
เรื่องธรรมดาที่แสนพิเศษ
โดย...แหนงดู
โดย...แหนงดู
ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ ผู้โด่งดังและเป็นที่จดจำจาก Before Sunrise, Before Sunset และ Before Midnight รวมถึง Dazed and Confused, School of Rock ฯลฯ กลับมาอีกครั้งกับหนังที่ใช้ “เวลา” เป็นเงื่อนไข ซึ่งนำชีวิตคนธรรมดามาทำเป็นหนังที่สุดพิเศษ นี่นับเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกเสียจากงานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับชาวเทกซัสวัย 54 ปีคนนี้
Boyhood นำเสนอเรื่องราว 12 ปีในชีวิตของหนุ่มน้อยเมสัน (เอลลาร์ โคลเทรน) นับตั้งแต่ 6-12 ปี เมสันใช้ชีวิตอยู่กับ (ซิงเกิ้ล) มอม (แพทริเซีย อาร์เกตต์) และพี่สาว (ลอเรลไล ลิงค์เลเทอร์) โดยได้พบพ่อ (อีธาน ฮอว์ค) เป็นระยะๆ ในแต่ละขวบปีมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับเขาและครอบครัว เป็นประสบการณ์ดีร้ายซึ่งผ่านเข้ามาเพื่อให้ได้เรียนรู้ เข้าใจ เติบโต และสร้างตัวตน
ถ้าหากว่าหนังใช้ดารา 2-3 คนเพื่อมารับบทเป็นเมสันในแต่ละช่วงวัย ความน่าสนใจของ Boyhood ก็อาจจะแตกต่างออกไป แต่นี่ริชาร์ดกลับเลือก เอลลาร์ โคลเทรน คนเดียว และใช้เวลานานถึง 12 ปี เพื่อให้นักแสดงเติบโตและกลับไปแสดงเป็นเมสันในแต่ละช่วงวัย ความตั้งใจพยายามของคนทำหนังคนนี้ช่างยิ่งใหญ่ นี่เป็นเหมือนการทดลองทางศิลปะที่ประสบความสำเร็จ
ตัวละครของ Boyhood เป็นคนธรรมดาที่มีมีบุคลิกช่างคิดอ่านและมีเสน่ห์ ดูๆ ไปแล้วเมสันสามารถเติบโตไปเป็นพระเอกของหนังชุด Before Sunrise ได้แน่ เพราะลีลาภาษาถ้อยคำและบางความรู้สึกช่างคล้ายคลึง
แม้ว่าจุดศูนย์รวมของหนังจะอยู่ที่เมสัน แต่บทแม่โดย แพทริเซีย อาร์เกตต์ นั้นก็ส่องสว่างอย่างมองข้ามไปไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนข้างจะโชคร้ายเรื่องคู่ครอง ทว่าสามารถดูแลตัวเองและลูกๆ ได้ แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็ดีมากพอ ฉากสุดท้ายของเธอในหนังนั้นเต็มไปด้วยพลัง ทำให้คนดู (แม้จะไม่มีลูก) ได้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เมื่อถึงวันที่ต้องปล่อยให้ลูกๆ ได้ติดปีกและโบยบินไปตามเส้นทางของตัวเอง
แม้ว่าจะแตกต่างกันด้วยรายละเอียดหรือบริบทแห่งชีวิต แต่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งและครอบครัวของเขาใน Boyhood จะทำให้คนดูได้ย้อนกลับสู่วัยเยาว์ สะท้อนถึงบางเรื่องราว และสถานการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่าน เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะมีผลมหาศาลกับชีวิต เป็นสิ่งที่ช่วยก่อร่างสร้างตัวตนให้กลายมาเป็นคนคนนี้อย่างในปัจจุบัน
หนังเรื่องนี้เหมือนกับ “โฮมวิดีโอ” (คุณภาพสูง) ที่ครอบครัวถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพื่อนำกลับมาชมภายหลัง เป็นหนังคัมมิ่งออฟเอจที่มี “ฟอร์ม” พิเศษซึ่งนำเสนอผ่าน “คอนเทนต์” แบบสุดแสนธรรมดา เป็นงานที่หายากและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสูง
Boyhood เป็นงานที่มีชีวิตชีวา สวยงาม เศร้า ชาญฉลาด หนังตรึงคนดูได้อย่างดี ไม่ว่าจะด้วยรัก ลุ้น เห็นอกเห็นใจ เอาใจช่วย หรืออยากประจักษ์แก่สายตาตัวเองว่า ชีวิตตัวละครอย่างเมสันนั้นจะเดินทางไปในทิศทางไหน
เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายคนไม่อยากจะลุกออกจากโรงหนัง อยากจะดูชีวิตของเมสันต่อ อยากรู้ว่าเรื่องราวหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าพวกเขาจะพูดถึงหนังเรื่องนี้ไปอีกเป็นปีๆ และเงี่ยหูฟังว่าโปรเจกต์ต่อไปของ ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ จะเกี่ยวข้องเชื่อมต่อกับหนังเรื่องนี้หรือเปล่า @
Boyhood
ปี 2014
ประเทศ สหรัฐ
ประเภท ชีวิต
ความยาว 2 ชั่วโมง 45 นาที
กำกับ ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์
แสดงนำ เอลลาร์ โคลเทรน/อีธาน ฮอว์ค/แพทริเซีย อาร์เกตต์
ชื่อเดิมของหนังคือ 12 Years ก่อนจะเสร็จและออกฉายก็มี 12 Years a Slave ปาดหน้าออกมาก่อน เพื่อป้องกันการสับสนจึงเปลี่ยนเป็น Boyhood “ทำไมไม่ 10 Years a Slave หรือ 15 Years a Slave ล้อผมเล่นหรือเปล่าเนี่ย” ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ พูดพร้อมหัวเราะระหว่างการให้สัมภาษณ์ “โอเค ... โลกคงจะบอกเราว่าอย่าใช้ชื่อที่เป็นตัวเลขเลย”
ในเรื่องเมสันได้รับ The Black Album เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 15 จากพ่อ ซึ่งนำเพลงของ จอห์น เลนนอน, พอล แมคคาร์ตนีย์, จอร์จ แฮร์ริสัน และริงโก้ สตาร์ หลังเลิกวงบีเทิลส์ มารวมไว้ด้วยกัน ความจริงแล้ว อีธาน ฮอว์ค ทำซีดีพิเศษนี้ให้ มายา ลูกสาวแท้ๆ ของเขา ซึ่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างนำมาใส่ไว้ในหนัง
ลูกสาวของ ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ ถูกเลือกให้มารับบทเป็น ซาแมนตา พี่สาวของเมสัน เพราะเธอมักจะร้องเพลงและเต้นรำไปรอบๆ บ้าน ทั้งยังอยากจะแสดงในหนังของพ่อ ในปีที่ 3 หรือ 4 ของการถ่ายทำ ลอเรลไลเริ่มเบื่อและขอให้ตัวละครของเธอถูกฆ่าตาย แต่ริชาร์ดปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า มันรุนแรงเกินไป ในที่สุดก็ลอเรลไลกลับมากระตือรือร้นและทำงานต่อจนจบ
Boyhood
ปี ?2014
ประเทศ ?สหรัฐ
ประเภท? ชีวิต
ความยาว?2 ชั่วโมง 45 นาที
กำกับ? ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์
แสดงนำ? เอลลาร์ โคลเทรน, อีธาน ฮอว์ค, แพทริเซีย อาร์เกตต์
ชื่อเดิมของหนังคือ 12 Years ก่อนจะเสร็จและออกฉายก็มี 12 Years a Slave ปาดหน้าออกมาก่อน เพื่อป้องกันการสับสนจึงเปลี่ยนเป็น Boyhood "ทำไมไม่ 10 Years a Slave หรือ 15 Years a Slave ล้อผมเล่นหรือเปล่าเนี่ย" ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ พูดพร้อมหัวเราะระหว่างการให้สัมภาษณ์ "โอเค ... โลกคงจะบอกเราว่าอย่าใช้ชื่อที่เป็นตัวเลขเลย"
ในเรื่องเมสันได้รับ The Black Album เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 15 จากพ่อ ซึ่งนำเพลงของ จอห์น เลนนอน, พอล แม็คคาร์ทนีย์, จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก้ สตาร์ หลังเลิกวงบีทเทิลส์ มารวมไว้ด้วยกัน ความจริงแล้ว อีธาน ฮอว์ค ทำซีดีพิเศษนี้ให้ มายา ลูกสาวแท้ๆ ของเขา ซึ่งกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างนำมาใส่ไว้ในหนัง
ลูกสาวของ ริชาร์ด ลิงค์เลเทอร์ ถูกเลือกให้มารับบทเป็น ซาแมนต้าพี่สาวของเมสัน เพราะเธอมักจะร้องเพลงและเต้นรำไปรอบๆ บ้าน ทั้งยังอยากจะแสดงในหนังของพ่อ ในปีที่ 3 หรือ 4 ของการถ่ายทำ ลอเรลไลเริ่มเบื่อและขอให้ตัวละครของเธอถูกฆ่าตาย แต่ริชาร์ดปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า มันรุนแรงเกินไป ในที่สุดก็ลอเรลไล?กลับมากระตือรือร้นและทำงานต่อจนจบ







