดน้อยถอยลง อกุศลกรรมก็บังเกิด
“นอกจากชุดเทพต่างๆ แล้ว ผลงานขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยจะเป็นเทพรบกับมาร เพราะผมจินตนาการว่าในใจเรามีสองขั้ว จิตฝ่ายสูงและจิตฝ่ายต่ำคอยสู้รบกันตลอดเวลา ส่งผลให้เราทำดีหรือทำชั่ว ใช้เทพมารเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ในจิตใจของมนุษย์ แต่ผมชอบเขียนมารตัวใหญ่ๆ มีพละกำลังเยอะๆ ให้ดูเหมือนว่ามันมีอำนาจมากกว่า มีอิทธิพลกับมนุษย์มากกว่า แต่ถึงยังไงคนเราก็มีจิตฝ่ายดีอยู่ในตัวทุกคน ทุกคนจะมีธาตุพุทธะอยู่ในตัว อยู่ที่ว่าจะหลบซ่อนอยู่มุมไหน ชั่วขนาดไหนก็ยังมีสามัญสำนึกที่ดีอยู่ ทำชั่วเพราะโดนมารลวงมารหลอก แต่ถ้าเราใช้จิตฝ่ายดีต่อสู้จนชนะจิตฝ่ายชั่วได้ คือถ้าเราคิดดีทำดีก็จะมีเทพคอยปกป้อง คอยหนุน
ในชีวิตเราก็ต้องมีที่ฝ่ายดีชนะฝ่ายชั่ว ฝ่ายชั่วชนะฝ่ายดี สลับกัน ไม่มีอะไรแน่นอน แต่เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วเมื่อมันต้องต่อสู้กันเราจะให้ฝ่ายไหนชนะ เมื่อก่อนผมก็ดื่มเหล้า ได้เงินไปเที่ยวดื่มเหล้า ก็มันเงินของเราเอง ความสุขเราต้องการมัน เราพ่ายแพ้แก่จิตมารเหล่านั้น เป็นอยู่แบบนั้นนานจนมาคิดได้ เงินที่ไปดื่มเหล้าเอามาเป็นเงินออม สุขภาพก็ดี ชีวิตก็ดีขึ้น”
การสร้างงานชุดนี้ศิลปินเรียกว่า ผลงานไทยร่วมสมัย เพราะนอกจากเส้นสาย รูปทรง ที่มองดูแล้วเป็นจิตรกรรมไทยแบบประเพณี ทว่าในรายละเอียดการจัดวาง องค์ประกอบต่างๆ นั้นมีความร่วมสมัยอยู่
“ใช้เทคนิคสีอะครีลิกบนผ้าใบ เป็นงานจิตรกรรมไทยร่วมสมัย สังเกตจากคอมโพสในแต่ละภาพมีร่องรอยที่แตกต่างจากของโบราณ ตัวภาพดูเป็นไทยแบบประเพณี แต่รายละเอียดบางอย่างปรับเปลี่ยนตามสไตล์เรา อย่างลักษณะเครื่องทรงก็ดีไซน์ขึ้นมาใหม่ วิมานก็ดีไซน์ใหม่ขึ้นมา ของโบราณจะเรียบๆ มีลายกระหนกข้างใน ของผมทิ้งลายกระหนกไปเลย สังเกตจะมีลูกตาแทรกอยู่
สัญลักษณ์ที่มีในงาน คือ วงกลม มีแทบทุกชิ้น ผมใช้แทนภพภูมิ มีสวรรค์ นรก มนุษย์ จะมีกรอบในงานใช้แทนประตู เป็นแดนเชื่อมต่อกันระหว่างสวรรค์ นรก มนุษย์ ผมมองว่าชีวิตเราเป็นสัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดในสามภพภูมินี้ มนุษย์ทำดีได้ขึ้นสวรรค์ ทำชั่วก็ตกนรก มีแดนมีช่องที่ติดต่อกันตลอดเวลา อีกนัยหนึ่งคือ ส่วนมากมารออกมาจากประตูนี้ ออกมารบกับเทพที่อยู่ในอีกภพภูมิหนึ่ง แต่ทั้งหมดนั้นอยู่ในจิตใจเราเอง เป็นความหมายที่ทับซ้อนกันอยู่”
