
เป้าหมายเหมือนเดิม
เรือใบ อาจไม่ใช่กีฬายอดนิยม แต่เป็นกีฬาที่ได้ลุ้นเหรียญทุกครั้งในการแข่งขันระดับชาติ กว่างโจวเกมส์ 4 ปีก่อน สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยทำได้ตามเป้า 3 เหรียญทอง ส่วนเอเชียนเกมส์หนนี้สมาคมยังตั้งเป้าไว้เท่าเดิมคือ 3 เหรียญทอง จากส่งแข่งขันทั้งหมด 8 รายการ ในการชิงชัย 10 เหรียญทอง เป้าหมายแรกอยู่ที่ 2 พี่น้องตระกูล “วงศ์ทิม” ดํารงศักดิ์อัครวัฒน์ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัยซ้อน (ปี 2006 และปี 2010) ประเภทโฮบี้16 ซึ่งไปครั้งนี้ทั้งสองก็ยังเป็นตัวเต็งในประเภทนี้
เรือใบ อาจไม่ใช่กีฬายอดนิยม แต่เป็นกีฬาที่ได้ลุ้นเหรียญทุกครั้งในการแข่งขันระดับชาติ กว่างโจวเกมส์ 4 ปีก่อน สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยทำได้ตามเป้า 3 เหรียญทอง ส่วนเอเชียนเกมส์หนนี้สมาคมยังตั้งเป้าไว้เท่าเดิมคือ 3 เหรียญทอง จากส่งแข่งขันทั้งหมด 8 รายการ ในการชิงชัย 10 เหรียญทอง เป้าหมายแรกอยู่ที่ 2 พี่น้องตระกูล “วงศ์ทิม” ดํารงศักดิ์อัครวัฒน์ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัยซ้อน (ปี 2006 และปี 2010) ประเภทโฮบี้16 ซึ่งไปครั้งนี้ทั้งสองก็ยังเป็นตัวเต็งในประเภทนี้
นอกจากนี้ ยังมีลุ้นเหรียญทองจากประเภท ทเวนตี้ไนน์เนอร์ จาก “นาย” นพเก้าพูนพัฒน์นิชาภา ไหวไว รวมถึง “เจ้าท็อป” กีรติ บัวลง แชมป์เก่าเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในรุ่นเลเซอร์ เรเดียล แต่ครั้งนี้เปลี่ยนมาแข่งในประเภทเลเซอร์สแตนดาร์ด
“ผมซ้อมไม่ต่ำกว่าวันละ 4 ชั่วโมง ท่ามกลางแดดจ้าของทะเลสัตหีบ การซ้อมก่อนแข่งขันจะซ้อมหนักกว่าปกติ ตื่นเช้าวิ่งฟิตร่างกายทุกวัน ก่อนไปต้องศึกษาข้อมูลภูมิอากาศ คลื่นลม เตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ผมไปลองสนามมาแล้วหนึ่งรอบ เจอหลายรูปแบบ ทั้งลมแรง ไม่ค่อยมีลม ไปครั้งนี้ไม่กดดันเท่าไหร่ หลายคนอาจจะมองว่าผมไปป้องกันแชมป์ แต่ผมไม่อยากจะให้คาดหวังหรือคิดอย่างนั้น เพราะผมเปลี่ยนมาเล่นประเภทเลเซอร์สแตนดาร์ด คือเรือจะใหญ่ขึ้นจากเดิม ส่วนคู่แข่งที่ห้ามประมาทคือ เกาหลีใต้ เจ้าภาพ เป็นแชมป์เก่า สถิติที่เจอกันมาสูสี และผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ แต่ผมเชื่อว่าจะสู้กับเขาได้” “เจ้าท็อป” เจ้าของความสูง 182 ซม. กล่าว