มหัทธนา อธิบายผลงานชิ้นเอกในนิทรรศการ ชื่อภาพ “เทพพิทักษ์วิมุตติหลุดพ้น” ขนาดภาพ 2X3 เมตร “ในภาพนี้ผมใช้อีกเรื่องหนึ่งมาร่วมด้วย คือ รามเกียรติ์ ผมรู้สึกว่ารามเกียรติ์แปลออกมาแล้วมีการต่อสู้กับสิ่งชั่วร้าย ผมแทนค่าด้วยยักษ์มารทั้งหลาย นำโดยทศกัณฑ์ คือมารที่มาขัดขวางการปฏิบัติธรรมของผู้ประพฤติธรรม คือ พระราม และแทนค่าลูกน้องของพระราม คือ หนุมาน คือ ปัญญา พระรามจะรบชนะยักษ์ได้ต้องใช้ปัญญา ใช้ปัญญาแยกแยะความดีความชั่วทั้งหลาย ถ้าไม่มีปัญญาเราก็จะหลงอยู่แบบนั้น เพียงเพราะเรามีความสุขกับมันแล้วคิดว่าดี อีกสัญลักษณ์ คือ งู งูตัวใหญ่ๆ ในภาพผมใช้แทนความหมาย กาลเวลาที่กลืนกินทุกอย่าง ไม่ว่าความดีความเลวหมดไปกับกาลเวลา เราปล่อยเวลาล่วงเลยไป ถ้าเราไม่ทำความดีก็เสียชาติเกิด โอกาสที่เราจะสร้างสะสมบารมีก็อยู่ในสภาพของมนุษย์เท่านั้น ตายไปเสวยบุญของตัวเอง”
สุดท้าย มหัทธนา บอกว่า บางคนมองเรื่องนรก สวรรค์ ไกลตัว อยากได้ดี อยากให้ตัวเองหลุดพ้น ก็ไปอ้อนวอนสวดภาวนากับเทพเจ้า แต่ไม่ช่วยตัวเองให้เต็มที่ก่อน ถ้าเราไม่ช่วยตัวเองก่อนไปสวดอ้อนวอนใครช่วยก็ไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในศีลในธรรมแล้วเทพจะช่วยคุณเองในภายหลัง
นิทรรศการ “เทพพิทักษ์ธรรม” จัดแสดงถึงวันที่ 16 ก.ย. ณ ห้องนิทรรศการชั้น 2 หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหัทธนา ปฐมสุข
เกิด 10 ก.ย. 2514
ประวัติการศึกษา
มัธยมต้น : โรงเรียนวัดสระเกศ
ปวช. : วิทยาลัยช่างศิลป์ กรมศิลปากร
ปริญญาตรี : สาขาวิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
การแสดงผลงาน อาทิ
ปี 2548 ร่วมเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังติดตั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ปี 2552 แสดงงานกลุ่มจิตรกรไทย “โลกร้อนเย็นธรรม ” ณ ชั้น 5 หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ปี 2553 เขียนภาพจิตรกรรม “หนวดเต่า เขากระต่าย นอกบ” จิตรกรรมฝาผนังติดตั้ง ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กรุงเทพฯ
ปี 2554 ร่างแบบจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติและเทวดา 8 ทิศ ในมหาเจดีย์สุวรรณภูมิ อ.บ้านแพ้ว จ.ราชบุรี
ปี 2555 ร่วมเขียนภาพพระบฏ “ไตรภูมิ รัชกาลที่ 9” กระทรวงวัฒนธรรม


